โรมเตือน! อย่าหลงกล “ฮุนเซน” วางยาพรรคส้ม ผิดหวังอนุทิน โหนวาทกรรมรมต.เขมร
รังสิมันต์ โรม เปิดหน้าชนเกมสกปรกข้ามพรมแดน ชี้เป้าวาทกรรม “รัฐมนตรีกัมพูชาเชียร์พรรคส้ม” คือยาพิษเคลือบน้ำตาล หวังใช้จิตวิทยาเกลียดตัวกินไข่ ปั่นหัวคนไทยให้เกลียดพรรคประชาชน เตือนรัฐบาลไทยอย่าทำตัวเป็น “ไผ่ลู่ลม” หยิบคำศัตรูมาเชือดเฉือนคนกันเองจนลืมรักษาอธิปไตยชาติ
วานนี้ (12 ม.ค.) นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) ออกโรงตอบโต้กรณีรัฐมนตรีกัมพูชาชี้นำให้คนไทยเลือก “พรรคประชาชน” และ “เพื่อไทย” พร้อมโจมตีพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่านี่ไม่ใช่ความหวังดี แต่คือกับดักทางการเมืองที่วางไว้อย่างแยบยล
รังสิมันต์ โรม ระบุว่า แท็กติกตื้น ๆ ที่คนในรัฐบาลกัมพูชานำมาใช้ คือ ความพยายามสร้าง “แนวร่วมมุมกลับ” ให้กับฝ่ายของฮุน เซนในไทย เพราะฮุนเซนย่อมรู้ดีว่า หากออกมาสนับสนุนพรรคการเมืองใดโดยตรง ประชาชนชาวไทยจำนวนมากที่ไม่ยอมรับและต่อต้านระบอบฮุน เซน จะถอนการสนับสนุนจากพรรคการเมืองนั้นทันที และหันไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองอื่น ซึ่งฝ่ายฮุน เซน คำนวณแล้วว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายของตนเอง
แกนนำพรรคประชาชนยืนยันว่า นี่คือลูกไม้การเมืองราคาถูก ที่ “บอสแก๊งสแกมเมอร์” อย่างฮุน เซน คงเชื่อว่าประชาชนชาวไทยจะหลงเชื่อได้โดยง่าย

นายรังสิมันต์ ถอดรหัสเกมนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า เครือข่ายของ สมเด็จฮุน เซน กำลังใช้กลยุทธ์ “แนวร่วมมุมกลับ” โดยอาศัยความเกลียดชังที่คนไทยจำนวนมากมีต่อระบอบเผด็จการกัมพูชาเป็นเครื่องมือ โดยไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ย้อนกลับไปปี 2566 ฮุน เซน เคยปล่อยข่าวลือเรื่องการส่งกลับแรงงานเพื่อสกัด พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า “บอสใหญ่แห่งแก๊งสแกมเมอร์” รายนี้ พยายามแทรกแซงกิจการภายในของไทยมาโดยตลอด
คำถามสำคัญคือ เหตุใดระบอบฮุนเซนจึงหวาดกลัวพรรคประชาชน? นายรังสิมันต์ โรม ชี้สาเหตุหลัก คือ “ความกลัวในโดมิโนแห่งการเปลี่ยนแปลง”
ระบอบการปกครองของกัมพูชาผูกขาดอำนาจมายาวนานแต่เปราะบาง ! หากพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่อย่างพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลในไทยได้สำเร็จ กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมพัดข้ามพรมแดนไปจุดประกายความหวังให้คนรุ่นใหม่ในกัมพูชา ลุกฮือขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตยบ้าง ซึ่งนั่นคือหายนะที่ีอกฝ่ายยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้
ยังมีการขยายแผลไปถึงท่อน้ำเลี้ยงของระบอบเพื่อนบ้าน โดยระบุถึง นายเบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) ที่ปรึกษาคนสนิทของฮุน เซน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคีย์แมนสำคัญในการฟอกเงินให้ขบวนการสแกมเมอร์
“พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลนายอนุทิน จัดการเครือข่ายกัมพูชาเทา–ไทยเทา ออกหมายแดงอินเตอร์โพลและยึดทรัพย์นายเบน สมิธ มาโดยตลอด แต่จนถึงบัดนี้รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ซ้ำร้ายศาลไทยยังรับฟ้องคดีที่นายเบน สมิธ ฟ้องผมอีก นี่คือตลกร้ายที่ขำไม่ออกของกระบวนการยุติธรรม”

ตอนท้าย นายรังสิมันต์ฟาดกลับไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างดุเดือด กรณีที่อีกฝ่ายหยิบยกคำพูดของรัฐมนตรีกัมพูชามาขยายผลโจมตีพรรคประชาชนเพื่อหวังคะแนนเสียง
“น่าผิดหวังที่คนระดับผู้นำรัฐบาล แทนที่จะลุกขึ้นประณามต่างชาติที่บังอาจมาแทรกแซงกิจการภายใน กลับเลือกที่จะยืมมีดศัตรูมาทิ่มแทงคนไทยด้วยกันเอง ท่านกำลังทำหน้าที่ปกป้องประเทศ หรือกำลังปกป้องเก้าอี้ของตัวเองกันแน่?”
นายรังสิมันต์ ทิ้งท้ายเตือนสติสังคมไทยว่า อย่าตกหลุมพรางเกมตื้นๆ นี้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดนำประเด็นดังกล่าวมาดิสเครดิตกัน เพราะการทำเช่นนั้น มีค่าเท่ากับการเดินตามเกมที่ฮุน เซน ขีดเส้นไว้ทุกประการ.

อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศาลอาญาประทับฟ้อง รังสิมันต์ โรม คดีหมิ่นเบน สมิธ
- รังสิมันต์ โรม ตั้งคำถาม หลังมีภาพอนุทิน ร่วมเฟรม เบน สมิธ
- เกมพลิก “ดราม่าส้มแจกพัน“ ที่แท้จัดฉากเรียกยอดไลค์ สาวรับติดคอนเทนต์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





