ธนาธร ซัดเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน “ต้มยำกบ” ซึมแรง-แก้ยากกว่า ต้มยำกุ้ง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เขย่าวงการอุตสาหกรรมไทย ชี้วิกฤตตอนนี้คือ “ต้มยำกบ” แรงกว่า ต้มยำกุ้ง เพราะซึมลึกและกำลังตายใจพังพาบ ก่อนกางแผน “Orange Megaprojects” งบ 6.27 แสนล้าน หวังชุบชีวิตเศรษฐกิจไทยให้เป็นประเทศรายได้สูงใน 8 ปี
วานนี้ (19 ม.ค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวในงาน เปิดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม รัฐบาลประชาชน ของพรรคปชน.ที่โรงแรมแมนดาริน กทม. โดยวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะ “ต้มยำกบ” ซึ่งร้ายแรงกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง เพราะเป็นการถดถอยแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ซึมยาว ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงเรื่อยๆ เห็นได้จากตัวเลขการเติบโตที่ดิ่งลงจาก 7.3% ในอดีต เหลือเพียง 2% ในปัจจุบัน
กำลังผลิตต่ำเตี้ย ล่าสุดเดือน พ.ย. 2568 อัตราการใช้กำลังการผลิตไทยอยู่ที่ 56% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี กับดักรายได้ปานกลาง หากไทยไม่มีเทคโนโลยีของตัวเอง จะไม่มีทางก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้เลย
ด้วยเหตุนี้ นายธนาธรจึงกางแผน “Orange Megaprojects” ยิงงบตรงจุด 6.27 แสนล้าน โดยพรรคประชาชนเสนอการใช้งบประมาณรัฐแบบ “ยิงให้แม่น” ผ่านเมกะโปรเจกต์ 8 ปี เพื่อสร้างงานและอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นเทคโนโลยีของไทยเอง ทั้งเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย 6 หมื่นล้านบาท
น้ำประปาดื่มได้ 7.5 หมื่นล้านบาท ขนส่งสาธารณะ 3.7 หมื่นล้านบาท
การจัดการขยะ 1.83 แสนล้านบาท โรงเรียน 5 หมื่นล้านบาท โรงพยาบาล 3 หมื่นล้านบาท
โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 1.92 แสนล้านบาท เป้าหมายของพรรคประชาชนคือการทำให้บริการสาธารณะต่างๆ เหล่านี้เป็นแบบประเทศโลกที่หนึ่งภายใน 8 ปี เช่น บ่อขยะในประเทศไทยปัจจุบันมีเพียง 1% ที่ได้มาตรฐานของกรมอนามัย อีก 99% ผิดมาตรฐานของกรมอนามัย ถ้าอยากยกระดับคุณภาพชีวิตไม่ให้มีสารเคมีและมลพิษปนเปื้อนเข้าไปในดินและน้ำของประเทศ ประเทศไทยต้องกลับมาฟื้นฟูกระบวนการจัดการขยะใหม่ และการจัดการขยะนี้จะนำไปสู่การสร้างงานและเทคโนโลยีในการจัดการขยะ

ธนาธรเผยด้วยว่า พรรคจะไม่เน้นการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรที่ปลายเหตุ แต่จะใช้ “คูปองเพิ่มผลผลิต” เช่น
- คูปองจ้างอบข้าว – เปลี่ยนจากการตากข้าวบนถนนเป็นการเข้าโรงอบ ลดความชื้น สร้างดีมานด์เครื่องจักรไทย
- คูปองอัดฟาง – แก้ปัญหาการเผาป่าและพื้นที่เกษตร พร้อมสร้างตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของคนไทยเอง
“วันนี้อินโดนีเซียและอินเดียสร้างรถไฟเองได้แล้ว” ธนาธรย้ำว่า ไทยต้องไม่ถอนคันเร่งจากภาคอุตสาหกรรม โดยรัฐต้องสร้างความชัดเจนของ “ดีมานด์” เช่น แผนจัดซื้อสมาร์ทมิเตอร์ 30 ล้านชิ้นใน 15 ปี เพื่อให้นักอุตสาหกรรมไทยกล้าลงทุนและเติบโตไปสู่ตลาดโลกได้จริง.

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กกต. รับคำร้องปมโห่ ธนาธร ขึ้นดีเบตชลบุรี สอบมีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังไหม
- ธนาธร ลุยตราดช่วยพรรคส้มหาเสียง ลั่นเลือกตั้ง 2569 ลุ้นแค่ 2 พรรค
- แฉสะพัด! เลือกตั้ง 69 ซื้อเสียงดุ กทม.อันดับ 1 จ่ายหัวละ 7500 เกลียดสุดรัฐมนตรีสีเทา
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





