ไข้หวัดลึกลับ ระบาดฟุกุโอกะ คนแห่หาหมอวันละ 100 ราย ไม่ใช่โควิด-ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่

แพทยสภาฟุกุโอกะแถลง อาการเริ่มจากเจ็บคอ ตามด้วยน้ำมูก ไอมีเสมหะ ลากยาว 1-3 สัปดาห์ คาดเป็นไวรัสฮิวแมนเมตะนิวโม (hMPV) รอผลตรวจอีก 1-2 เดือน
ชาวเน็ตญี่ปุ่นตั้งฉายา “謎の風邪” หรือ “ไข้หวัดลึกลับ” หลังหลังเทศกาลโกลเดนวีค (ต้นเดือนพฤษภาคม 2569) ผู้คนในจังหวัดฟุกุโอกะแห่ไปคลินิกด้วยอาการเจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอมีเสมหะ แต่ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ แพทยสภาจังหวัดฟุกุโอกะระบุว่า น่าจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง โดยกำลังเก็บตัวอย่างส่งตรวจ คาดรู้ผลในช่วงฤดูร้อนนี้
คลินิกในเมืองฟุกุโอกะ ผู้ป่วยทะลักวันละกว่า 100 ราย
สำนักข่าว KBC Kyushu Asahi Broadcasting รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ว่า คลินิกหลายแห่งในเมืองฟุกุโอกะเจอผู้ป่วยทะลักหลังโกลเดนวีค นพ.เซกาวะ ยูอิจิ ผู้อำนวยการคลินิก Segawa Clinic ในเมืองฟุกุโอกะ เปิดเผยว่า เฉพาะวันก่อนหน้าวันออกอากาศ มีผู้ป่วยมาตรวจถึงราว 180 คน มากกว่าปกติ 20-30%
ผู้ป่วยส่วนใหญ่บ่นเรื่องไม่สบายคอ ตามด้วยน้ำมูกและไอ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ไม่มีไข้สูง บางคนหายภายในสัปดาห์เดียว ส่วนผู้ใหญ่หลายรายไอเรื้อรังลากยาว 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป

แพทยสภาฟุกุโอกะแถลง น่าจะเป็นไวรัส รอผลตรวจอีก 1-2 เดือน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นพ.อินามิตสึ ทาเคชิ กรรมการประจำแพทยสภาจังหวัดฟุกุโอกะ แถลงในที่ประชุมว่า “อาการเริ่มต้นจากเจ็บคอ ตามด้วยน้ำมูกและไอที่รุนแรงขึ้น เป็นรูปแบบอาการที่ค่อนข้างชัด คาดว่าน่าจะเป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่ง”
แพทยสภาเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยส่งตรวจหาเชื้อก่อโรคแล้ว แต่กว่าจะรู้ผลต้องรอประมาณ 1-2 เดือน หรือช่วงฤดูร้อนนี้
ข้อมูลการสำรวจการระบาดของโรคติดเชื้อล่าสุดของจังหวัดฟุกุโอกะ ระบุว่าโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และไวรัส RSV ยังไม่ถึงเกณฑ์ระดับเฝ้าระวัง นพ.เซกาวะให้ความเห็นว่า ไม่น่าจะเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ แต่น่าจะเป็นไวรัสที่ “ไม่ค่อยมีการตรวจหากันบ่อยๆ” กำลังแพร่ระบาด
แพทย์สงสัย “ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส” หรือภูมิแพ้
นพ.ฮาราดะ ยูกิโกะ จากโรงพยาบาลเทศบาลเมืองฟุกุโอกะ ชี้สาเหตุที่เป็นไปได้ 2 ทาง
กรณีแรกคือภูมิแพ้ ขณะนี้ภูมิภาคคิวชูอยู่ในช่วงเกสรหญ้าตระกูลข้าว (Poaceae) ฟุ้งกระจาย พออากาศร้อนขึ้น คนเปิดหน้าต่างมากขึ้น เกสรเข้าบ้านง่ายขึ้น จึงอาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ อาการลักษณะนี้มักลากยาวเกินสัปดาห์ ต้องใช้ยาแก้แพ้ที่หมอสั่ง
กรณีที่สองคือไวรัส โดยเฉพาะ “ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส” (Human Metapneumovirus หรือ hMPV) ที่มักระบาดในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน เชื้อจะเข้าทางลำคอที่ระคายเคืองจากฝุ่นเหลือง (黄砂) และฝุ่น PM2.5 ถ้าเป็นกรณีนี้ อาการมักหายภายใน 1 สัปดาห์ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ
สื่อญี่ปุ่นหลายสำนัก รวมถึง coki และเว็บไซต์การแพทย์ ก็เห็นพ้องกันว่า hMPV เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ เนื่องจากอาการเข้าเค้า คือเจ็บคอ ไอมีเสมหะใส น้ำมูก ไข้ต่ำหรือไม่มีไข้ และตรวจโควิดกับไข้หวัดใหญ่แล้วเป็นลบ

ไวรัส hMPV คืออะไร คนไทยต้องระวังแค่ไหน
ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส ถูกค้นพบครั้งแรกในเนเธอร์แลนด์ ปี 2544 เป็นไวรัสในกลุ่มเดียวกับ RSV ก่อโรคทางเดินหายใจ มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 จนแยกยาก
ในไทยเอง กระทรวงสาธารณสุขเคยออกประกาศเตือน hMPV ตั้งแต่ต้นปี 2568 หลังพบการระบาดเพิ่มขึ้นในจีนตอนเหนือ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เคยเตือนว่า hMPV ระบาดในไทยช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อยตัว ไข้ ไอ มีเสมหะ น้ำมูก เหนื่อย หายใจไม่สะดวก คล้ายไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 และ RSV
ปัจจุบัน hMPV ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะและไม่มีวัคซีน การรักษาคือประคับประคองตามอาการ กลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นปอดอักเสบหรือหลอดลมอักเสบได้
ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่จะไปญี่ปุ่น
แม้ขณะนี้การระบาดจะยังกระจุกในจังหวัดฟุกุโอกะและเริ่มขยายไปบางพื้นที่ในญี่ปุ่นตะวันตก แต่นักท่องเที่ยวที่เตรียมเดินทางไปคิวชูช่วงนี้ ควรพกหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการเจ็บคอ ไอเรื้อรัง น้ำมูกไหลต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์ ควรพบแพทย์
แพทยสภาฟุกุโอกะยังเตือนเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อากาศในฟุกุโอกะและซากะร้อนเกิน 30 องศาเซลเซียส มีผู้ป่วยฮีทสโตรกถูกหามส่งโรงพยาบาล 23 ราย ระหว่างวันที่ 4-10 พฤษภาคม เพิ่มขึ้น 16 รายจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
แหล่งที่มา
- KBC Kyushu Asahi Broadcasting – “謎の風邪”とSNSで話題に 1日100人が”風邪”を訴え来院
- KBC – 福岡県医師会「謎の風邪」は「ウイルスによる感染症」見解
- Yahoo! News Japan / TVQ九州放送 – 福岡で流行る「謎の風邪」 医師会が「ウイルス性の可能性高い」
- coki – ネットで話題沸騰の謎風邪 正体はヒトメタニューモウイルスか?
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข – ไวรัส HMPV คืออะไร?
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





