รมว.พลังงาน เผยนับจากวันนี้มีน้ำมันสำรองใช้ 95 วัน มีน้ำมันเข้ามาเติมเรื่อยๆ

อรรถพล รมว.พลังงาน เผยนับจากวันนี้มีน้ำมันสำรองใช้ 95 วัน มีน้ำมันเข้ามาเติมเรื่อยๆ ไม่ใช่ 60 วันแล้วหมดเลย ไม่หวั่นประชาชนแห่เติมน้ำมัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงผลการประชุมหารือมาตราการพลังงาน ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่า วันนี้เป็นการยืนยันตัวเลขสำรองน้ำมันที่เคยพูดไว้ว่า 60 วันนั้น ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆต้องบอกว่า 65 วัน หมายความว่าถ้าไม่มีน้ำมันเข้ามาในประเทศไทยเลยเราจะอยู่ได้ 65 วัน และที่มาอัปเดตในที่ประชุมคือแหล่งน้ำมันนอกจากตะวันออกกลาง ที่ยืนยันว่าเข้ามาประเทศเราแน่ๆ มีอีก 30 วัน ทำให้นับจากวันนี้ไปเราจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน และตัวเลขพวกนี้ที่จะเติมมาเรื่อยๆ เพราะตัวเลขที่ว่าอีก 30 วัน ยังทยอยเข้ามาจนถึงเดือน เม.ย. และในเดือน พ.ค.เราก็ไล่คอนเฟิร์มต่อ เพราะฉะนั้นตัวเลขพวกนี้มันจะเติมเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าครบ 60 วันแล้วบ้านเราจะไม่มีน้ำมันใช้
ส่วนเรื่องการระงับการส่งออกคงจะมีคำสั่งนายกฯเรื่องการระงับการส่งออก ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา เพราะสองประเทศนี้เรามีการพึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน จึงยกเว้นสองประเทศนี้ นอกจากนั้นจะมีการประกาศเพิ่มเกี่ยวกับกรณีที่กำลังผลิตบ้านเราจะเหลืออยู่เมื่อระงับการส่งออก การจัดการก็จะให้ส่วนหนึ่งมาสำรองเพิ่ม เฉพาะฉะนั้นจะประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น จาก 1% เป็น 3% ตรงนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้นในบ้านเรา ส่วนเรื่องราคาก็ยังเหมือนเดิมที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย ส่วนน้ำมันเบนซินจะช่วยเหลือบางส่วน ส่วนก๊าซที่เคยพูดไว้ว่าส่วนใหญ่เอามาผลิตไฟฟ้า 50-60% มาจากท่อจากเมียนมา และไทย
อีกส่วนเป็น LNG ที่มาจากกาตาร์ ที่น่าจะเป็นปัญหามีบางส่วนที่ออกมาแล้วติดอยู่ระหว่างทางนั้นเราไม่ได้รอ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้อนุมัติให้หาจากแหล่งอื่นเข้ามาแทน ซึ่งมีแผนจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมทั้งทางอเมริกา แอฟริกาให้ หรือมาเลเซีย ล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ก็อนุมัติให้จัดหาจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทน ซึ่งก็ได้รับการยืนยันกับทาง ปตท. ว่า ภายในสัปดาห์หน้า ก็สามารถยืนยันออเดอร์ได้
เมื่อถามว่ากรณีประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันจะทำให้น้ำมันลดลงเร็วกว่าเวลาที่คาดการณ์ไว้จนไม่ถึง 95 วันหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า การเติมน้ำมันมากเป็นพฤติกรรมชั่วคราว ถ้าประชาชนมั่นใจมากขึ้น หลังจากเราพูดไปชัดเจนว่าน้ำมันมีใช้เพียงพอ สถานการณ์ในปั้มน้ำมันต่างๆหน้างานดีขึ้นเยอะ คนไม่ได้แตกตื่นเอาแกลอนเอาถังไปเติมแล้ว และคนที่ซื้อไปแล้วเขาก็ต้องใช้ ซื้อไปเยอะก็จะกลับมาซื้อน้อย เมื่อถามว่ากรณีที่บางปั้มน้ำมันบอกว่าน้ำมันหมดจะตีความว่ามีการกักตุนได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่ ทางกระทรวงพลังงานได้สั่งการไปที่พลังงานจังหวัดทุกจังหวัด กำชับกับทุกปั้มห้ามมีการกักตุนหรือเก็บไว้ และเราประสานงานกับผู้ค้าน้ำมันในการจัดส่งให้เพียงพอ จะมีการสะดุดขอขวดเพียงบางช่วง แต่ด้วยระบบการขนส่งของบ้านเราตนว่าปัญหาตรงนี้วันสองวันคงคลี่คลาย
เมื่อถามว่าการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วันถ้าครบกำหนดจะขยายหรือไม่ รวมถึงเบนซินจะมีมาตรการอย่างไร นายอรรถพล ตอบว่า เรื่องของราคาเราใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงมาเป็นตัวลดการกระชากของราคา ขาขึ้นเราก็มาช่วยพยุง ขาลงเราอาจมีการเก็บคืน จริงๆกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านมาเคยติดลบไปถึง 1.2 แสนล้าน ตอนที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ติดลบ 2 หมื่นล้าน และช่วงที่ผ่านมาก่อนเหตุการณ์ สภาวะก็ดีขึ้น เราบริหารจัดการจนกองทุนเป็นบวก พอเกิดวิกฤติกองทุนน้ำมันสามารถเข้าไปทำหน้าที่ได้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา พอครบ 15 วัน เราจะประเมินสถานการณ์ว่าการสู้รบยืดเยื้ออยู่หรือไม่ เราจะใช้กลไกเข้าไปช่วยได้แค่ไหน
ส่วนแนวคิดที่จะปรับสูตรน้ำมันให้ใช้ได้มากขึ้นนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่ เรื่องดังกล่าวต้องวางเป็นลำดับขั้น ขณะนี้เราระงับส่งออก สองเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง ขั้นต่อไปหากมีการขาดแคลนมากขึ้นเราก็ค่อยพิจารณาเรื่องพลังงานที่มีในบ้านเราเข้ามาช่วย น้ำมันดีเซล ก็เป็นไบโอดีเซล นอกจากนี้ยังสามารถซื้อน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาได้หากมันขาดจริงๆ สิ่งที่ต้องทำอาจจะต้องประกาศลดสเปคน้ำมันบ้านเราที่ค่อนข้างสูง เพราะเน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเป็นช่วงวิกฤติก็ต้องปรับลดเพื่อให้สามารถนำเข้าน้ำมันได้จากหลายแหล่งมากขึ้น อีกเรื่องที่ทำได้เลยคือกระทรวงพลังงานจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มี.ค.คือการรณรงค์เรื่องประหยัดพลังงาน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กระทรวงพลังงาน สั่งระงับส่งออกน้ำมัน เผยไทยมีเพียงพอใช้ 60 วัน
- พรรคประชาชน จี้ รัฐบาลพูดความจริง น้ำมันสำรองเหลือ 38 วัน ต่ำกว่าที่คาด
- ราคาน้ำมันโลกพุ่ง เหตุอิหร่าน เปิดฉากโจมตี เรือบรรทุกน้ำมัน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





