ข่าวต่างประเทศ

เจาะลึก “ระเบิดสุญญากาศ” อาวุธมรณะในกาซา ทำคนระเหยหายไปกว่า 2,000 คน

สรุปความจริงระเบิดสุญญากาศในกาซา หลังมีรายงานคนระเหยหาย 2,000 ราย เจาะลึกกลไกอาวุธมรณะและข้อกฎหมายสงคราม เพื่อให้คุณเข้าใจสถานการณ์จริงในพื้นที่ล่าสุด

ท่ามกลางไฟสงครามในฉนวนกาซาที่ยืดเยื้อ คำว่า ระเบิดสุญญากาศ (Vacuum Bomb) ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง พร้อมกับข้อกล่าวหาที่น่าสะพรึงกลัวว่า อาวุธชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 2,000 คน ระเหยหายสาบสูญ ไปเฉย ๆ โดยไม่พบแม้แต่ร่าง

ทีมข่าว The Thaiger สรุปข้อเท็จจริงทางเทคนิคทหาร ข้อกฎหมาย และรายงานการสืบสวนล่าสุด เพื่อแยกแยะว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือข้อกล่าวหาที่ยังต้องพิสูจน์

ระเบิดสุญญากาศ พลังทำลายล้างรุนแรงแค่ไหน?

แม้ชื่อจะฟังดูเหมือนเครื่องดูดอากาศ แต่ในทางเทคนิคทางทหาร มันคือ อาวุธเทอร์โมบาริก (Thermobaric weapons) หรือ ระเบิดเชื้อเพลิงในอากาศ (Fuel-Air Explosive – FAE) ซึ่ง HRW เรียกรวม ๆ ว่า Enhanced Blast Weapons

กลไกการทำงาน 2 ขั้นตอนสุดอันตราย

เมื่อหัวรบของระเบิดสุญญากาศกระทบเป้าหมาย จะปล่อยเชื้อเพลิง กระจายตัวเป็นละอองฝุ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณ (สามารถแทรกซึมเข้าถ้ำ อาคาร หรืออุโมงค์ได้ดี)

จากนั้น เชื้อเพลิงที่ฟุ้งอยู่จะถูกจุดระเบิด เผาไหม้ร่วมกับออกซิเจนในอากาศโดยรอบ ส่งผลให้เกิด ลูกไฟความร้อนสูง และ คลื่นอัดกระแทก (Blast Wave) ที่รุนแรงและยาวนานกว่าระเบิดทั่วไป

คำว่า “สุญญากาศ” มาจากปรากฏการณ์หลังการระเบิด ที่ออกซิเจนถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ความดันอากาศตกลงวูบหนึ่ง (Negative Pressure) ซึ่งสามารถทำลายปอดหรืออวัยวะภายในของมนุษย์ได้ แม้จะไม่ได้ถูกสะเก็ดระเบิดโดยตรง

ภาพการค้นหาร่างที่หายไปในซากตึกหลังการโจมตี
(ภาพจาก : Wikipedia) การระเบิดจากระเบิดเชื้อเพลิง-อากาศของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ใช้กับเรือรบที่ปลดประจำการ USS McNulty ภาพปี 1972

ข้อกล่าวหา “คนระเหย 2,000 ศพ” จริงไหม

ประเด็นนี้ร้อนแรงขึ้นเมื่อ Al Jazeera เผยแพร่รายงานเชิงสืบสวน (10 ก.พ. 2569) อ้างอิงข้อมูลจากทีมกู้ภัยในกาซา ระบุตัวเลขผู้สูญหาย 2,842 ราย ที่ “ไม่พบร่างหรือเหลือหลักฐานน้อยมาก”

รายงานดังกล่าวตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงไปถึงการใช้ อาวุธความร้อนสูงและแรงอัด (ซึ่งเข้าข่ายเทอร์โมบาริก) ว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายมนุษย์ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือซาก หรือที่เรียกในเชิงอุปมาว่า “ระเหย” (Vaporized) ไปกับแรงระเบิด

ในขณะที่ข้อกล่าวหาเรื่องอาวุธรุนแรงมีน้ำหนัก แต่สื่อตะวันตกและองค์กรระหว่างประเทศอย่าง AP News และ Reuters ให้มุมมองอีกด้านที่เกี่ยวกับข้อจำกัดหน้างาน โดยคาดว่ากาซาเต็มไปด้วยตึกสูงที่ถล่มลงมาทับถมกัน การค้นหาร่างภายใต้คอนกรีตหลายพันตันโดยไม่มีเครื่องจักรหนัก (Heavy Machinery) เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

การระบุว่า “สูญหาย” ในทางเอกสาร มักหมายถึง “ยังไม่พบร่าง” หรือ “พิสูจน์อัตลักษณ์ไม่ได้” ไม่ได้แปลว่าร่างนั้นสลายไปในอากาศเสมอไป ดังนั้น แรงระเบิดจากการโจมตีทางอากาศทั่วไป (Airstrike) ก็สามารถทำให้ร่างฉีกขาดจนยากแก่การรวบรวมได้เช่นกัน

หลักฐาน “แถบสี” บนจรวดอิสราเอล

ประเด็นเรื่องการใช้อาวุธเทอร์โมบาริกยังเป็นที่ถกเถียงในวงการนักวิเคราะห์อาวุธ เว็บไซต์ The War Zone เคยตั้งข้อสังเกตภาพถ่ายเฮลิคอปเตอร์ของอิสราเอลที่ติดตั้งขีปนาวุธ Hellfire ซึ่งมี “แถบสี” (Color Bands) ที่แตกต่างจากรุ่นปกติ ทำให้เกิดการคาดเดาว่าอาจเป็นรุ่นหัวรบพิเศษแบบเทอร์โมบาริก (เช่น AGM-114N)

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากการวิเคราะห์ภาพถ่าย ยังไม่มีการยืนยันการใช้งานภาคสนาม หรือการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนอาวุธทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน

ปัจจุบัน ไม่มีสนธิสัญญาที่ห้ามใช้อาวุธเทอร์โมบาริกโดยตรง แต่การใช้งานต้องอยู่ภายใต้ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) อย่างเคร่งครัด

  • ต้องแยกแยะระหว่างทหารและพลเรือน
  • ต้องได้สัดส่วน (Proportionality)
  • คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ระบุว่า การใช้อาวุธชนิดนี้ใน “เขตเมืองที่มีคนหนาแน่น” ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เพราะรัศมีทำลายล้างกว้างและควบคุมผลกระทบต่อพลเรือนได้ยาก

การหายตัวไปของชาวกาซานับพันคนคือโศกนาฏกรรมที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่สาเหตุจะมาจาก “อาวุธมรณะที่ทำให้ร่างระเหย” หรือ “ซากตึกที่ทับถมจนกู้ไม่ได้” ยังคงต้องรอการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์หลังสงครามสงบ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาคำตอบที่ชัดเจน 100%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Al Jazeera, Human Rights Watch, AP News, The War Zone, Wikipedia

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Thosapol

นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button