เช็กด่วน! กลิ่นจิ๊มิปกติ ต้องเป็นแบบไหน สัญญาณสุขภาพดี ที่ผู้หญิงทุกคนต้องรู้

ไขข้อสงสัย กลิ่นน้องสาวที่สุขภาพดีควรเป็นอย่างไร เช็กสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นเหม็นคาว สัญญาณเตือนโรคติดเชื้อ พร้อมวิธีดูแลอย่างถูกต้อง
ปัญหากลิ่นจุดซ่อนเร้นเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงหลายคน ธรรมชาตินั้นจุดซ่อนเร้น จะมีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นไอดิน หรือมีกลิ่นเปรี้ยวอ่อนๆ หากวันหนึ่งกลิ่นเกิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย
ทำความรู้จักกลิ่นธรรมชาติของจุดซ่อนเร้น
พญ.เชอร์รี รอสส์ สูตินรีแพทย์ อธิบายว่า จุดซ่อนเร้นตามธรรมชาติไม่ได้มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำหอม แต่จะมีกลิ่นเฉพาะตัว ลักษณะของตกขาวและกลิ่นจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของรอบเดือน ผู้หญิงทุกคนจึงควรทำความรู้จักกลิ่นปกติของตัวเอง เพื่อให้สังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อมีกลิ่นแปลกไปจากเดิมเกิดขึ้น
จุดซ่อนเร้นมีความอ่อนไหวสูงมากต่อสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน ปัจจัยที่เข้ามากระทบความสมดุล ย่อมส่งผลโดยตรงต่อกลิ่น ลักษณะ และความเหนียวข้นของตกขาว ปัจจัยใกล้ตัวที่ทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป ได้แก่
- การใช้ยาปฏิชีวนะ
- การสวนล้างภายในช่องคลอด
- การมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง หรือการเปลี่ยนคู่นอน
- การใช้ยาฆ่าเชื้ออสุจิ
- การล้างด้วยสบู่ ครีมอาบน้ำ หรือสเปรย์สำหรับจุดซ่อนเร้น
- การสวมชุดชั้นในที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์

ภาวะผิดปกติที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
ภาวะติดเชื้อและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย (BV) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นคาวปลา โดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยมักมีอาการแสบร้อนตอนปัสสาวะ คันบริเวณภายนอก เจ็บแสบภายใน และมีตกขาวสีขาวหรือสีเทา ความเสี่ยงของภาวะนี้เกิดจากการสวนล้างภายใน การไม่ใช้ถุงยางอนามัย และการเปลี่ยนคู่นอน
ส่วนโรคพยาธิช่องคลอดเป็นโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน แม้ผู้ติดเชื้อจะมีเพียงส่วนน้อยที่แสดงอาการ แต่จะพบความผิดปกติคือ ตกขาวมีลักษณะใส สีขาว สีเหลือง หรือสีเขียว และมีกลิ่นคาวปลา อาการร่วมที่พบคือ คัน แสบ แดง เจ็บบริเวณอวัยวะเพศ รวมถึงรู้สึกไม่สบายตัวตอนมีเพศสัมพันธ์และตอนปัสสาวะ
ผลกระทบจากวัยทองและอาหารการกิน
กลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจะเผชิญกับภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลให้เนื้อเยื่อฝ่อและบางลง นำไปสู่อาการแห้ง ระคายเคือง และทำให้เกิดกลิ่นได้ ในด้านพฤติกรรมการกิน การบริโภคน้ำตาล ขนมหวาน มันฝรั่งทอด เนื้อแดง และธัญพืชขัดสีปริมาณมาก จะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอักเสบจากแบคทีเรีย ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ กินอาหารทะเล กระเทียม และอาหารรสจัด ก็ล้วนส่งผลกระทบต่อกลิ่นจุดซ่อนเร้นเช่นกัน
วิธีดูแลสุขอนามัยที่ถูกต้อง
แม้จุดซ่อนเร้นจะเป็นอวัยวะที่ทำความสะอาดตัวเองได้ แต่บริเวณโดยรอบอย่างขาหนีบยังคงมีเหงื่อออกซึ่งทำให้เกิดกลิ่นได้ วิธีดูแลสุขอนามัยที่ดีคือ การเปลี่ยนผ้าอนามัยหรือแผ่นรองซับปัสสาวะบ่อยๆ เวลาขับถ่ายให้เช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลังให้หมดจด และล้างทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำอุ่นเป็นประจำ
ข้อควรระวังที่สำคัญคือเรื่องสิ่งแปลกปลอมตกค้าง โดยเฉพาะการลืมเอาผ้าอนามัยแบบสอดออก เรื่องนี้จะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตจนเกิดกลิ่นเหม็นรุนแรง หากมีปัญหาในการเอาสิ่งแปลกปลอมออก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
สำหรับการกำจัดกลิ่นผิดปกตินั้นต้องรักษาที่ต้นเหตุ หากเกิดจากโรคพยาธิหรือแบคทีเรีย แพทย์จะต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษา ควบคู่ไปกับการดูแลสุขอนามัยและปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม
ที่มา: health
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วัคซีน IPD คืออะไร ฉีดกี่เข็มแน่ เด็ก 3-4 เดือนเพิ่งเริ่มฉีดทันไหม สรุปครบจบที่นี่
- ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก เสี่ยงทำซึมเศร้าหนัก ดูดซึมยาน้อยลง กินไม่อร่อย หวั่นจบชีวิต
- ออกกำลังกายแล้วปวดเข่า สัญญาณเตือนบอกโรคที่ควรรู้
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





