ประวัติ คิตตี้ คริสติน่า อดีตภรรยา เอส กันตพงศ์ คุณแม่สุดสตรอง ฝ่ามรสุมรักร้าว

ประวัติ คิตตี้ คริสติน่า อดีตภรรยา เอส กันตพงศ์ นางแบบชาวเยอรมนี เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เปิดใจปมเลิกรา ชีวิตคู่ไม่ราบรื่น โต้ข่าวตรวจ DNA ยืนยันลูกสาวเป็นลูกเอส
ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับความสัมพันธ์สามีภรรยาระหว่าง คิตตี้ คริสติน่า กับพระเอกหนุ่มหน้าเข้ม เอส กันตพงศ์ ที่แม้ปัจจุบันจะลดสถานะลง แต่ทั้งคู่ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้ น้องวาเลนติน่า ต่อไป วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเส้นทางชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อ ‘คิตตี้’ คุณแม่คนสวยสุดสตรองที่ผ่านบททดสอบชีวิตมามากมาย
หลายคนอาจจะคุ้นภาพของคิตตี้ในฐานะอดีตภรรยาของดาราหนุ่ม แต่แท้จริงแล้ว สาวสวยชาวเยอรมนีคนนี้คืออดีตนางแบบและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีประสบการณ์โชกโชนในวงการแฟชั่น ทั้งสายการค้า, แฟชั่น และไลฟืสไตล์ของสาว ๆ
ส่วนชีวิตรักนั้น เธอพบรักกับหนุ่มเอสจนตกลงปลงใจจดทะเบียนสมรสกันในปี 2563 และมีโซ่ทองคล้องใจคือ น้องวาเลนติน่า หลังจากสร้างครอบครัว สาวคิตตี้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการลดงานในวงการแฟชั่นลง เพื่อมาสวมบทบาทแม่บ้านฟูลไทม์ เลี้ยงดูลูกสาวด้วยตัวเองในช่วง 3-4 ปีแรก โดยทั้งคู่มีข้อตกลงร่วมกันอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายชายจะเป็นคนทำงานหาเงิน ส่วนเธอจะดูแลความเรียบร้อยของครอบครัว
แต่แล้วชะตาชีวิตก็เล่นตลก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลัง เอส กันตพงศ์ เกิดอาการวูบหมดสติกลางงานอีเวนต์จากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันและหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้อง ICU เป็นเวลานาน
ในเวลานั้น คุณแม่ลูกหนึ่งต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นเสาหลักของครอบครัว เธอเข้มแข็งและขอบคุณทีมแพทย์ที่ช่วยชีวิตคนรักไว้ พร้อมกับตัดสินใจหันกลับมารับงานในฐานะอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์อีกครั้ง เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยขุดเอาประสบการณ์นางแบบและความเข้าใจในหัวอกคนเป็นแม่มาถ่ายทอดเป็นคอนเทนต์แนวแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ การเลี้ยงลูกและการดูแลสุขภาพใจ
หลังจากนั้นทั้งสองตัดสินใจแยกทางกัน แต่ยังทำหน้าที่ของพ่อและแม่ลูกสาวเป็นอย่างดี

วันนี้ (18 มีนาคม 2569) คุณแม่ลูกหนึ่งออกเปิดใจให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ตอนเดินทางไปขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคดีฟ้องร้องกับอดีตสามี โดยเล่าย้อนให้ฟังว่า หลังจากจดทะเบียนสมรสกัน ท้ายที่สุดก็ได้ตัดสินใจจดทะเบียนหย่าไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพราะชีวิตคู่ที่ไม่ได้ราบรื่นนัก ซึ่งช่วงหลังหย่าเธอยังคงเดินทางไปกลับที่เมืองไทย และลูกสาวก็แวะเวียนไปพักที่บ้านฝ่ายชายบ้าง
คิตตี้ อธิบายว่า ตอนที่ตัดสินใจหย่า ทั้งสองพยายามหาทางออกร่วมกันแต่มันไม่เป็นผล อีกทั้งเธอรู้สึกไม่ถูกรับฟังเลยตัดสินใจพึ่งอำนาจศาลเพื่อหาทางออก
สำหรับประเด็นข่าวลือหนาหูเรื่องที่คุณแม่ของฝ่ายชายพาหลานไปตรวจ DNA คิตตี้ คริสติน่า พอทราบข่าวนี้ แต่งงกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ตอนแรกเธอไม่อยากออกมาพูดถึง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเครียด เพราะยืนยันหนักแน่นว่า “ลูกสาวคือลูกของเอสแน่นอน 100%” และฝากข้อคิดไว้ว่า ความสัมพันธ์ควรเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ควรมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง
สาวคิตตี้ เผยว่า ไม่ต้องการกีดกันลูกไว้เองคนเดียว สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ ศาลให้อำนาจปกครองลูกร่วมกันทั้งพ่อและแม่ ยอมรับว่าตอนเจอหน้ากับอดีตสามีต่างคนต่างตึงเครียด
ด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ เธอเลือกที่จะยึดเอาความสุขของลูกเป็นหลัก และเชื่อมั่นในระบบความถูกต้องของไทย อยากให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อตนเอง ส่วนบทสรุปของเรื่องนี้ คิตตี้อธิบายว่า แม้พ่อกับแม่จะแยกทางกัน แต่ก็อยากให้ทั้งคู่ช่วยกันเลี้ยงลูกสาวอย่างมีความสุข ซึ่งทั้งสองยังอยากใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยต่อไป เพราะเปรียบเสมือนบ้านไปแล้ว
สำหรับใครที่อยากติดตามไลฟ์สไตล์และส่งกำลังใจให้คุณแม่สายสตรองคนนี้ สามารถเข้าไปติดตามและกดไลก์กันเยอะ ๆ ได้ที่อินสตาแกรม @thekittyway






อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คิตตี้ เผยสาเหตุหย่า ยืนยันลูกเป็นลูก เอส กันตพงศ์ ไม่อยากพูดปมตรวจ DNA
- ย้อนเส้นทางรัก เอส กันตพงศ์-คิตตี้ คริสติน่า จากวันที่ยอมรับ หย่ากันแล้ว สู่การเผชิญหน้ากันในศาล
- เอส กันตพงศ์ แจงปม จดหมายถึงคนที่รัก ขอโทษทำเข้าใจผิด ยืนยันไม่ได้มีปัญหา
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



