
สัญญาณเตือนเงินเฟ้อ 5 ยักษ์ใหญ่อุปโภคบริโภค ร่อนจดหมายด่วนถึงร้านค้า “ของขาด-จ่อขึ้นราคา” เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง
สะเทือนถึงเชลฟ์ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านโชห่วยทั่วประเทศ วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังลุกลามมากระทบปากท้องคนไทยโดยตรง ห่วงโซ่อุปทานโลกปั่นป่วน ราคาน้ำมันพุ่งสูง และเกิดภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติก
ล่าสุด 5 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) รายใหญ่ที่สุดของไทย ได้ทยอยส่งหนังสือแจ้งเตือนตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าทั่วประเทศ ให้เตรียมรับมือกับปัญหาสินค้าขาดตลาดและต้นทุนที่กำลังจะพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
-
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด (ประกาศ 13 มี.ค.) เผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันดิบ ทำให้บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ขวด, ซอง) ผลิตไม่ทัน ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป สินค้ามีโอกาส “ขาดส่ง” โดยบริษัทกำลังเร่งส่งทีมงานเข้าหารือกับคู่ค้าเพื่อหาทางรับมือร่วมกัน
-
บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ประกาศ 13 มี.ค.) ได้รับผลกระทบด้านเส้นทางขนส่งทั้งทางเรือและอากาศ ขณะนี้กำลังหาเส้นทางสำรองและประสานซัพพลายเออร์เพื่อล็อกสเปกวัตถุดิบ พร้อมเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ ราคาสินค้าอาจต้องปรับตัวขึ้น ขอให้ร้านค้าเร่งสั่งของตุนไว้ล่วงหน้า
-
บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด (ประกาศ 17 มี.ค.) ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง โดยผลกระทบจะชัดเจนตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป บริษัทจึงเร่งผลิตสินค้าตุนไว้ในเดือนมีนาคม เพื่อให้ร้านค้าสามารถกักตุนสต็อกในราคาเดิมได้ทันก่อนที่จะมีการปรับต้นทุน
-
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) (ประกาศ 18 มี.ค.) ต้นทุนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นทั้งหมด ทำให้บริษัทมีข้อจำกัดในการผลิต ปริมาณสินค้าพร้อมจำหน่ายจะลดลงจากปกติและอาจจัดส่งล่าช้า จึงแนะนำให้ร้านค้าพิจารณาจัดเก็บสต็อกเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
-
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เผชิญความเสี่ยงเรื่องปริมาณวัตถุดิบจำกัดและค่าขนส่งที่แพงขึ้น กระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสินค้าทุกกลุ่ม ทั้งของใช้ในบ้าน ส่วนบุคคล และอาหาร คาดว่าผลกระทบจะเริ่มเดือนเมษายนและอาจทำให้ต้องปรับราคาสินค้าในอนาคต จึงขอให้ร้านค้าเร่งตุนสต็อกโดยด่วน
ทิศทางของทั้ง 5 บริษัทเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือขอให้ร้านค้าปลีกและตัวแทนจำหน่ายเร่งกักตุนสินค้าในเดือนมีนาคม ก่อนที่สต็อกราคาเดิมจะหมดลง เพราะตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ตลาดอุปโภคบริโภคของไทยจะต้องเผชิญกับภาวะ “สินค้าส่งช้า-ของขาดตลาด” และมีแนวโน้มสูงมากที่จะต้องปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คนไทยอ่วม ราคาขายปลีกเนื้อหมู มีนาคม 69 ปรับขึ้นสูงสุด 15 บาท
- กรมเจ้าท่า วอนตรึงอัตราค่าโดยสาร “เรือคลองแสบ” ยังไม่ปรับขึ้นราคา
- ฝันร้ายนักดื่ม! เพจดังแฉ “เบียร์” เตรียมปรับขึ้นราคาทั้งแผง! ประเดิมแบรนด์นี้นำร่อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





