ข่าวต่างประเทศ

อินฟลูฯ สายกล้ามวัย 26 เสียชีวิตขณะหลับ เพื่อนจับพิรุธรูปเก่า พบสัญญาณหลายจุด

ช็อก! อินฟลูเอนเซอร์สายกล้าม วัย 26 ไหลตายปริศนา เพื่อนจับพิรุธรูปเก่าพบ ปากม่วง-หัวบวม สัญญาณมรณะที่ถูกมองข้าม

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ปี้ เจียฉี อินฟลูเอนเซอร์สายเพาะกายและเทรนเนอร์ชื่อดังชาวจีน มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงฟิตเนส วัย 26 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะนอนหลับ โดยก่อนเกิดเหตุ ปี้ เจียฉี ยังได้นัดแนะกับเพื่อนสนิทว่าหลังจบการแข่งขันจะไปฉลองมื้อใหญ่ด้วยกัน ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่านั่นจะเป็นบทสนทนาสุดท้าย

ภายหลังการเสียชีวิต เพื่อนสนิทและแฟนคลับต่างพากันย้อนดูภาพถ่ายเก่าๆ ในโซเชียลมีเดียของ ปี้ เจียฉี และพบความผิดปกติที่ดูเหมือนเป็นสัญญาาณบอกเหตุมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะภาพถ่ายล่าสุดขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งเล่นเกมอยู่นั้น ปี้ เจียฉี มีอาการอ่อนเพลียอย่างหนัก นั่งพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า และริมฝีปากมีสีม่วงคล้ำ ทำให้ชาวเน็ตต่างมองว่านี่อาจเป็นอาการขาดออกซิเจนรุนแรงและร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

ปี้ เจียฉี อินฟลูเอนเซอร์สายเพาะกายโชว์กล้ามเนื้อ
ภาพจาก: TEEPR

เมื่อย้อนกลับไปช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ปี้ เจียฉี เคยโพสต์ภาพเซลฟี่ของตัวเองพร้อมแคปชั่นติดตลก เปรียบเทียบศีรษะที่บวมเป่งว่าเหมือน “แป้งหมั่นโถวที่พองตัว” ซึ่งในเวลานั้นคนรอบข้างต่างเข้าใจว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงชั่วคราวจากการเร่งรีดไขมัน งดน้ำ และงดเค็มอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขัน โดยไม่มีใครสังเกตว่า อาการบวมผิดปกติดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ

ภาพจาก: TEEPR

คนในวงการฟิตเนสต่างตั้งข้อสังเกตว่า ปี้ เจียฉี มีวินัยในการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงและเข้มงวดมาก โดยพยายามรักษาระดับไขมันในร่างกายให้เหลือเพียงเลขหลักเดียวมาเป็นเวลานาน เพื่อโชว์มัดกล้ามเนื้อที่ชัดที่สุด ซึ่งต้องแลกมาด้วยการคุมอาหารและจำกัดปริมาณโซเดียมอย่างเคร่งครัด ทำให้ร่างกายต้องแบกรับภาระหนักอย่างต่อเนื่อง แม้สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังต้องรอการพิสูจน์ แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย

เพื่อนถ่ายขณะเล่นไพ่นกกระจอกที่สังเกตเห็นอาการผิดปกติ
ภาพจาก: TEEPR

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า อาการปากม่วงคล้ำมักเกิดจากภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำและการไหลเวียนโลหิตไม่ดี ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความผิดปกติของหัวใจและปอด ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการร่วมกับการแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หรือหน้ามืด ควรรีบพบแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม ในวัฒนธรรมการเพาะกายที่เน้นความเข้มข้นสูง อาการเหล่านี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าปกติจากการฝึกซ้อม จนนำมาสู่ความสูญเสียในที่สุด

ที่มา: TEEPR

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button