
เจาะลึกพอร์ตธุรกิจมูลค่าหุ้นกว่า 16.7 ล้านบาท ของทนายคนดัง พบมีความหลากหลายตั้งแต่สำนักงานกฎหมาย, รับเหมาก่อสร้าง, อสังหาฯ ไปจนถึงสื่อโฆษณาที่ร่วมทุนกับ “เบลล์ ขอบสนาม” และผู้บริหาร The Standard
นอกจากบทบาททนายความชื่อดังหน้าจอทีวีแล้ว ในมุมนักธุรกิจ ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ถือเป็นนักลงทุนที่น่าจับตามอง โดยมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 10 แห่ง (ยังดำเนินกิจการ 6 แห่ง) และถือหุ้นในบริษัทต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 16.7 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
ธุรกิจอาหาร ดาวเด่นที่ทำรายได้สูงสุด
เริ่มกันที่ธุรกิจที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยตัวเลขรายได้ที่โดดเด่นที่สุดในพอร์ต คือ บริษัท ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเฮียแก้ว จำกัด ซึ่งทนายแก้วถือหุ้นใหญ่ถึง 96.67% จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการภัตตาคารและร้านอาหาร โดยผลประกอบการล่าสุดปี 2567 บริษัทนี้กวาดรายได้รวมไปสูงถึง 21.56 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7.73 แสนบาท สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารคือ กระแสเงินสด หลักที่สำคัญไม่แพ้งานวิชาชีพ
- ปี 2567 รายได้ 21,566,057.22 บาท กำไร 773,523.01 บาท
- ปี 2567 สินทรัพย์รวม 5,663,871.83 บาท รวมหนี้สิน 2,285,609.26 บาท

ธุรกิจหลัก รากฐานวิชาชีพกฎหมาย
ในส่วนของธุรกิจที่ตรงสายงานที่สุด คือ บริษัท ลีกัล อินเทลลิเจนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายที่จดทะเบียนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2546 ทนายแก้วถือหุ้นในสัดส่วน 70% และนั่งแท่นบริหารเอง โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 7.7 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิได้ 1.24 ล้านบาท ถือเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงและสร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
- ปี 2567 รายได้ 7,701,125.53 บาท กำไร 1,248,983.81 บาท
- ปี 2567 สินทรัพย์รวม 9,494,627.07 บาท รวมหนี้สิน 870,926.88 บาท
ธุรกิจรับเหมาและบริหารอสังหาริมทรัพย์
ขยายไลน์มาสู่ธุรกิจก่อสร้าง ทนายแก้วได้เข้าไปลงทุนใน บริษัท ต้นแสง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (ถือหุ้น 70%) ซึ่งจดทะเบียนเมื่อกลางปี 2566 ด้วยทุน 3 ล้านบาท เพื่อรับเหมาก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร โดยปี 2567 สามารถทำรายได้รวม 3.47 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิราว 5.98 แสนบาท
- นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 2,022,564 บาท
- รายได้รวม 3,472,568 บาท กำไรสุทธิ 598,298 บาท
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ผ่าน บริษัท เพื่อการจัดการของหมู่บ้านโนเบิลจีโอวัชรพล จำกัด (ถือหุ้น 25%) ซึ่งมีทุนจดทะเบียนสูงถึง 21 ล้านบาท โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้ 7.32 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1.78 แสนบาท
- นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 17,557,844 บาท
- รายได้รวม 7,323,151 บาท กำไรสุทธิ 178,925 บาท
ธุรกิจสื่อและบันเทิง คอนเนกชันระดับประเทศ
ไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตามองคือการเข้าไปมีส่วนร่วมในวงการสื่อและบันเทิงร่วมกับคนดังมากมาย เริ่มจากธุรกิจใหม่แกะกล่องอย่าง บริษัท สปอตแซด จำกัด ที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อกรกฎาคม 2568 โดยทนายแก้วถือหุ้น 5% ร่วมกับ เบลล์ (อดีต) ขอบสนาม และ กาโม่ อาชวิน อยู่บำรุง บุตรชายของ วัน อยู่บำรุง เพื่อดำเนินธุรกิจเอเจนซี่โฆษณาและการตลาด
อีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจคือ บริษัท เดย์อาฟเตอร์เดย์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจร้านขายปลีกหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ ทนายแก้วถือหุ้นอยู่ 25.64% โดยมีรายชื่อผู้ถือหุ้นระดับบิ๊กเนมอย่างผู้บริหารเครือ The Standard (นิติพัฒน์ สุขสวย, วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์) รวมถึง โน้ส อุดม แต้พานิช และ น้าเน็ก ร่วมด้วย ซึ่งบริษัทนี้มีผลกำไรปี 2567 สูงถึง 2.23 ล้านบาท
- ปี 2567 รายได้ 2,400,000.00 บาท กำไร 2,237,456.60 บาท
- ปี 2567 สินทรัพย์รวม 9,264,463.72 บาท รวมหนี้สิน 1,706,655.00 บาท

นอกจากนี้ ทนายแก้วยังถือหุ้นสัดส่วนเล็กน้อย (0.01% – 5%) ในบริษัทเครือข่ายของ น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อีกหลายแห่ง อาทิ บริษัท ซะอย่างงั้น จำกัด (จัดหานักแสดง/พิธีกร), บริษัท ณัฐธยาน์ เพสทรี่ สตูดิโอ จำกัด (เครื่องดื่ม) และ บริษัท แฮปปี้เอนดิ้ง จำกัด (ผลิตสื่อโฆษณา) ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีผลประกอบการขาดทุนในปีล่าสุด
ธุรกิจที่ยุติบทบาทลง
บนเส้นทางธุรกิจย่อมมีทั้งสมหวังและผิดหวัง ทนายแก้วมีบริษัทที่เสร็จชำระบัญชีไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท บริหารกิจการหมู่บ้านโนเบิลจีโอวัชรพล จำกัด, บริษัท ระนอง กรุ๊ป จำกัด (ประมงน้ำจืด) และ หจก.โฟร์พลัสวัน ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ รวมถึงมี 1 แห่งที่สถานะล้มละลาย คือ บริษัท อวาตา จำกัด ซึ่งเคยประกอบธุรกิจผลิตฮาร์ดดิสก์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดเนื้อหา หนังสือลาออก “ทนายแก้ว” หลังชี้แจงสื่อ ปมล่วงละเมิดสาว 18
- ประวัติ “ทนายแก้ว” ดร.มนต์ชัย จากเส้นทางนักกฎหมาย สู่ทนายดังคู่ใจโหนกระแส
- “ทนายแก้ว” ยื่นใบลาออกสภาทนายความแล้ว ทักไลน์กราบขอโทษ “หนุ่ม กรรชัย” หลังจบแถลง
ข้อมูลจาก : Creden Data
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



