รู้สาเหตุ โสภณ ชิงปิดสภาฯ เพราะปวดฉี่ ศิริกัญญา ซัดเจ็บ ‘พูดแล้วไม่ทำพลัส’

ศิริกัญญา เผยสาเหตุ โสภณ ซารัมย์ ชิงปิดสภาฯ หลังโหวตโหวตนายกฯ เพราะปวดฉี่ ทำฝ่ายค้านชวดเสนอญัตติด่วนแก้ปัญหาพลังงาน ตั้งฉายาเจ็บ ‘พูดแล้วไม่ทำพลัส’
หลังการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผลปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้คะแนนทั้งสิ้น 293 เสียง ซึ่งมากกว่า 251 เสียงแล้ว ถือว่าได้ความเห็นชอบจากสภาฯ มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกให้เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่หลังการประชุมสภาฯ วานนี้ (19 มีนาคม 2569) เกิดข้อถกเถียงกันกรณี นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งปิดการประชุมสภาอย่างกะทันหัน ทำให้ฝ่ายค้านพลาดโอกาสสำคัญในการนำเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อหาทางออกให้แก่วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประชาชน
ล่าสุด รายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้พูดคุยกับ ศิริกัญญา ตันสกุล ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น โดยอธิบายถึงบริบทของสภาว่า ตามธรรมเนียมแล้ว ในวันที่มีการโหวตเลือกประธานสภา เมื่อเลือกเสร็จจะมีการปิดประชุมเพื่อรอการโปรดเกล้าฯ ก่อนเริ่มทำงานจริง แต่สำหรับวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นสภาสามารถดำเนินการทำงานต่อไปได้ทันที
ในวันดังกล่าวได้มีการตกลงแบ่งเวลาอภิปรายเรื่องนายกฯ กันเรียบร้อย โดยแบ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 70 นาที และพรรคฝ่ายค้าน 70 นาที ซึ่งทางฝ่ายค้านประเมินว่าการโหวตจะจบลงอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากเวลายังเพิ่ง 13:00 น. จึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรใช้เวลาสภาให้คุ้มค่าด้วยการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องวิกฤตพลังงาน เพื่อส่งข้อหารือไปยังคณะรัฐมนตรีรักษาการ
ฝ่ายค้านได้เดินสายพูดคุยกับพรรคต่าง ๆ นอกรอบ ซึ่งหลายพรรคก็เห็นด้วยและเอาด้วย แต่พรรคภูมิใจไทยที่ยังไม่ได้ให้คำตอบ
ประเด็นกลายเป็นที่ถกเถียงคือ ประธานสภาได้รับปากบนบัลลังก์ว่าให้รอโหวตนายกฯ เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยมาคุยกันเรื่องญัตตินี้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ประกาศผลมติการเลือกนายกฯ เสร็จสิ้น นายโสภณกลับสั่งปิดการประชุมไปดื้อ ๆ
น.ส.ศิริกัญญา และ ส.ส.รังสิมันต์ โรม อยู่บริเวณหน้าห้องผู้สื่อข่าว และได้รับคำตอบว่า “มาเจอท่านประธานหน้าห้องผู้สื่อข่าวบอกว่าที่รีบปิด เพราะท่านต้องไปเข้าห้องน้ำ ท่านปวดฉี่”
พร้อมอธิบายว่า ท่านมาทำหน้าที่วันแรก หากปวดธุระหนักจริงสามารถสั่งพักการประชุมสัก 5-10 นาที แล้วกลับมาทำหน้าที่ต่อ หรือจะให้รองประธานสภาขึ้นมาทำหน้าที่แทนก็ย่อมได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยปฏิบัติกันมาตลอดในอดีต
ด้วยเหตุนี้ ไหม ศิริกัญญา ถึงกับต้องแถลงข่าวตั้งฉายาแซวอย่างเจ็บแสบว่า นี่คือพฤติกรรมแบบ พูดแล้วไม่ทำพลัส ซึ่งเป็นการล้อเลียนสโลแกนพรรคของท่านประธานนั่นเอง

นอกจากนี้ เธอยังมองว่าการปิดสภาตอนบ่ายโมงเป็นการสูญเปล่า เพราะ ส.ส. จากทั่วประเทศต้องเสียค่าเดินทางและค่าน้ำมันมารวมตัวกันจึงควรใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด แม้รัฐบาลจะอ้างว่านายกฯ ต้องไปประชุม ศบค. แต่สภาก็ยังสามารถอภิปรายต่อไปได้ และอาจส่งตัวแทนมารับฟังข้อมูลเพื่อนำไปหารือต่อทีหลังก็ยังได้
นอกจากประเด็นการชิงปิดสภาหนีแล้ว เธอยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการนัดหมายประชุมสภาในสัปดาห์ถัดไป ปกติแล้วสภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเป็นประจำทุกวันพุธและพฤหัสบดี เพื่อพิจารณากฎหมายและญัตติต่าง ๆ แต่ล่าสุด ทางสภากลับส่งเอกสารแจ้งวาระการประชุมล่วงหน้ามาว่าจะมีการประชุมเพียงวันพุธวันเดียวเท่านั้น แม้ว่าในเดือนมีนาคมจะไม่มีวันหยุดใด ๆ เลย
เธอจึงตั้งคำถามเพราะสภายังมีวาระงานที่คั่งค้างอยู่อีกมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ญัตติด่วนด้วยวาจาที่ยังไม่ได้อภิปราย, รายงานผลการดำเนินงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ตามกฎหมายที่ค้างมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว ซึ่งรอการรับทราบอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการเตรียมยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดต่าง ๆ
อย่างไรก็ดี นายสรยุทธตั้งข้อสงสัยว่า “อันนี้ไม่เกี่ยวกับปวดฉี่แน่นอน” ฝั่ง ศิริกัญญา ตอบกลับว่า “อันนี้ไม่เกี่ยว…” จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดว่าเหตุใดจึงมีการลดวันประชุมลงเหลือเพียงวันเดียว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไอติม พริษฐ์ แพ้ โสภณ ซารัมย์ ชวดนั่งเก้าอี้ประธานสภา คะแนนทิ้งห่างขาดลอย
- อนุทิน ยืนยันไม่รู้เรื่อง ‘สุริยา’ งูเห่าส้ม โผล่โหวตนายกฯ แต่ขอบคุณทุกคะแนน
- “อนุทิน” รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





