ประวัติ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จากลูกเลี้ยง “ลุงกำนัน” สู่ว่าที่ รมว.พลังงาน ครม.อนุทิน 2

ประวัติ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย วัย 40 ปี อดีตนักเรียนทุนอันดับ 1 จาก Charterhouse ถึงออกซ์ฟอร์ด ผ่านสนามการเมือง 3 พรรค ก่อนถูกวางตัวคุมกระทรวงพลังงานท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ชื่อเล่น “ขิง” วัย 40 ปี กำลังจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ใน ครม.อนุทิน 2 ตำแหน่งนี้ไม่ได้มาง่ายๆ เส้นทางการเมืองของเขาผ่านมาแล้ว 3 พรรค ข้ามผ่านวิกฤตการเมืองหลายยุค และทุกครั้งที่เปลี่ยนเสื้อ เขาก็ไต่ขึ้นสูงกว่าเดิม
เอกนัฏ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2529 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นลูกชายคนที่ 2 ของพรเทพ เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ ดร.ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ พ่อแม่แยกทางกัน หลังจากนั้น ดร.ศรีสกุล แต่งงานใหม่กับสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่พาเอกนัฏเข้าสู่โลกการเมือง

ชีวิตส่วนตัว ในนามลูกบุญธรรม “สุเทพ”
เด็กชายขิงเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ ก่อนบินไปเรียนมัธยมที่อังกฤษ ที่ Charterhouse School เมือง Godalming เทศมณฑล Surrey สหราชอาณาจักร ด้วยทุนการศึกษาอันดับที่หนึ่ง
จากนั้น จบปริญญาโทและปริญญาตรี (MEng) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการบริหาร จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ด้วยเกียรตินิยม ระหว่างเรียนยังเป็นประธานสมาคมเด็กนักเรียนไทยในออกซ์ฟอร์ดอีกด้วย

จากอดีต กปปส. สู่ รมว.อุตสาหกรรม
สายเลือดนักเรียนนอกไม่ได้ทำให้เขาห่างจากการเมืองไทย ตรงกันข้าม เอกนัฏเข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นเลขานุการส่วนตัวของสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง เมื่อเมษายน 2552 เหตุการณ์กลุ่ม นปช. บุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช ที่พัทยา เอกนัฏอยู่เคียงข้างสุเทพตลอดเหตุการณ์ นั่นคือบทเรียนแรกในสนามจริง
ปี 2554 เอกนัฏลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 29 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 37,932 คะแนน อายุเพียง 25 ปี ถือเป็น ส.ส. ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกตั้งในครั้งนั้น

พอเข้าสู่วิกฤตการเมือง ปี 2556-2557 เขาตัดสินใจเด็ดขาด เป็นหนึ่งใน 9 ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกจากสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค เข้าเป็นแกนนำ กปปส. โดยทำหน้าที่โฆษก กปปส. ในช่วงนั้น

หลังเว้นวรรคการเมือง วันที่ 16 มีนาคม 2565 เอกนัฏยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แล้วข้ามมาร่วมก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 เอกนัฏได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค
การเลือกตั้งปี 2566 เขาได้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจึงเปลี่ยนจากพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มาเป็นเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
ผลงานที่โดดเด่นสุดในช่วงนั่งเก้าอี้ รมว.อุตสาหกรรม คือการตั้ง “ทีมสุดซอย” ทำหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย เปิดโปงปัญหาที่ถูกซุกซ่อน เช่น การกวาดล้างจีนเทา สินค้าด้อยคุณภาพ และบ่อขยะอุตสาหกรรม ทีมนี้กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เพราะลงพื้นที่จริง ไม่ได้นั่งสั่งจากห้องแอร์
แต่การเมืองไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อ ครม.แพทองธาร สิ้นสุดลง ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติก็มีรอยร้าว วันที่ 17 กันยายน 2568 เอกนัฏยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค โดยให้เหตุผลว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่างกับหัวหน้าพรรค เขาพูดตรงๆ ว่า “ถ้าผมจะทำการเมืองต่อ พรรคภูมิใจไทยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จุดยืนไม่ต่างกัน”
และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เอกนัฏตัดสินใจแยกทางเดินกับพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มาอยู่ในสังกัดพรรคภูมิใจไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง มีบทบาทสำคัญในการดูแลพื้นที่ กทม. ในการเลือกตั้งปี 2569 เขาได้เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย นับเป็นพรรคที่ 3 ในชีวิตการเมือง
โผ ครม.อนุทิน 2 โค้งสุดท้าย ถูกจัดสรรลงตัว โดยมีชื่อเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ถูกวางตัวให้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่ามกลางข่าวสะพัดว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ พ่อเลี้ยง เป็นผู้เข้าไปเจรจากับบ้านใหญ่บุรีรัมย์และอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงโควตาตำแหน่งดังกล่าวด้วยตนเอง
เก้าอี้ รมว.พลังงาน ในยุคนี้ไม่ใช่ของง่าย ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์พุ่งจาก 198.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ไปถึง 242.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันขายปลีกปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรในคราวเดียว ประชาชนกระเป๋าแทบฉีก
เอกนัฏประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าจะ “กล้าชนโครงสร้างเดิม” โดยย้ำว่าปัญหาสะสมของประเทศไม่ใช่ขาดเครื่องมือ แต่ขาดความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ เขาบอกว่าจะยึดข้อมูลจากประชาชนเป็นตัวตั้ง มากกว่ารายงานจากหน่วยงานรัฐเพียงด้านเดียว
ถ้าจะสรุปเส้นทางของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้สั้นที่สุด คงเป็นเรื่องของคนที่เริ่มจากเลขาส่วนตัว กลายเป็น ส.ส. อายุน้อยสุดในสภา ขึ้นเป็นโฆษก กปปส. เป็นเลขาธิการพรรค นั่ง รมว.อุตสาหกรรม แล้ววันนี้กำลังจะคุมกระทรวงพลังงานท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง ทุกสนามที่เขาเลือกสู้ ล้วนเป็นสนามที่มีแรงกดดันสูง คำถามคือ คราวนี้เขาจะ “กล้าชน” ได้จริงตามที่พูดไว้หรือไม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดทรัพย์สิน “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” เลขาธิการ “รทสช.” รวยระดับพันล้าน
- สุเทพ เทือกสุบรรณ โผล่สวมเสื้อม่วง กลางสนามบิน
- ประวัติ ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ อดีตแกนนำ กปปส. ผู้มีอุดมการณ์หนักแน่นตลอดเส้นทางการเมือง
แหล่งข้อมูลจาก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





