ข่าว

ชำแหละวิกฤต ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ พระราม 2 อุบัติก่อสร้างซ้ำซาก สังเวยชีวิตคน ผู้รับเหมาได้งานต่อ

ชำแหละวิกฤต ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ พระราม 2 อุบัติก่อสร้าง เครนถล่ม ซ้ำซาก สังเวยชีวิตคน ผู้รับเหมาได้งานต่อ ช่องโหว่กฎหมายเสือกระดาษ

หากจะมีถนนสักเส้นในประเทศไทยที่ถูกกล่าวขานถึงในแง่ของตำนานความยาวนากับอันตรายที่แฝงมากับการพัฒนา ถนนพระราม 2 หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 สายดาวคะนอง-วังมะนาว คือชื่อแรกที่ผุดขึ้นในความทรงจำของผู้คน

เส้นทางสายนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ สูบฉีดการเดินทางและเศรษฐกิจจากกรุงเทพมหานครลงสู่ภาคใต้ แต่ในขณะเดียวกัน ตลอดระยเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ทางสัญจรกลับไม่เคยว่างเว้นจากเครื่องจักรกลหนัก แท่งคอนกรีตยักษ์ โครงการก่อสร้างที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด จนสาธารณชนมอบสมญานามอันเจ็บปวดให้ว่าเป็น “ถนนเจ็ดชั่วโคตร”

ความน่าสะพรึงกลัวของถนนพระราม 2 ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากเพียงสภาพผิวจราจรที่ขรุขระหรือรถติดขัดสาหัสอย่างในอดีตอีกต่อไป ทว่ามันได้กลายสภาพเป็นพื้นที่สังหารโหด ความตายสามารถร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าได้ทุกวินาที

เพื่อให้เข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหา เราต้องย้อนกลับไปมองประวัติการก่อสร้างถนนพระราม 2 ซึ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร ก่อนจะเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2516

ในยุคเริ่มต้น ถนนถูกสร้างขึ้นเป็นเพียงถนน 2 ช่องจราจรวิ่งสวนทางกัน มีเป้าหมายเพื่อย่นระยะทางลงสู่ภาคใต้ให้สั้นกว่าถนนเพชรเกษมกว่า 40 กิโลเมตร

แต่ทว่า การขยายตัวของเมืองและนิคมอุตสาหกรรมผลักดันให้ถนนเส้นพระราม 2 เข้าสู่วงจรการก่อสร้างที่ไม่สิ้นสุด ตั้งแต่ยุคที่ 2 ในช่วงปี 2532-2537 ที่มีการขยายช่องจราจร จนกระทั่งมาถึงยุคปัจจุบัน หรือยุคที่ 3 ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา นับเป็นช่วงเวลาที่มีความอันตรายสูงสุดในประวัติศาสตร์ สาเหตุเพราะนี่ไม่ใช่การขยายถนนในแนวราบอีกต่อไป แต่เป็นการก่อสร้าง “ทางยกระดับซ้อนทับ” ขนาดมหึมาเหนือผิวจราจรที่มีรถวิ่งสัญจรตลอด 24 ชั่วโมง

ปัจจุบันมีดำเนินโครงการขนาดใหญ่ทับซ้อนกันถึง 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับโครงการมอเตอร์เวย์ M82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ของกรมทางหลวง (ทล.)

การที่มีหน่วยงานเจ้าของโครงการต่างกัน ผู้รับเหมาต่างราย สัญญาถูกซอยย่อยออกเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ถนนพระราม 2 กลายเป็นจิ๊กซอว์ทางวิศวกรรมที่ยุ่งเหยิง ยากต่อการบริหารจัดการความปลอดภัยให้เป็นเอกภาพ

ไทม์ไลน์ก่อสร้างถนนพระราม 2

สถิติเลือด อุบัติเหตุถนนพระราม 2 ความจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเลข

ข้อมูลสถิติเชิงลึกในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน เปิดเผยให้เห็นตัวเลขความสูญเสียน่าตกใจ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 รวมกว่า 2,242 ครั้ง แลกมาด้วยชีวิตของผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 132 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 1,305 คน

ในระยะแรกช่วงปี 2561-2563 อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากสภาพทางกายภาพพื้นฐาน เช่น การบีบช่องจราจร ป้ายเตือนที่ไม่ชัดเจน หรือการวางแบริเออร์กีดขวาง ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนทั่วไป แต่ในช่วงตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา รูปแบบของหายนะได้เปลี่ยนโฉมไป อุบัติเหตุมีความรุนแรงสูงขึ้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ความล้มเหลวทางโครงสร้างวิศวกรรม”

