ตำรวจ บุกรวบ “อาแปะ” ผู้ต้องหาฆ่าฝังดินที่ฮ่องกง กบดานในไทยนาน 30 ปี

ตำรวจ บุกรวบ อาแปะ ผู้ต้องหาฆ่าฝังดินที่ฮ่องกง กบดานในไทยนาน 30 ปี แต่งงานกับภรรยาคนไทยมีลูก 3 ก่อนมาเปิดร้านข้าวต้ม
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการนำกำลังเข้าจับกุม นายมุย ยิ่ว เกียง (Mr.MUI Yiu Keung) อายุ 62 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากที่ก่อเหตุคดีฆ่าอำพรางฝังร่างที่ชายหาดที่ฮ่องกง เมื่อปี 2532
โดยตำรวจเขตบริหารพิเศษฮ่องกสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้หมด เหลือเพียงแต่นายมุย ที่ผู้ต้องหาคนอื่นซักทอดว่าเป็นผู้ใช้พลั่วฟาดศีรษะของเหยื่อจนเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ ประสานมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ให้ช่วยติดตามจับกุม นายมุย ยิ่ว เกียง ซึ่งคาดว่าหลบหนีมากบดานในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2537
จากการสืบสวนพบเบาะแสชายต้องสงสัยลักษณะตรงตามที่ได้รับการประสานมา เปิดร้านข้าวต้มหัวปลาชื่อร้าน “อาแปะ” อยู่ย่านลำผักชี จึงเข้าตรวจสอบพบเจ้าของร้านมีรูปพรรณสัณฐานตรงตามที่รับแจ้ง จึงขอหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เลขที่ ค40/2569 ลงวันที่ 2 ก.พ.69 เข้าตรวจสอบ โดยชายคนดังกล่าวไม่สามารถนำเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทางมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เค้นสอบปากคำอย่างหนัก จึงให้การยอมรับว่า ชื่อ นายมุย ยิ่ว เกียง เป็นบุคคลตามหมายจับของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจริง โดยหลบหนีคดีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2537 เปิดโรงงานเล็กๆ อยู่ใน จ.สมุทรปราการ อยู่กินกับภรรยาคนไทย มีลูกด้วยกัน 3 คน ล่าสุดมาเปิดร้านข้าวต้มหัวปลา ย่านลำผักชี กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นนั้นขอไม่ให้การใด ๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “หลบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย”
โดยในวันนี้ (4 ก.พ. 69) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของฮ่องกง จะเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อร่วมประชุมหารือประสานความร่วมมือจับกุมคนร้ายข้ามชาติระหว่างไทยกับฮ่องกง พร้อมดำเนินการประสานทางการไทยเพื่อนำตัว นายมุย ยิ่ว เกียง ไปดำเนินคดีที่ฮ่องกงต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลจีนพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต วัยรุ่น 13 ฆ่าฝังดินเพื่อนร่วมชั้น
- จับแล้ว ‘ไอ้ตาล’ ฆ่าฝังดินผู้จัดการแบงก์ ควบคุมตัวเตรียมสอบเข้ม
- ตำรวจเร่งสืบกรณี ฆ่าฝังดิน 2 ศพ พบถูกยิงเข้าที่ศีรษะทั้งสองศพ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





