หลวงพ่อ ส่ง 200 รูปตัวเองแก้ผ้าให้สีกา อัยการไม่ฟ้อง ชี้ “ภาพช่วยเยียวยาจิตวิญญาณ”

เหลือเชื่อ พระคาทอลิกรอดคดี ส่งภาพเปลือยให้นักท่องเที่ยว อัยการชี้เป็น “ภาพศิลปะเชิงจิตวิญญาณ”
เพมโบรกเชอร์, สหราชอาณาจักร — สำนักงานอัยการสูงสุด (CPS) ตัดสินใจไม่สั่งฟ้อง บราเดอร์ไททัส คีท พระภิกษุคาทอลิกวัย 77 ปี ในข้อหาส่งภาพเปลือยของตนเองกว่า 200 ภาพ ให้กับนักท่องเที่ยวหญิง โดยอัยการให้เหตุผลว่าภาพเหล่านั้นเป็น “ภาพเชิงจิตวิญญาณ”
นางสาวลิซ่า เลิฟ ไกด์นำเที่ยววัย 56 ปี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากได้รับภาพถ่ายเปลือยจำนวนมากจากคีท ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นคีทกำลังออกกำลังกายโดยไม่สวมเสื้อผ้าบนชายหาดเปลี่ยวแห่งหนึ่งบนเกาะคาลดีย์ นอกชายฝั่งเพมโบรกเชอร์ ซึ่งเป็นเกาะที่เป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่
เลิฟรู้จักกับคีทเมื่อ 15 ปีก่อนขณะมาพักผ่อนกับครอบครัวที่เกาะแห่งนี้ หลังจากสูญเสียมารดาในปี 2011 คีทได้เข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจของเธอผ่านการเขียนจดหมาย ทว่าความสัมพันธ์ฉันมิตรกลับกลายเป็นความตื่นตระหนก เมื่อเขาเริ่มแนบภาพถ่ายเปลือยมาในจดหมาย ต่อมาได้ส่งภาพอนาจารลักษณะเดียวกันเข้าโทรศัพท์มือถือของเธอ
แม้เลิฟจะร้องเรียนไปยังเจ้าอาวาสและได้รับแจ้งว่าคีทถูกลงโทษแล้ว แต่เธอก็ยังคงได้รับภาพเหล่านั้นอยู่ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ ส่งผลให้คีทถูกจับกุมในข้อหาต้องสงสัยว่าก่อกวน
คำตัดสินที่สร้างความกังขา ล่าสุด สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งจดหมายแจ้งนางสาวเลิฟว่า จะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ กับคีท ซานดรา ซูบัคคี อัยการของ CPS ระบุในจดหมายว่า จากการตรวจสอบข้อความสนทนา สนับสนุนคำให้การของคีทที่ว่าภาพถ่ายเหล่านั้นเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ และไม่มีความเกี่ยวข้องทางเพศ ในความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ก่อนหน้านี้ คีทได้ยอมรับกับสื่อมวลชนว่าเป็นบุคคลในภาพจริง พร้อมอ้างว่าภาพเหล่านี้คือ “งานศิลปะ” เป็นการนำร่างกายมนุษย์ในสภาพดั้งเดิมไปอยู่ท่ามกลางแสงธรรมชาติ โดยปฏิเสธเจตนาทางเพศใดๆ ปัจจุบันเชื่อว่าคีทได้หลบหนีการประกันตัวออกจากเกาะและเดินทางไปยังประเทศเบลเยียมแล้ว
เลิฟไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อคำตัดสิน กล่าวหาว่าตำรวจและอัยการกำลังปกป้องคีทเพราะสถานะทางศาสนาของเขา เธอตั้งคำถามว่า “บอกฉันหน่อยสิว่าในพระคัมภีร์ตรงไหนที่บอกให้เดินเปลือยกายบนชายหาด” ปัจจุบันเธอได้ยื่นคำร้องขอทบทวนคำตัดสินผ่านทางทนายความแล้ว
ด้าน เควิน โอคอนเนลล์ ผู้บริหารกลุ่มรณรงค์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเกาะคาลดี (ซึ่งเกาะแห่งนี้เคยมีประวัติอื้อฉาวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในช่วงทศวรรษ 1970-1980) ได้วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างหนัก ว่าเป็นเรื่อง “น่าอัปยศ” ที่อัยการมองภาพเปลือยที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้เป็นงานศิลปะเพียงเพราะผู้กระทำเป็นพระ พร้อมเตือนว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่จริงจังกับข้อกล่าวหา เกาะแห่งนี้จะยังคงเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดต่อไป
ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างกระบวนการขอทบทวนสิทธิ์ของเหยื่อ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อดีตทหารหึงโหด ซ้อมแฟนปางตาย ซ้ำโพสต์ภาพโป๊ประจาน ทำชีวิตพัง ก่อนปลิดชีพคาห้องขัง
- ‘เจเรมี เรนเนอร์’ งานเข้า ผู้สร้างหนังแฉ คุกคามทางเพศ-ส่งภาพโป๊ เมาอาละวาด ต้องขังตัวเองในห้องน้ำ กลัวตาย
- ศึกแย่งลูกสุดฉาว! นักร้องดัง ผัวแฉติดยา ซัดกลับ คดีภาพโป๊เด็ก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





