ข่าวการเมือง

นายกเฮง ลำพูน แฉวิธีโกงเลือกตั้ง 2569 ต้นทุนต่ำ ได้ผลชัวร์ ตรวจสอบยากมาก

โกเฮง นายก อบจ.ลำพูน แฉหมดเปลือก เบื้องหลังกลโกงเลือกตั้ง 69 ชี้ซื้อหน่วยคุ้มกว่าซื้อหัว เผย 3 ตำแหน่งสำคัญ พบพิรุธชลบุรี โมเดล จี้ปฏิรูป กกต. ก่อนสายเกินแก้

แม้ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปี 2569 ในจังหวัดลำพูนจะจบลงด้วยชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคประชาชนที่กวาดที่นั่งไปได้ทั้ง 2 เขต ตอกย้ำความเป็นพื้นที่ฐานเสียงเหนียวแน่น แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าผลแพ้ชนะ คือการออกมารีวิวกลโกงแบบเจาะลึกของ โกเฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนจากพรรคเดียวกัน ที่โพสต์เฟซบุ๊กแฉยับถึงวิวัฒนาการการทุจริตที่เปลี่ยนไปจากการแจกเงินรายหัวสู่การซื้อยกหน่วยที่ตรวจสอบยากและได้ผลชะงัด

รีวิวการเลือกตั้ง 2569 #โกงยังไง..?

ก่อนอื่นผมขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่าน ถึงแม้ปีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรารักษาแชมป์จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอันดับหนึ่งได้หรือไม่ แต่ผลคะแนนที่ออกมาผมขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคประชาชนทั้งสองเขต ทั้งนี้จากผลการเลือกตั้งทั้งประเทศแน่นอนว่าทางเรา มีแนวโน้ม ที่จะเป็นฝ่ายค้าน โดยทางพวกผมและทางว่าที่ ส.ส. ทั้งสองท่าน

ในเรื่อง พูดคุยถึงแนว ทางการทำงานขององคาพยพทั้งหมดในจังหวัดลำพูนเพื่อให้เป็นเนื้อเดียวกันให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้มีอุปสรรคใดใดในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ผลักดันให้ท้องถิ่นหรือปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่จะต้องสะท้อนได้มากที่สุดไปยังผู้บริหารหรือรัฐบาล

สิ่งที่ผมอยากจะจะมีรีวิวการเลือกตั้ง 2569 นี้

1. ขอเอาเรื่องภายในจังหวัดลำพูน จริง ๆ แล้วก็เหมือนสถานการณ์ปกติทั่วไปการเลือกตั้ง ตัวผมเองเป็นผู้เฝ้ามองแบบห่างๆ เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยในกองอำนวยการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาได้ หลังม่านแห่งการเลือกตั้งนั้น ดุเดือด เอาจริงๆแทบจะโดนกันทุกทางเลย ไม่ว่าจะเขต1 หรือเขต 2 หนักหน่วงมากปีนี้ต้องยอมรับว่า กระแสการจ่ายเงินรุนแรงมาก อีกทั้งทุก ๆการเลือกตั้งมันจะมีดราม่าเสมอ

ปีนี้ก็อย่างที่เคยลงคลิปไปแล้ว ส่วนการปราศรัยการโจมตีคู่แข่ง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีจนมีการปราศรัยของพรรคการเมืองภาคหนึ่ง ที่โจมตีด่าทอว่านโยบายของอบจ.

โดยนักปราศรัยระดับประเทศ อาจจะคิดว่าตัวเองอยู่บนเวทีแล้ว คะนองปากก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ สู้กันไปก็สู้กันมาแต่หวังว่าหลังจากจบการเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติก็คงไม่มีอะไรที่ต้อง มานอกเกมกันอีก

2.#โกงเลือกตั้ง ขอรีวิวในเรื่องของที่กำลังเป็นกระแสดังทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่นเคสการเลือกตั้งที่ชลบุรีเขต 1 ทำให้นึกถึงความที่อาจจะไม่โปร่งใสในความคิดของบุคคลทั่วไป แต่ก็ไม่มีใครตอบเลยว่าถ้าเค้าโกงแล้วจริงๆเค้าโกงยังไงล่ะ การโกงเลือกตั้งมันมีหลายแบบครับ

