หนุ่มร้อง ถอดเพลงสรรเสริญฯ ในโรงหนัง ฝรั่งยืนเคารพ แต่คนไทยนั่งนิ่ง เพื่อรักษาพระเกียรติ

หนุ่มตั้งคำถามหลังคนไทยนั่งนิ่ง แต่ต่างชาติยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ ในโรงหนัง แนะผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเลิกเปิดในพื้นที่บันเทิง เพื่อรักษาพระเกียรติ ลดบรรยากาศอึดอัด-ความรู้สึกแบ่งแยกโดยไม่จำเป็น
โซเชียลแห่มุง กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหนังฉายทำให้ตนนั่งคิดอยู่นานกว่าเนื้อหาหนังที่จะมาดูเสียอีก เพราะเมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น ชาวต่างชาติหลายลุกขึ้นยืนเพื่อให้เกียรติประเทศเจ้าบ้าน แต่คนไทยจำนวนหนึ่งกลับนั่งนิ่ง ก้มดูโทรศัพท์ พูดคุยกันเหมือนสิ่งตรงหน้าไม่มีความหมาย ตนไม่ได้รู้สึกโกรธแต่สะเทือนใจกับภาพตรงหน้า
ตนมองว่าคนที่กำลังเคอะเขินที่สุดในโรงหนัง อาจไม่ใช่คนไทยที่นั่งอยู่ แต่คือชาวต่างชาติที่ให้เกียรติในสิ่งที่แม้แต่เจ้าของประเทศบางคนไม่ใส่ใจ
ด้วยเหตุนี้เองทำให้ตนเริ่มกลับมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่า บางที…ปัญหาอาจไม่ใช่ “คนรุ่นใหม่ไม่เคารพ” แต่อาจเป็นเพราะ “รูปแบบ” บางอย่าง กำลังไม่สอดคล้องกับบริบทของยุคสมัยอีกแล้ว เพราะโรงภาพยนตร์คือพื้นที่แห่งความบันเทิง การพักผ่อน และการหลีกหนีจากโลกความจริงชั่วคราว ส่วนเพลงสรรเสริญพระบารมี คือบทเพลงแห่งพระเกียรติยศสูงสุดของชาติ
บทเพลงที่ทรงคุณค่าและสูงส่งควรได้รับการบรรเลงในวาระที่สง่างาม สมพระเกียรติ และมีความหมายอย่างแท้จริง มากกว่าเป็นพิธีกรรมที่คนจำนวนหนึ่งทำไปโดยไม่รู้สึกอะไรหรืออีกจำนวนหนึ่งนั่งนิ่ง ๆ เพื่อแสดงออกเชิงต่อต้าน ซึ่งภาพของคนที่จงใจไม่ลุกขึ้นยืนถวายความเคารพในโรงภาพยนตร์ ไม่เคยทำให้พระเกียรติของพระมหากษัตริย์ลดลงเลย
แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือการปล่อยให้บทเพลงอันศักดิ์สิทธิ์ถูกดึงลงมาอยู่ท่ามกลางความอึดอัด ความแบ่งแยก และการต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ในชีวิตประจำวัน ตนเชื่อว่าความจงรักภักดีไม่ควรเกิดจากแรงกดดันทางสังคม แต่ควรเกิดจากหัวใจที่เคารพ
ด้วยความเคารพอย่างสูงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาถอดการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีออกจากโรงภาพยนตร์ ไม่ใช่เพื่อลดทอนคุณค่า แต่ตรงกันข้าม เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสง่างาม ความศักดิ์สิทธิ์ และพระเกียรติที่ควรอยู่เหนือกาลเวลา เหนือความขัดแย้ง และเหนืออารมณ์ต่อต้านของยุคสมัย
อย่างไรก็ดี ตนเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังคงมีความเคารพและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกัน สังคมและบริบทของยุคสมัยก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
จากประสบการณ์ส่วนตัวในโรงภาพยนตร์ช่วงที่ผ่านมาสังเกตเห็นว่าระหว่างการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี มีทั้งผู้ที่ลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพ และผู้ที่เลือกนั่งนิ่งด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางครั้งทำให้เกิดบรรยากาศที่รู้สึกอึดอัดและความรู้สึกแบ่งแยกโดยไม่จำเป็น
ตนจึงเห็นว่าอาจถึงเวลาที่สังคมไทยควรเปิดพื้นที่พูดคุยกันอย่างสุขุมว่าโรงภาพยนตร์ซึ่งเป็นสถานที่เพื่อความบันเทิงและการพักผ่อน ยังเหมาะสมกับการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่หรือไม่
เพราะบทเพลงอันทรงเกียรตินี้ ควรได้รับการบรรเลงในวาระที่สง่างาม สมพระเกียรติ และเปี่ยมด้วยความหมายอย่างแท้จริง
ความเคารพที่ยั่งยืน ควรเกิดจากความรู้สึกภายใน มากกว่าการปฏิบัติตามแรงกดดันของสังคม และพระเกียรติของพระเจ้าอยู่หัว ก็ควรอยู่เหนือความขัดแย้งทางความคิดของผู้คนในแต่ละยุคสมัย
ด้วยความเคารพอย่างสูง ผมจึงเห็นควรให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและเหมาะสม เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสง่างามของทั้งสถาบันและสังคมไทยในระยะยาว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สว.อลงกต เสนอออกกฎหมาย ไม่ยืนเพลง สรรเสริญพระบารมี ต้องโทษทั้งจำและปรับ
- จวกยับ ครูต่างชาติแฝงสอนศาสนา พระ-เณร ลั่น สรรเสริญพระเจ้า แบบงงๆ
- แจก ‘สคริปต์วันไหว้ครู’ พิธีกรกล่าวนำพิธี คำสรรเสริญ บทบูชาพระรัตนตรัย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