อุบัติเหตุไม่ได้เกิดเพราะรถชนกันเพราะความประมาทของผู้ขับขี่ แต่เรากำลังพูดถึงคานสะพานที่พังถล่มลงมา เครนขนาดยักษ์ที่ล้มฟาดลงบนถนน หรือชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้างที่ร่วงหล่นลงมาทับรถยนต์ที่ขับผ่านไปมาอย่างถูกต้องตามกฎจราจร นี่คือสภาวะความเสี่ยงที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่สามารถป้องกันตนเองได้เลย

กี่ครั้งที่เราจำเป็นต้องถอดบทเรียนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โศกนาฏกรรมสะพานกลับรถถล่ม เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาราม สมุทรสาคร เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตผู้คนไป 2 ราย จากการที่คานสะพานร่วงหล่นลงมาทับรถยนต์

เครนก่อสร้างถล่ม ถนนพระราม 2 วันที่ 15 มกราคม 2569
เครนก่อสร้างถล่ม ถนนพระราม 2 วันที่ 15 มกราคม 2569

จากการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม พบว่าต้นตอเกิดจากกระบวนการซ่อมบำรุงผิดพลาด การรื้อพื้นสะพานออกเพื่อเทใหม่ทำให้พฤติกรรมการรับแรงของคานเปลี่ยนแปลงไป หรือที่เรียกว่าการสูญเสียการยึดรั้ง เมื่อขาดการค้ำยันด้านข้างที่เพียงพอ คานที่มีความเสื่อมสภาพจึงพลิกตัวและพังทลายลงมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความประมาทในขั้นตอนการทำงานที่ขาดการตรวจสอบเสถียรภาพโครงสร้างชั่วคราวอย่างรัดกุม

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2566 ระทึกขวัญเกิดขึ้นอีกครั้งบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชิ้นส่วนคานคอนกรีตขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมา การสืบสวนระบุว่าเกิดจากความบกพร่องของบาร์เกลียวที่ใช้ยึดระหว่างชุดโครงสร้างยกกับชิ้นส่วนคานเกิดขาดออกจากกัน นี่คือหลักฐานที่ชี้ชัดถึงปัญหาคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ และการบำรุงรักษาเครื่องจักรของผู้รับเหมา

ต่อมาเกิดเหตุ โครงสร้างเครนติดตั้ง พังถล่มเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ในโครงการ M82 ตอนที่ 1 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย สาเหตุเบื้องต้นเชื่อมโยงไปถึงการควบคุมสมดุลน้ำหนักขณะเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน

สาเหตุของอุบัติซ้ำซาก ก่อสร้างถนนพระราม 2 เกิดจากอะไร

ล่าสุด 15 มกราคม 2568 เครนก่อสร้างถล่ม บริเวณถนนพระราม 2 พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เบื้องต้นรับแจ้งมีรถ 2 คันถูกทับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าทำการเข้าช่วยเหลือ มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ

ย้อนลึกลงไปเบื้องหลังแผงกั้นเขตก่อสร้าง เราจะพบโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่มักกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าประมูลไว้สูงลิ่ว ทำให้บริษัทก่อสร้างต้องรวมตัวกันในรูปแบบกิจการร่วมค้า เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ด้านทุนจดทะเบียนและผลงาน

แม้การรวมตัวกันจะมีข้อดีในการผสานความแข็งแกร่ง แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นดาบสองคม การแบ่งความรับผิดชอบในกิจการร่วมค้ามักไม่ชัดเจน บางครั้งบริษัทแกนนำอาจไม่ได้ลงมาดูแลหน้างานอย่างจริงจัง แต่ปล่อยให้พันธมิตรหรือผู้รับเหมาช่วงดำเนินการแท

ปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคือ “ห่วงโซ่อุปทานการจ้างเหมาช่วง” ที่ยาวเป็นหางว่าว ตัวอย่างเช่นในกรณีของสัญญาตอนที่ 1 ที่มีผู้รับเหมาหลักคือบริษัท อุดมศักดิ์เชียงใหม่ จำกัด แต่กลับพบว่ามีการใช้แรงงานจากบริษัท พีเอสซีไอ คอนสตรัคชั่น จำกัด ในหน้างานจริง

การจ้างช่วงหลายต่อเช่นนี้ ทำให้การสื่อสารด้านความปลอดภัยขาดตอน คำสั่งและมาตรการความปลอดภัยจากวิศวกรคุมงานระดับบนมักเจือจางลงเมื่อส่งต่อไปถึงระดับปฏิบัติการ ยิ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติด้วยแล้ว ทำให้อาจมีข้อจำกัดด้านภาษา ความเข้าใจในขั้นตอนทางเทคนิคที่ซับซ้อน

เมื่อเกิดความผิดพลาดจากความประมาทเลินเล่อของคนงานระดับล่าง ผู้ที่ต้องรับเคราะห์กรรมแรกคือตัวแรงงานเอง และตามมาด้วยประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรอยู่เบื้องล่าง โครงสร้างการจ้างงานแบบนี้เอื้อให้เกิดการลดต้นทุนด้านความปลอดภัย และทำให้การตรวจสอบควบคุมเป็นไปอย่างยากลำบาก

ย้อนสถิติพระราม 2 ปีนี้ตายแล้วกี่ศพ ? ตัวเลข 6 ปี อุบัติเหตุ 2245 ครั้ง สังเวย 132 ศพ

กฎหมายเป็นเพียงเสือกระดาษ

คำถามที่สังคมเฝ้าถามมาตลอดคือ “ทำไมผู้รับเหมาที่ทำคนตายซ้ำซากจึงยังได้งานรัฐ?”

