
หัวใจสลาย หลุยส์ สก๊อต – นุ่น รมิดา ร่ำไห้เปิดใจ สูญเสียลูกสาว จากภาวะ “มดลูกแตก” วอนสื่องดแชร์ภาพลูก ยันยังไม่หมดหวัง ขอฟื้นฟูร่างกาย-จิตใจก่อน
จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (28 ม.ค. 69) มีการส่งหมายถึงสื่อมวลชนทุกสำนักจาก หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น รมิดา โดยแจ้งว่าจะมีการจัดแถลงข่าว อัปเดตเรื่องการสูญเสีย ในวันที่ 29 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 14.30 น. ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท สร้างความตกใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก และทุกคนต่างก็ร่วมส่งกำลังใจให้กับทั้งคู่ พร้อมรอคอยฟังแถลงข่าวตามกำหนดการ
กระทั่งวันนี้ 29 มกราคม 2569 ตามเวลานัดหมาย นุ่น รมิดา พร้อมด้วยสามี หลุยส์ สก๊อต และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จาก PWS CLINIC BANGKOK และสูตินรีแพทย์ จาก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการสูญเสียลูกในครรภ์ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งหลุยส์ และนุ่น ต่างก็นั่งร้องไห้กันตลอดเวลาของการแถลงข่าว

นุ่น รมิดา เริ่มแถลงด้วยน้ำตาว่า “อย่างที่หมายแจ้งไป เราสูญเสียน้องไปแล้ว จริง ๆ วางแผนผ่าคลอดในวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลสมิติเวช โดยตลอดการตั้งครรภ์ได้ฝากครรภ์ที่คลินิกของตนเอง ซึ่งมีคุณหมอณัฏฐ์เป็นผู้ดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากคลินิกดูแลครอบคลุมตั้งแต่ผู้มีบุตรยากไปจนถึงการฝากครรภ์”
ทางด้าน นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์ผู้ดูแลครรภ์ อธิบายรายละเอียดในช่วงของการฝากครรภ์ว่า “พี่นุ่นเป็นคุณแม่ที่ดูแลตัวเองดีมาก มาตามนัดพร้อม พี่หลุยส์ เสมอ ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกสุขภาพของทารกอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า พี่นุ่น เคยมีประวัติได้รับการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกมาก่อน เมื่อช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจุดนี้ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทางทีมแพทย์ รวมทั้ง หลุยส์-นุ่น ก็ทราบดีอยู่แล้ว
ทางทีมแพทย์ต่างก็เฝ้าระวังและติดตามเรื่องความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด กระทั่งเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นไตรมาสใกล้คลอด ก็ยิ่งติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ โดยมีการประเมินทั้งน้ำหนักทารก ประเมินตัวทารก และการบีบตัวของมดลูก ซึ่งไม่มีการหดรัดตัวของมดลูก ระหว่างนั้นก็ได้มีการประงานกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อวางแผนการคลอด ในวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา และเผื่อว่ามีอาการเจ็บท้อง คลอดก่อนกำหนด ก็สามารถทำการรักษาที่รพ.สมิติเวชได้อย่างทันท่วงที
กระทั่งในวันที่เกิดเหตุ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลานั้นอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด นุ่น รมิดา มีอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด และมีอาการปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ หลังจากได้รับสาย หลุยส์ สก๊อต แล้วก็รีบประสานงานทีมแพทย์สมิติเวช เพื่อให้รับตัว นุ่น รมิดา เข้ามาทำการรักษาฉุกเฉิน”

