จากฮีโร่โควิดสู่ “ปลดออก”! ย้อนรอย 5 ปี แพทย์ชนบทบุกกรุง ชนวนเหตุสั่งฟัน “หมอสุภัทร”

“พัฒนา” รมว.สธ. แจงมติ 4:3 ไม่เกี่ยวการเมือง หลัง อ.ก.พ.สธ. สั่งลงดาบวินัยร้ายแรง ด้านชมรมแพทย์ชนบทกางหลักฐานโต้ ยันทำตามระเบียบงบฉุกเฉินกู้ภัยโรคระบาด
เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เมื่อวงการสาธารณสุขเกิดการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ระหว่างฝ่ายบริหารกระทรวงฯ กับ “กลุ่มแพทย์ชนบท” หลังคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติช็อกวงการให้ “ปลดออก” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ออกจากราชการ กรณีถูกสอบวินัยร้ายแรงเรื่องความผิดพลาดในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงสถานการณ์โควิด-19
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ออกมายอมรับวานนี้ (26 ม.ค.) ด้วยตัวเองว่า ที่ประชุมมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ปลด นพ.สุภัทร ออกจากราชการ โดยคะแนนที่ 4 ที่เป็นเสียงตัดสินมาจากตัวรัฐมนตรีเอง แต่ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนการสอบสวนกรณีความผิดพลาดในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK เมื่อปี 2564 ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือรับใบสั่งจากใคร แม้ว่า นพ.สุภัทร จะเพิ่งลาออกมาลงสมัคร สส.สงขลา ในนามพรรคประชาชนก็ตาม
อย่างไรก็ตามมตินี้ต้องรอลงนามคำสั่งก่อน ส่วนจะลงนามวันไหนยังตอบไม่ได้ ขอไปดูในรายละเอียดและขั้นตอนอีกครั้ง เมื่อคำสั่งอย่างเป็นทางการออกแล้ว หมอสุภัทร มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ส่วนจะมีผลต่อการลงสมัคร ส.ส. ของหมอสุภัทร หรือไม่ เพราะใกล้วันเลือกตั้งแล้ว นายพัฒนา ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามคณะกรรมการสอบสวน
ทางฝั่งเพจ “แพทย์ชนบท” ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันควันด้วยการย้อนภาพหลักฐานเมื่อ 5 ปีก่อน ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก นพ.สุภัทร คือแกนนำนำทีมแพทย์ชนบทบุก กทม. เพื่อตรวจเชิงรุกกู้ชีวิตคนเมือง ซึ่งในขณะนั้นถูกมองว่าเป็น “ฮีโร่” แต่ปัจจุบันกลับถูกสอบสวนเรื่อง “การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง” ชุดตรวจ ATK
“เกือบ 5 ปีทึ่แล้วเหรอเนี่ยแพทย์ชนบทบุกกรุง กู้ภัยโควิด กทม นำโดยนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เสี่ยงตาย ช่วยเหลือผู้คนได้เป็นจำนวนมากสุดท้าย กำลังจะถูกให้ออกจากราชการ”


สำหรับในรายละเอีดของกระบวนการเอาผิดหมอสุภทัรนั้น จุดเริ่มต้นมาจากการระบาดของโควิดปี 2564 จากนั้นหมอสุภัทรถูกตั้งคณะกรรมการสอบในปี 66 ใช้เวลาเกือบ 3 ปี เพิ่งมีคำตัดสินเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็รโค้งสุดท้ายของหน้าเลือกตั้ง ทำให้เกิดข้อสังเกต ดังนั้นถ้าจะคลี่คลายให้สังคมหายสงสัยได้ว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองที่ผ่านมา หลักฐานจากฝั่งสธ.จะต้องชัดเจน
อ้างอิงข้อมูลจากไทยพีบีเอส ก่อนหน้านี้มีการจี้เปิดเผยหลักฐานมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่เคยเห็นเอกสารหลักฐานจากทางกระทรวงใดๆ ว่า หมอสุภัทรมีหลักฐานทุจริตหรือทำผิดระเบียบร้ายแรงอย่างไร มีแต่เพียงหัวข้อของการสอบสวนเท่านั้น คือเรื่องของการแบ่งซื้อแบ่งจ้างชุดตรวจ ATK ที่เข้าข่ายผิดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ถ้ามาดูระเบียบจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐก็จะพบว่า กฎมายฉบับนี้มีศักดิ์สูงกว่าระเบียบทั่วไป
มีการออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดเดิม ที่ยึดราคาถูกเป็นหลักจนรัฐไม่สามารถจะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทันเวลา กฎหมายฉบับนี้กำหนดรูปแบบ จัดซื้อ 3 รูปแบบ
- การประกวดราคา หรือ (E-Bidding)
- วิธีคัดเลือก
- วิธีเฉพาะเจาจะจง
ขณะเดียวกันในส่วนของมาตรา 56 ของพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังเปิดทางให้ชัดเขน ให้ยกเว้นกรณีมีเหตุเร่งด่วนที่ไม่สามารถคาดหมายได้หรือกรณี ผู้ผลิต-ผู้จำหน่ายมีจำกัด รวมถึงกรณีสาธารณภัยโรคติดต่ออันตรายด้วย

