ฟังชัด ๆ ประกันสังคม ตอบดราม่าตัดสูท 35 ล้าน ทำตามระเบียบ แต่ถูกมองฟุ่มเฟือย

ประกันสังคม เคลียร์ดราม่าตัดสูท 35 ล้าน ยันใช้งบบริหารตามระเบียบ แก้ปัญหาแต่งกายไม่สุภาพ แยกไม่ออกใครเป็นพนักงาน ถูกมองใช้เงินฟุ่มเฟือย-นำเงินผู้ประกันตนมาใช้
หลังจากเิกดกระแสสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนประกันสังคมเพื่อตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่กว่า 7,000 คน ล่าสุด นิยดา เสนีย์มโนมัย และ ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่มปฐมรัฐ ทีมโฆษกสำนักงานประกันสังคม ออกมาชี้แจงผ่าน กรรมกรข่าวคุยนอกจอ กับ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการข่าว ตอบทุกประเด็นสงสัย ทั้งเรื่องความเหมาะสม ที่มาของงบประมาณ และความจำเป็นในการมีเครื่องแบบ
ประเด็นแรกที่มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือดคือที่มาของเงิน ฝั่ง นายสรยุทธ ตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้วเงินกองทุนนี้คือเงินของผู้ประกันตนใช่หรือไม่ เพราะนายจ้างหรือรัฐบาลก็ไม่มีสิทธิ์นำไปใช้ ทางตัวแทนประกันสังคมชี้แจงว่า เงินสมทบประจำปีตามกฎหมายนั้นมาจาก 3 ฝ่าย คือ ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล โดยมีการกันเงิน 10% ไว้สำหรับบริหารจัดการ ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ตั้งแต่ตั้งกองทุน เนื่องจากเดิมทีมีเพียงเงินเดือนข้าราชการเท่านั้น จึงต้องนำเงินสมทบมาใช้ในการดูแลและให้บริการ
อย่างไรก็ตาม ทางตัวแทนยืนยันคำนิยามว่าควรเรียกว่า “เงินกองทุนประกันสังคมเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน” เพราะนายจ้างและรัฐบาลจ่ายสมทบเข้ามาเพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ลูกจ้าง แม้นายจ้างได้รับสิทธิ์ทางอ้อมก็ตาม
สำหรับที่มาของโครงการตัดสูทนั้น ทางประกันสังคมชี้แจงว่าเกิดจากข้อร้องเรียนเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ซึ่งผู้ประกันตนตำหนิว่าเจ้าหน้าที่แต่งกายไม่เป็นระเบียบ เสื้อลายดอกสีฉูดฉาด และ แยกไม่ออกระหว่างผู้มาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ จึงอยากให้มีภาพลักษณ์ที่ดี
แม้พิธีกรจะแย้งว่า เพียงแค่ให้ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงหรือกระโปรง และรองเท้าหุ้มส้นให้สุภาพ พร้อมแขวนบัตรประจำตัวใบใหญ่ก็น่าจะเพียงพอโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบตัดสูท, แต่ทางประกันสังคมชี้แจงว่าในทางปฏิบัติการควบคุมเครื่องแต่งกายทำได้ยาก น้องๆ พนักงานบางคนก็อยากสวยงามบ้าง จึงเกิดความไม่เป็นระเบียบ จนนำมาสู่โครงการยูนิฟอร์มเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี

โครงการจัดซื้อชุดสูทครั้งนี้ใช้งบประมาณราว 35 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับลอตเดิมเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยดำเนินการผ่านระบบ e-bidding (มีผู้เข้ามาประมูล) ชุดที่ได้จะเป็นสูทสีน้ำเงิน จัดเป็นเซตต่อคน ประกอบด้วย เสื้อสูท 1 ตัว เสื้อเชิ้ต 2 ตัว และท่อนล่าง 2 ชิ้น ถ้าผู้ชายได้กางเกง 2 ตัว ส่วนผู้หญิงได้กระโปรง 1 ตัวและกางเกง 1 ตัว
เมื่อถูกถามถึงความจำเป็นที่ต้องแจกเจ้าหน้าที่ถึง 7,000 คน ทั้งที่บางส่วนไม่ได้ทำงานด่านหน้า ทางประกันสังคมอธิบายว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานประกันสังคม ล้วนมีโอกาสหมุนเวียนหน้าที่ ทั้งการให้บริการในสำนักงาน การออกตรวจสถานประกอบการ หรือการทำกิจกรรมเชิงรุกภายนอก จึงต้องแจกให้ครบทุกคนเพื่อความเสมอภาคเท่าเทียม
ปัจจุบัน ข้าราชการจะมีวันที่ต้องใส่ชุดกากี คือ วันจันทร์ และ ส่วนวันอังคารกับวันศุกร์สวมชุดชุดผ้าไทย สำหรับวันพุธและพฤหัสบดีจะใส่สูท ในขณะที่พนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องใส่ยูนิฟอร์มทุกวันทำงาน
ทางประกันสังคมยอมรับว่า ในช่วงนี้ผู้ประกันตนอาจรู้สึกไม่พอใจเนื่องจากมีปัญหาเรื่องการปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ไม่ได้รับความสะดวก ยอมรับว่ามุมมองของสังคมเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยที่มองว่า แต่งตัวไม่เรียบเรียบ มาเป็น การใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือ นำเงินผู้ประกันตนมาใช้
ท้ายที่สุด ตัวแทนประกันสังคมยืนยันว่าทุกอย่างทำถูกต้องตามระเบียบ แต่ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากสังคม และจะนำไปพิจารณาในการจัดทำงบประมาณปีถัดไป ซึ่งอาจจะมีนโยบายให้น้อง ๆ พนักงานไม่ต้องมียูนิฟอร์มแล้วก็เป็นได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกันตน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “สหัสวัต” จี้ถาม ประกันสังคม ใช้งบ 35 ล้าน ตัดสูทแจก จนท. 7,000 คน จากไหน
- สรยุทธ เพิ่งรู้ สูทประกันสังคม ตัดมาแล้ว 2 รอบ 5 ปีเปลี่ยนที ครั้งละ 7 พันชุด
- สื่อดังโดนขู่! ปมวิจารณ์ ประกันสังคม รู้ตัวขาใหญ่ บอร์ด สปส. ชอบกร่างใส่เจ้าหน้าที่
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