ในส่วนของแนวทางการรักษาผู้ป่วยระยะวิกฤต และภาวะฉุกเฉิน ที่ นุ่น รมิดา เผชิญในขณะนั้น โดยทาง หมอปานวาด สูตินรีแพทย์จากรพ.สมิติเวช ชี้แจงว่า “เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงสายของวันที่ 10 ม.ค. 69 หมอนัด ได้โทรมาแจ้งว่าคุณนุ่นมีอาการปวดท้อง จุกแน่นทั่วท้อง ร่วมกับมีอาการวูบ ทางรพ.จึงได้ประสานงานรถและทีมแพทย์ฉุกเฉินออกไปรับคุณนุ่นบ้านพัก
ทีมแพทย์ฉุกเฉิน โทรมาแจ้งว่า ณ ขณะนั้นคุณนุ่นมีความดันต่ำมาก อยู่ที่ 80/40 หัวใจเต้นเร็ว 140 ครั้ง/นาที และเริ่มมีอาการหายใจเร็ว ร่วมกับประวัติที่คุณนุ่นเคยเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกออก ซึ่งทำให้มีแผลในมดลูก จากประวัติและอาการทางทีมแพทย์สมิติเวชเลยสงสัยว่า น่าจะมีภาวะมดลูกแตก ทำให้เสียเลือดในช่องท้องมาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงกว่าปกติ
ทางทีมแพทย์รพ.สมิติเวช จึงได้เตรียมทำการผ่าตัดฉุกเฉิน ทั้งหมอผ่าตัด หมอเด็ก และหมอดมยา เพื่อเตรียมพร้อมทำการรักษาทันทีที่คุณนุ่นมาถึง เมื่อมาถึงก็พาเข้าห้องผ่าตัดเลย เพราะต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โดยก่อนผ่าตัดได้มีการอัลตร้าซาวด์เพื่อเช็กสัญญาณชีพของเด็กในครรภ์ ซึ่งตอนนั้นตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้ว แต่จำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่เอาไว้ จึงได้ทำการผ่าตัดนำทารกออกมา และทำให้พบว่ามีเลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมาก เมื่อตรวจมดลูกดูก็พบว่ามีแผลปริแตกขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังมดลูก ซึ่งในจุดนั้นมีเลือดออกจำนวนมาก ทำให้นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดออกในช่องท้องในปริมาณมาก ทำให้่ความดันโลหิตต่ำ
จากนั้นทีมแพทย์ได้ทำการเย็บซ่อมมดลูกที่ฉีกขาด ใช้เวลาในห้องผ่าตัดประมาณ 3 ชั่วโมงจึงสามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผลได้ และมีการให้เลือดจำนวนมากเพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ จนทุกอย่างพ้นระยะวิกฤต แต่เนื่องจากมีการเสียเลือดจำนวนมาก คุณนุ่นจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อในห้อง ICU เพื่อให้เลือดต่อเนื่อง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือดในปริมาณมาก
หลังจากนั้นพบว่า คุณนุ่น มีอาการน้ำท่วมปอดซึ่งมาจากการได้รับเลือดและสารน้ำในปริมาณมาก ทำให้ยังไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ ขณะนั้นทีมแพทย์ก็ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดและเต็มที่จนกภาวะน้ำท่วมปอด และสัญญาณชีพเริ่มดีขึ้น จนสามารถนำท่อช่วยหายใจออกได้ ซึ่งคุณนุ่นใช้เวลาในการรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU 4 วัน หลังจากนั้นก็ยังต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยรวมแล้วใช้เวลาในการรักษา 6 วัน”

ต่อมา นุ่น รมิดา ชี้แจงต่อจากคำแถลงของแพทย์ทั้ง 2 ท่านว่า “เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากภาวะมดลูกแตก ซึ่งเป็นผลพวงจากการผ่าตัดในอดีต ตนเกือบไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยกับทุกคนในวันนี้ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ทั้งทางข้อความและไลน์ แม้จะไม่สามารถตอบกลับได้ทั้งหมดแต่ได้รับรู้ทุกความห่วงใย ไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ เพราะตนผ่านช่วงเวลาที่เศร้ามามากพอแล้ว
วันนี้ที่ออกมาแถลงข่าวเพราะอยากให้ทุกคนได้รับฟังความจริงว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตน ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกคนที่ตั้งครรภ์ ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่มีประวัติผ่าตัดเหมือนกันให้ระวังตัวมากขึ้น
สำหรับอนาคตตอนนี้ขอโฟกัสเรื่องสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายก่อน เพราะเสียเลือดไปเยอะมาก ส่วนเรื่องการมีลูกยังมีความหวัง ไม่ใช่ว่าจะไม่มีแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าจะเลือกมีลูกหรือโฟกัสที่ชีวิตคู่ ขอเวลาให้ผ่านจุดนี้ไปก่อน เพราะตนเคยสูญเสียมาเยอะ เชื่อว่าชีวิตต้องไปต่อได้และจะกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งแน่นอน
แต่ก็ต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวชและทีมแพทย์พยาบาลทุกคนที่ดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่วินาทีวิกฤตจนถึงช่วงพักฟื้นใน ICU ที่ทุกคนต่างลุ้นไปพร้อมกัน และขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นเหมือนพี่น้อง ขอบคุณแฟนคลับและทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ แต่ขอความกรุณาสื่อมวลชนทุกแขนง ขอให้เห็นใจ น้องไม่อยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้มีการนำรูปของน้องมาขึ้นบนสื่ออีก ขอให้เห็นแค่รูปเราสองคนพอ หากทำได้ก็จะขอบคุณมาก เพื่อเป็นการรักษาสภาพจิตใจของครอบครัว”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เกิดอะไรขึ้น หลุยส์ สก็อต-นุ่น รมิดา ร่อนหมาย แถลงสูญเสีย พร้อมหมอสูติ
- ใจสลาย “หลุยส์-นุ่น” สูญเสีย 6 ปี แห่งน้ำตา ย้อนสัมภาษณ์ ฝ่าวิกฤตเนื้องอก เพื่อมีลูก
อ้างอิงจาก : FB มาดามเม้าท์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