2.1 การซื้อรายหัวถ้าในอดีตคงเป็นเรื่องธรรมดาเบสิคทั่วไป ใช้หัวคะแนนจดรายชื่อเก็บบัตรประชาชนเก็บสำเนาบัตรได้จำนวนที่ต้องการนำเงินให้หัวคะแนนนำไปแจกจ่ายตามหมู่บ้านตามตำบลตามอำเภอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปวิธีนี้ตั้งแต่เกิดพรรคอนาคตใหม่ มันทำให้รู้ว่าการยิงราย หัวด้วยวิธีแบบนี้มันใช้ไม่ได้ผล เพราะเสี่ยงกับการถูกเบี้ยวหรือคะแนนไม่ถึงเป้าได้ง่ายมาก เช่น หัวคะแนนรับเงินไป 100 หัว พิสูจน์ยากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะอะไรบางที่จ่ายจริง 100 หัว แต่พอเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งคนกาคะแนนไม่ถึง 20 คนรับเงินไปแล้ว แต่ไม่กาคะแนนก็ทำอะไรไม่ได้ถึงหัวคะแนนจะไปคุมไปขู่จะไปขู่คนจำนวนมากเขาก็ไม่กลัวแล้ว

ซึ่งวิธีนี้เสี่ยงต่อการถูกเบี้ยวถึง แม้ตอนหลังจะมีพัฒนาการใช้ระบบ แม่ไก่ให้หัวคะแนนหนึ่งคนคุมคะแนนไม่ถึง 30 คนเพื่อง่ายต่อการคุมแต่สุดท้ายแล้ว ในระดับลูกไก่พอเข้าไปในหน่วยไม่กาก็ทำอะไร แถมไม่พออาจจะต้านกระแสของพรรคการเมืองทนการเรียกร้องของลูกของหลานไม่ไหวยิ่งมีการย้ำว่ารับเงินมาไม่ต้องกานะ ทำให้วิธีนี้ค่อย ๆ หายไปเพราะรู้แล้วว่ามันไม่ได้ผลอีกทั้งใช้เงินจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นหนึ่งเขตเฉลี่ยแล้วจะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 200,000 คน

ถ้าพรรคการเมืองต้องการซื้อเพื่อให้คะแนนได้ลดหลั่นตามเป้าอาจจะจำเป็นต้องซื้อ 100,000 เสียง ค่าหัวละ 300 บาท ก็ใช้เงิน 30,000,000 เผื่อเหลือเผื่อขาดมากสุดอาจจะเหลือ 50,000 คะแนน แต่ถ้าพรรคการเมืองมักจะไม่เลือกใช้วิธีนี้เพราะบางครั้งสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุอีกครั้งเสี่ยงกับพื้นที่ไหนที่กระแสพรรคอื่นดี ๆ อาจจะสอบตกได้และเงินที่จ่ายไปก็หายไปเลย

แต่ยังไงการซื้อหลายหัวก็ยังเป็นประตูด่านแรกที่เป็นกลยุทธ์ในการเลือกตั้งเรียกว่าเป็นกระสุนเม็ดแรกก่อนจะเริ่มใช้กลยุทธ์ต่อไปเพราะยังไงต้องมีการตุนคะแนนไว้บ้าง หรือซื้อระดับหัวจ่ายในชุมชน ผ่านเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น ท้องที่ ท้องถิ่น อสม. แม่บ้าน คนในองค์กรพวกนี้เป็นระดับหัวจ่ายกระสุนนัดแรกจะยิงผ่านถ้าภาษานักเลือกตั้งเค้าเรียกว่า ‘เปิดท่อ’ แล้วค่อยลงไปต่อในระดับเครือข่ายต่อไป

2.2 จากที่เขียนมาข้อ 2.1 การโกงในแบบที่ 2. ค่อนข้างที่จะซับซ้อนเพราะมันจะเป็นเวอร์ชั่นอัปเกรดจากข้อ 2.1 และใช้ต้นทุน ต่ำมากจากการปูคะแนนซื้อเสียง เพราะผมยกตัวอย่างให้ฟัง เคสนี้อย่างแรกต้องทำ 2.1 ในระดับหัวจ่ายก่อน และอาจจะมีการยิงในระดับแม่ไก่ไปแล้วระดับนึง เพื่อให้มีคะแนนตุนไว้เป็นเชื้อไฟในการทำข้อต่อไปหากคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเลือกตั้งก็จะงง ๆ ว่าทำยังไง

ผมจะลองอธิบายจากประสบการณ์ที่ผมเคยสัมผัสมาในการเลือกตั้ง ปี 66 และผู้สมัครพรรคเราในจังหวัดมันเคยสัมผัสมาแล้ว ในการเลือกตั้ง วิธีการที่เป็นขั้นอัปเกรดนี้เค้าเรียกวิธีการ ‘ซื้อหน่วยเลือกตั้ง’ เรามักจะได้ยินว่าวิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งแต่บางคนก็จะไม่เข้าใจว่าซื้อยังไง ลองอ่านตามที่ผมเขียนดังต่อไปนี้แล้วค่อยค่อยจินตนาการตามนะครับ ในหน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่งหน่วย จะประกอบไปด้วย

1. เจ้าหน้าที่ตำรวจ

2. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งหรือเราเรียกว่า กปน.

3. กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง

ซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้จะอยู่ในหน่วยเลือกตั้งเหมือนกัน ปัญหาว่าหากคนจะใช้วิธีนี้ต้องวิ่งล็อบบี้ตั้งแต่ การเลือกเจ้าที่ กปน. หรือ ‘กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง’ เพราะจะแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งในแต่ละเขต ซึ่งแต่งตั้งโดยกกต. มาอีกที

แต่เจ้าหน้าที่ในหน่วยจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตๆ นั้นจะทำการคัดเลือกในแต่ละพื้นที่มาเป็น กปน. ยกตัวอย่างลำพูนปีนี้ใช้บุคลากรครูเป็นส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยมีปัญหานอกจากบางพื้นที่ที่ดูแล้ว ิบางทีหาเจ้าหน้าที่มาทำงานในวันเลือกตั้งยาก อาจจะใช้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านหรือคนในท้องที่หาคนมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หลังจากได้ชื่อบุคคลที่มาทำงานในหน่วยเลือกตั้งแล้วโดยเฉพาะจะเอาหัวหน้าหน่วยมาก่อนแล้วเลือกลูกทีมที่ไปทิศทางเดียวกันหรือเป็นหัวคะแนนเหมือน ๆ กัน

เมื่อทั้งสามองค์ประกอบทำงานไปทิศทางเดียวกันแล้วทีนี้ก็อยู่ที่ราคาที่ ผู้สมัครจะเลือกช้อปปิ้งแล้วแหละ เพราะอย่างเช่นเจ้าหน้าที่ในหน่วยมีอยู่ 15 คน เขาจ่ายเลย 10,000 , 20,000 , 30,000 แล้วแต่ราคา แต่ล่ะพื้นที่ แล้วเค้าซื้อไปทำไม

เคสที่ 1 ซื้อไปแล้วส่วนใหญ่หน่วยที่ถูกซื้อไปจะอยู่พื้นที่ห่างไกลชุมชนหรือลับหูลับตา มองไม่เห็นมีใครมาดูตอนนับคะแนนหรือมั่นใจแล้วว่าในหมู่บ้านนี้มีแต่พวกตัวเอง คุณลองจินตนาการภาพดูสิก่อนปิดหีบทำไมถึงมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน ถ้ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยกาคะแนนด้วยตัวเองล่ะ อันนี้แหละที่สยอง เพราะในหมู่บ้านอาจจะรู้เห็นกันแค่ว่ามีคนที่ขายเสียงไปแล้ว 50 เสียงนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงเก็บบัตรประชาชนเพราะเอาไปให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยนี้แหละฉีกบัตรและกาคะแนนหย่อนไปในหีบ อันที่สองเมื่อประเมินแล้วว่าคะแนนอันดับที่หนึ่งอันดับที่สองกระแสมาแรงพอๆกัน ถึงเวลาที่เค้าจะทำให้ผู้สมัครที่เค้ารับงานมาได้รับชัยชนะ ด้วยการ ‘ดึงคะแนนออก’

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เขตเลือกตั้งหนึ่งเขตจะมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 300 กว่าหน่วย ถ้าเค้าซื้อหน่วยละ 50,000 ซื้อสัก 150 หน่วย เป็นเงิน 7,500,000 บาท และสิ่งที่เขาได้เขาได้อะไร ถ้าเค้าสั่งว่าดึงบัตรออกในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกตหน่วยละ 50 ถึง 100 คะแนน ข้อสังเกตง่าย ๆ กรณีนี้จะไม่มีบัตรเขย่ง หรือ บัตรเกินในพื้นที่ แต่จำนวนบัตรเสียและผู้ไม่ประสงค์ออกนามจะสูงกว่าเขตอื่น ๆ เป็นพิเศษแล้วพอเราเอามาจับส่วนต่างว่าเบอร์สองกับเบอร์หนึ่งแพ้กันเท่าไหร่ถ้าเอาบัตรเสียมารวมเบอร์สองอาจจะชนะตรงนี้เป็นข้อสังเกตเบื้องต้น