คำตอบอยู่ที่ความอ่อนแอของกลไกการบังคับใช้กฎหมาย แม้กรมบัญชีกลางและกระทรวงคมนาคมจะพยายามผลักดันมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” เพื่อตัดคะแนนและลดชั้นผู้รับเหมาที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายพัสดุฯ ยังมีข้อจำกัดในการขึ้น “บัญชีดำ” บริษัทขนาดใหญ่

หน่วยงานรัฐมักตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะหากสั่งแบนบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของประเทศ อาจส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังโครงการเมกะโปรเจกต์อื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนที่บริษัทเหล่านี้ถือสัญญาอยู่

บทลงโทษในปัจจุบันจึงทำได้เพียงการสั่งหยุดงานชั่วคราวระยะสั้นๆ หรือการปรับเงิน ซึ่งถือเป็นเศษเงินเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าโครงการหลักหมื่นล้านบาท มาตรการเหล่านี้จึงไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรได้อย่างแท้จริง

การเยียวยาผู้เสียหายเองก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าเศร้าใจ ชีวิตของผู้เสียชีวิตมักถูกตีราคาเริ่มต้นเพียงหลักล้านบาทเศษ ซึ่งต่ำเกินกว่าจะชดเชยความสูญเสียของครอบครัวได้ การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐและบริษัทผู้รับเหมากลายเป็นภาระที่ผู้สูญเสียต้องแบกรับ ทั้งที่พวกเขาคือเหยื่อของการบริหารจัดการที่ล้มเหลว

ผลกระทบที่แพงกว่างบประมาณก่อสร้าง

พิษของถนนพระราม 2 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่ก่อสร้าง แต่ได้ส่งผลกระทบกัดกร่อนไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะหัวหินและชะอำ ต้องซบเซาลงเนื่องจากนักท่องเที่ยวหวาดกลัวต่อความปลอดภัยและเบื่อหน่ายการจราจรที่ติดขัด จึงเลือกที่จะชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางลงใต้

ในขณะเดียวกัน ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการเสียเวลาบนท้องถนน และที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนในย่านฝั่งธนบุรีและสมุทรสาคร ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับความเครียดสะสม ฝุ่นละออง และความหวาดระแวงทุกครั้งที่ต้องลอดผ่านอุโมงค์คอนกรีตยักษ์เหล่านี้

เรื่องราวของถนนพระราม 2 เป็นเรื่องของความล้มเหลวเชิงระบบที่ฝังรากลึก ตั้งแต่วิธีการประมูลงาน การบริหารจัดการผู้รับเหมา ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย การจะปิดตำนาน “ถนนเจ็ดชั่วโคตร” ไม่สามารถทำได้ด้วยการเร่งรัดก่อสร้างให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการผ่าตัดปฏิรูปโครงสร้างการกำกับดูแลขนานใหญ่

ภาครัฐจำเป็นต้องจริงจังกับการจำกัดลำดับชั้นของการจ้างช่วง เพื่อไม่ให้ความรับผิดชอบถูกส่งต่อจนเจือจาง ต้องมีการนำเทคโนโลยีเซนเซอร์และ AI มาใช้ในการตรวจสอบเสถียรภาพของโครงสร้างแบบ Real-time แทนการพึ่งพาเพียงสายตาของมนุษย์ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความโปร่งใส เปิดเผยประวัติอุบัติเหตุรายสัญญาให้สาธารณชนรับทราบ เพื่อสร้างกลไกการตรวจสอบทางสังคมที่มีพลัง

ตราบใดที่ต้นทุนชีวิต ของประชาชนยังถูกประเมินค่าต่ำกว่ากำไรทางธุรกิจ ตราบใดที่กฎหมายยังไม่สามารถเจาะทะลุเกราะคุ้มกันของทุนใหญ่ได้ ถนนพระราม 2 ก็จะยังคงเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความล้มเหลว เป็นบทเรียนราคาแพงที่สังคมไทยต้องจ่ายด้วยเลือดกับน้ำตาต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

อุบัติเหตุก่อสร้าง ถนนพระราม 2
ภาพจาก: ตำรวจทางหลวง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button