อย. เล็งขอผลตรวจ โปรตีนตกฉลาก ชี้เข้าข่าย “ผลิตภัณฑ์ปลอม” หากต่ำกว่าเกณฑ์

อย. เล็งขอผลตรวจโปรตีนจาก CEO แบรนด์ดัง หลังพบโปรตีนน้อยกว่าที่ระบุในฉลาก ชี้หากต่ำกว่าเกณฑ์มากเข้าข่าย “ผลิตภัณฑ์ปลอม”
วันที่ 17 มี.ค. 2569 ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยผลตรวจปริมาณโปรตีนในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์หนึ่ง ซึ่งพบว่ามีปริมาณโปรตีนน้อยกว่าที่ระบุในฉลาก ว่า เรื่องการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีในท้องตลาด ทางอย. มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์อยู่แล้ว ถ้าตัวไหนผลวิเคราะห์เกิดอันตราย หรือผิดมาตรฐาน ก็จะมีการประกาศผลวิเคราะห์ ส่วนกรณีผิดจากขึ้นทะเบียนไว้ ก็จะมีกระบวนการ โดยให้ผู้ประกอบการทั้งนำเข้า หรือผลิต ให้ชี้แจง และปรับปรุงแก้ไข พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น
ภญ.สุภัทรา กล่าวเสริมว่า กรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่า มีโปรตีนเท่าไหร่ๆ นั้น เรามีแผนเก็บตัวอย่างเช่นกัน โดยวิธีการเก็บตัวอย่างเพื่อหาสารสำคัญแต่ละชนิด เราจะดูว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนั้น มีสารสำคัญอะไร ที่จำเป็นต้องตรวจวิเคราะห์ เพื่อทำให้สินค้าได้มาตรฐาน และผู้ซื้อจะได้สารสำคัญตรงตามความต้องการ
ส่วนตัวที่เป็นข่าวเกิดจากผู้ประกอบการที่นำสินค้าจากแบรนด์อื่นๆ มาตรวจวิเคราะห์ ก็ต้องขอบคุณ และเราจะขอข้อมูลมาเพื่อดูว่าวิธีการตรวจเป็นอย่างไร และเป็นไปตามหลักการที่ อย.ดำเนินการหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีที่ฉลากไม่ตรงกับปริมาณจริงจะมีโทษหรือไม่นั้น ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า มีความผิด หากต่ำกว่าที่ระบุมากตามเกณฑ์กฎหมายก็จะเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ปลอม แต่หากไม่มาก ก็จะเป็นการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง จะมีความผิดตามขั้นตอนทางกฎหมายอยู่
“การเก็บตัวอย่างจะเป็นผลิตภัณฑ์จริง หรือปลอมหรือไม่ จะต้องดูสินค้านั้นๆ ซึ่ง อย.มีข้อมูลหมด เรามีข้อมูลพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม เราจะขอข้อมูลผู้ประกอบการที่ทำการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อื่นๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลของ อย. ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า อย.ดำเนินการในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มข้นตลอด ทั้งเก็บตัวอย่างในท้องตลาด การตรวจสอบสถานที่ลักลอบผลิต นำเข้า ผิดกฎหมาย หรือการออกประกาศเตือนสินค้าไม่ปลอดภัย เป็นต้น “ เลขาฯ อย.กล่าว
ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยุคปัจจุบันมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ท้องตลาด ซึ่ง อย.ฝั่งหนึ่งก็ต้องให้บริการผู้ประกอบการในการพัฒนา หรือผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าที่ปลอดภัย ดังนั้น เมื่อสินค้าใหม่ๆ ออกมาเยอะ การกำกับดูแลก็ตามมา
ทางอย.ทำควบคู่บาลานซ์เรื่องนี้ตลอด ผู้ประกอบการดีๆ ก็มีเยอะ มีการผลิตสินค้าดีๆ มีคุณภาพ ปัจจุบันคนไทยสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ยิ่งตอนนี้เป็นสังคมสูงอายุ เราจึงต้องดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้น สินค้าใดที่เคลมอะไรก็ตาม อย.เราดูตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องมือแพทย์ ฯลฯ เพื่อยืนยันว่าสินค้านั้นมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ
“สิ่งหนึ่งที่อยากย้ำคือ สินค้าที่ขออนุญาตเป็นอาหาร ทางอย.จะอนุญาตว่า กินได้ทุกวัน ไม่มีผลรักษาโรค หากสินค้านั้นรักษาโรคได้ จะถือว่าเป็นยา ส่วนหนึ่งที่เป็นประเด็น คือ การโฆษณา ขออนุญาต อย.ว่า เป็นอาหาร แต่เวลาโฆษณา กลับโอเวอร์เคลม เรื่องนี้ก็มีการตรวจจับ
สิ่งสำคัญเรื่อง Health literacy เราต้องระวัง ไม่มีอาหารที่บอกว่า กินแล้วเห็นผล อย.ไม่เคยอนุญาต จึงต้องตระหนักก่อนซื้อ ที่ผ่านมาอย.ร่วมกับแพลตฟอร์ม หรือหน่วยงานที่ดูแลเรื่องโฆษณา เพื่อปิดกั้นเว็บไซต์ หรือเอาลงจากแพลตฟอร์ม เราร่วมมือกับ ชอปปี้ ลาซาด้า ไลน์แมน แกร็ป Tiktok จะมี AI ในการตรวจจับ แต่ก็มีหลุดรอด ซึ่งก็พัฒนากันปิดกั้นอยู่ ส่วนกรณีบุคลากรทางการแพทย์ ไปโฆษณานั้น ทางอย.ก็ส่งข้อมูลให้สภาวิชาชีพตรวจสอบ ทำเป็นรูทีน” ภญ.สุภัทรา กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ช็อกวงการ! ผู้บริหารสาว กางผลแล็บอาหารเสริมตัวดัง เคลมแรงแต่พบโปรตีนแค่ 8.59%
- ประกาศแล้ว พีระมิดอาหารฉบับใหม่ เน้นโปรตีน ไขมัน เลี่ยงน้ำตาล อาหารแปรรูป ปฏิวัติใหม่รอบหลายสิบปี
- ผลศึกษาใหม่ พบสารตะกั่ว-แคดเมียมในผงเวย์โปรตีน เกินค่ามาตรฐาน ควรกังวลแค่ไหน
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