หรือที่โหดกว่านั้นคือกรรมการในหน่วยเลือกตั้งไม่ละเอียดหาบัตรเสริมใส่ไปเลย หน่วยละ 20 คะแนน 30 คะแนนโดยที่ไม่มีใครเช็คเล่มที่เซ็นชื่อ หรืออาจจะมีการเซ็นชื่อแทนให้กับคนที่ไม่ได้มาเลือกตั้งเพราะสุดท้ายคนที่ตรวจกันเองก็มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ในหน่วย วิธีนี้กลับได้ผลมากกว่าข้อ 2.1 คุณลองคิดดูถ้า 300 หน่วย เค้าซื้อได้ 150 หน่วย เอาออกหน่วยละ 50 คะแนนหรือตอนขาดคะแนนไปลงผู้ไม่ประสงค์ออกนาม รวมทั้งหมดเฉลี่ยแล้วประมาณ 7,500 คะแนน

ยิ่งการเลือกตั้งรอบนี้นับ 3 กระดานพร้อมกันไม่ว่าจะ ประชามติ ปาร์ตี้ลิสต์ และคะแนนเขต ซึ่งแน่นอนว่าหากดึงอันใดอันหนึ่งออกหรือดึงทั้งสามกระดานถ้าในหน่วยนั้นไม่มีใครมาร่วมสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งก็ง่ายมากที่จะทำ เพราะหน่วยที่ทำมักจะอยู่ลับหูหลับตาคนไม่แปลกใจเลยที่ทำไมมีข้อกังขาว่าเจ้าที่หน่วยนับคะแนนไม่ให้ประชาชนได้เห็น มันเป็นวิธีการที่ทำแล้วมันได้ผลใช้เงินน้อย 7,500,000 บาท แลกกับ 7500 คะแนน ตกคะแนนละ 1000 แล้วมียอดที่แน่นอน ที่ทำให้คู่แข่งหายไป

2.3 การตั้งรางวัลหลังจากซื้อหน่วยเลือกตั้งแล้ว เช่นถ้าหน่วยไหนชนะคู่แข่งบวกคะแนนให้หมู่บ้านอีกคะแนนละ 500 , 300 , หรือ 1000 พร้อมเงินรางวัลต่างหาก หน่วยไหนชนะ รับก่อน 30,000 ถ้าชนะ 100 คะแนน คะแนนล่ะ 500 บาท ได้ 50,000 บาท รวม เป็น 80,000 บาท แบ่งกัน 150 คน อิ่ม

นายกเฮง รีวิววิธีโกงเลือกตั้ง
ภาพจาก Facebook : เฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ

2.4 #อัพเดตแก้ไขเพิ่มเติม จากเคสที่เกิดขึ้นที่ชลบุรี ที่น่าสงสัยคือใบที่นับคะแนนที่จะอยู่บนบอร์ดของกกต. ตามหลักแล้วหลังจากนับคะแนนเสร็จจะต้องรวมคะแนนในช่องรวมคะแนนแล้วนำใบนี้กลับไปรวมกันที่ศูนย์ของ กกต. แต่ทำไมเราถึงเห็นใบนี้ถูกนำไปทิ้งถังขยะเบื้องต้นสันนิษฐานก่อนเลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่เพราะจริงๆแล้วบอร์ดที่นับคะแนนจะต้องรวบรวมไว้และกกต. ในจังหวัดจะต้องเป็นคนนำไปเก็บหรือทำลายด้วยตัวเอง

แต่อันนี้พอมีการนำไปทิ้งถังขยะสันนิษฐานได้เลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ก็สอบไปในแนวทางที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมคำถามคือใครเขียน เพราะหลังจากในบอร์ดนี้เขียนเสร็จก็จะมีการนำใบเอกสารซึ่งผมจำไม่ได้ว่ามันชื่อเอกสารว่าอะไรในกระดาษเอสี่ซึ่งสรุปผลการเลือกตั้งทั้งหมด แล้วก็ใบที่จะแปะหน้าหีบซึ่งก็จะตรงกันทั้งหมด ทั้งคะแนนบนบอร์ด คะแนนในใบสรุป

