ข่าว

เตือน! แลกเงินสด “ไทยช่วยไทย พลัส” ผิดกฎหมาย เสี่ยงจำคุก-ถูกตัดสิทธิ์โครงการรัฐ

เตือน! ร้านค้ารับแลกเงินสด “ไทยช่วยไทย พลัส” ผิดกฎหมาย เสี่ยงโทษหนัก ปรับ-จำคุก พร้อมถูกตัดสิทธิ์โครงการรัฐ

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หลังจากที่มีการเปิดใช้วันแรก (1 มิ.ย.) ประชาชนต่างจับจ่ายซื้อสินค้าโดยใช้สิทธิดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จากรายงานของ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง (ข้อมูลเวลา 23.00 น.) เผยว่ามีประชาชนใช้สิทธิอยู่ที่ 8,724,402 คน และมียอดการใช้จ่ายในโครงการฯ สูงถึง 2,039 ล้านบาท

แต่ทว่า ผู้สื่อข่าวได้มีการตรวจสอบในโซเชียลมีเดียพบว่า มีการเปิดกลุ่มรับแลกเงินสดจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” โดยร้านค้าจะโพสต์ข้อความรับแลกเงิน พร้อมช่องทางติดต่อ และหักเปอร์เซ็นต์ก่อนโอนเงินไปยังบัญชีของลูกค้า

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ถ้าหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง หรือมีการหลีกเลี่ยง รู้กันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นการใช้สิทธิที่ไม่ถูกต้อง ผิดเงื่อนไขของโครงการที่ชัดเจน

พล.ต.อ.นิรันดร เผยต่อว่า ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่เจตนาก็ตาม ถือว่าเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้น หากตรวจพบทางภาครัฐอาจระงับสิทธิไม่ให้เขาร่วมโครงการอื่นของรัฐในอนาคต และยังต้องชดใช้คืนเงินให้รัฐด้วย

ขณะที่ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (ผอ.สศค.) เผยว่า เรามีระบบติดตามเฝ้าระวังอยู่ทั้งหมด แล้วถ้าระบบวิเคราะห์ออกมาแล้วถ้ามีผู้ต้องสงสัยจะเชิญมาสอบถาม และเรียกข้อมูลมาดู ซึ่งที่ผ่านมาในโครงการคนละครึ่งที่เรายืมกลไกมา ระบบสามารถตรวจจับผู้ที่เข้าข่าย ต้องสงสัยหรืออาจเป็นผู้กระทำความผิดได้จำนวนมาก เมื่อช่วง คนละครึ่ง เรามีการส่งดำเนินคดีอาญาไปแล้วกว่า 300 ราย เป็นทางผู้ขายและถ้าไปถึงว่าผู้ซื้อมีส่วนกระทำความผิดก็จำเป็นต้องดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด

“อยากให้ทุกคนเห็นประโยชน์ในโครงการนี้ ใช้งานอย่างตรงไปตรงมา ส่วนท่านที่คิดจะทำในทางที่ทุจริต ก็อยากให้คิดใหม่ เพราะว่าถ้ามีการตรวจเจอ มีการแจ้งเข้ามาหรือระบบตรวจเจอ ก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด” นายวินิจ กล่าว

นายวินิจ ระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีความผิดเช่นเดียวกับการฉ้อโกง และอาจเข้าข่ายการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งโทษสูง ขณะที่ระบบก็จะมี AI และระบบ Data Analytics ที่วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจัง อยากจะเตือนและอยากให้ใช้โอกาสนี้เพื่อประโยชน์ของทุกคน อย่าทำให้คนที่คิดทำอะไรไม่ตรงไปตรงมาไม่กี่คน ทำให้ทุกอย่างภาพออกมาไม่ดี หรือทำให้บรรยากาศเรื่องของการช่วยเหลือดูแลออกมาเป็นภาพลบ

ร้านรับแลกเงินสด ไทยช่วยไทยพลัส

ที่มา: เรื่องเล่าเช้านี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button