ด้าน เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ อดีตผอ.รพ.ขอนแก่น และอดีตปธ.ชมรมแพทย์ชนบท การระบาดของโควิด-19นั้น ก็เข้าข่ายครบเงื่อนไขตามกฏหมาย จึงยืนยันว่า หมอสุภัทรไม่ได้ทำผิดระบียบ แต่มาเป็นการนำมาตีความย้อนหลัง พร้อมสังเกตว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่
ย้อนไปเวลานั้น การระบาดโควิด-19 รอบที่ 3 ซึ่งมีโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุงฯ การตรวจหาเชื้อ ณ ตอนนั้นยังต้องทำโดยการล้วงผ่านจมูก มีต้นทุนสูง ครั้งละ 2,000 – 2,500 บาท ขณะที่ถ้าใช้ชุดตรวจ ATK ที่คุณภาพสูงจะอยู่ที่ประมาณ 450-550 บ. ถ้าต้องตรวจประชากรหลักแสนคน กลุ่มแพทย์ชนชบทจึงเลือกใช้ชุดตรวจของสแตนดาร์ด คิว ซึ่งราคาต่ำกว่าและลดภาระงบประมาณของรัฐได้อย่างมากโดยไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัยและยังมีความแม่นยำอยู่
ทั้งนี้ นพ.เกรียงศักดิ์ ย้ำว่า เคสนี้จะผิดกฏหมายก็ต่อเมื่อมีเจตนาหลีกเลี่ยง วงเงินในอำนาจอนุมัติหรือที่เรียกกันว่า แยกบิล แต่ในกรณีนี้การจัดซื้อ ATK อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่ยกเว้นในเหตุฉุกเฉินและมีเหตุผลวิชาการรองรับ โดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์ก้ใช้เอทีเคเหมือนกัน มีการรองรับผ่านกลไกของสปสช. อีกทั้งช่วงโควิดระบาด กรมบัญชีกลางได้ปลดล็อกแนวทางจัดซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์เพื่อป้องกันและควบคุมโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ นพ.เกรียงศักดิ์ จึงวิเคราะห์ว่า นายแพทย์สุภัทร มีสิทธิอุทรณ์ต่อ กพ.และเชื่อว่า น่าจะได้รับความเป็นธรรมจากหลักฐานที่กล่าวมาข้างต้น
มิตินี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องวินัยข้าราชการ แต่กำลังส่งผลกระทบต่อการเป็นผู้สมัคร สส. ของ นพ.สุภัทร ที่กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง แม้ทาง รมว.สธ. จะระบุว่า มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ตามขั้นตอน แต่คำถามที่สังคมคาใจคือ “ทำไมการสอบสวนที่ค้างคามาเกือบ 3 ปี ถึงมาเร่งสรุปจบด้วยมติ 4 ต่อ 3 ในช่วงเวลานี้?”
บทสรุปของมหากาพย์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องชุดตรวจ ATK แต่คือการวัดพลังระหว่าง “ระเบียบราชการ” กับ “จิตวิญญาณหน้างานวิกฤต” ที่มีนัยสำคัญทางการเมืองซ่อนอยู่ทุกอณู.


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศรายุทธิ์ รับทำใจ หากหมอสุภัทร พ้นสภาพผู้สมัคร สส. ฐานผิดวินัยร้ายแรง
- หมอสุภัทร แฉเบื้องหลัง โดนเตะตัดขา ไม่ให้เข้าสภา รมว.พรรคภูมิใจไทย โหวตชี้ขาดมติ
- พัฒนา รมว.สธ ปัดเกมการเมือง ปมปลด “หมอสุภัทร” พ้นราชการ
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