แล้วถามว่าใครเขียนบอร์ดนี้ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องคนที่อยู่ในศูนย์นับคะแนนแต่จะกล้าเขียนเหรอ แล้วถ้าที่ชลบุรีถ้าบอกว่าใบนี้นำไปไปทิ้งทำไมไม่ทิ้งทุกใบซึ่งจะต้องมีกระดาษบนบอร์ดอยู่ 300 กว่าใบ อันนี้แหละที่น่าสงสัยว่ามีการแก้คะแนนในบางหน่วย หรืออาจจะเขียนในหน่วยมาเลยก็ได้โดยเฉพาะในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้ง

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่ผมเคยประสบโดยตรงโดยที่เราไม่รู้ตัวว่าคนโกงการเลือกตั้ง เลือกที่จะใช้ทุกวิถีทาง จากที่เขียนมา ข้อ 1 ,ข้อ 2.1 , ข้อ 2.2 ,ข้อ 2.3 และ 2.4

นักการเมืองที่จะเลือกใช้วิธีการโกงแบบนี้ เอาทุกข้อ เพียงแค่จากข้อหนึ่งอาจจะต้องใช้ต้นทุนสูงและอาจจะถูกเบี้ยวได้ง่ายแต่ก็เป็น

กระสุนนัดแรกอาจจะลดยอดลงมาหน่อยแล้วสุดท้ายไปเลือกใช้วิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งและหาคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเอาซึ่งง่ายและยากต่อการตรวจสอบ นอกจากว่ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งหน้ามืดจัดถึงขั้นปั๊มบัตรเขย่งลงไปในหน่วยเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ดูสมุดเซ็นชื่อโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลยเพราะที่ผ่านมาหลังเลือกตั้งเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้ายการตรวจสอบก็ทำได้ยากจะร้องเรียนทีก็ข้อระเบียบข้อในการร้องเรียนต้องร้องเรียนขนาดนับบ้างอะไรบ้าง

เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขในหน่วยงานองค์กรอิสระเพื่อการเลือกตั้งทำไมไม่มีการทำเรื่องให้ง่ายต่อการตรวจสอบเพราะสุดท้ายแล้วใครจะได้คะแนนไปตัวเองก็มีส่วนได้เสีย ในทางกลับกันเคพีไอของ กกต. ก็กลับแปลกข้อหามีเรื่องร้องเรียนกับการประเมินอาจจะถูกลดคะแนนลงไปแต่ถ้าไม่มีเรื่องร้องเรียนเท่ากับว่าไม่มีการโกงเลือกตั้ง ผมเคยคุยกับเจ้าหน้าที่กกต. หลาย ๆ คน เค้าก็บอกว่าองค์กรเค้าเนี่ยน่าจะต้อง ปฏิรูปโดยด่วนแล้วแหละ

พี่เขียนมาทั้งหมดอยากให้วันข้างหน้าประชาชนได้ตื่นตัวและช่วยการจับตาดูการเลือกตั้งบางครั้งผู้สมัครของพรรคประชาชนเสียเปรียบเงินทองก็ไม่มีทุนก็ไม่มีจะจ้างคนไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้งก็ใช้ทุนมหาศาลทุกครั้งเราถึงพยายามหาอาสาเฝ้าหน่วยและการเฝ้าหน่วยมันสำคัญเช่นนี้แหละโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ที่เขียนมาเป็นวิธีการที่ผมรับรู้และเคยประสบผ่านมาโดยตรงหากใครจะหาวิธีแฮ็กการตรงนี้ด้วยการตรวจสอบใด ๆ คงต้องช่วยกันหาแนวทางป้องกัน ไม่แปลกใจหรอกครับบางครั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยไม่ให้ถ่ายวิดีโอไม่ให้นู่นนี่นั่นโดยที่อาศัยช่องว่างที่เราอาจจะรู้ทันกฏหมายอ่านข้อกฎหมายสารพัดบางครั้งนักเลงใส่

วันที่นับคะแนนผมเลือกที่จะไปหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ไกลที่สุด ที่ตำบลก้อ อำเภอลี้ แล้วผมก็อยู่อำเภอลี้แต่ช่วงบ่ายตระเวนดูตามหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ห่างไกลรอบนี้ไปบางหน่วยก็ยอมรับว่าเห็นอาการเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางคนมีอาการอย่างเห็นได้ชัดตกใจที่เจอนายกเพราะตอนแรกที่แต่งตัวไปเค้าไม่รู้ว่าเป็นใครแต่งตัวธรรมดาชิลล์ชิลล์ไปแต่สุดท้ายพอรู้ก็ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ไม่ได้มีเหตุอะไรที่น่าสงสัย

ฝันดีราตรีสวัสดิ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

sukanlaya s.

นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button