ข่าวดาราบันเทิง

ปอนด์ กฤษดา น้ำตาคลอ รับใช้คำ-ท่าทางไม่เหมาะสม ติงเด็กพูดอังกฤษ ยันไม่ได้สร้างดรามาโปรโมตรายการ

ปอนด์ กฤษดา น้ำตาคลอ รับใช้คำ-ท่าทางไม่เหมาะสม ติงเด็กพูดอังกฤษ ยันไม่ได้สร้างดรามาโปรโมตรายการ เผยเสียดายโอกาสน้องและเสียความรู้สึก

จากกรณีคลิปดรามา ปอนด์ กฤษดา หนึ่งในคอมเมนเตเตอร์รายการ AF 2026 True Academy Fantasia : ปฏิบัติการล่าฝัน เรียลลิตี้ 24 ชั่วโมง ติงเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษของผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่งอย่างรุนแรง ว่าเหมือนเป็นการโชว์ออฟ จนน้องต้องขอถอนตัว และสละสิทธิ์ในการเข้าแข่งขัน กลายเป็นดรามาร้อนที่ชาวเน็ตหยิบขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดเมื่อช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา

ดราม่า กรรมการ AF ติงเด็กพูดอังกฤษดูโชว์ออฟ โซเชียลแห่ป้อง หวั่นทำลายความมั่นใจ

ล่าสุด 11 พฤษภาคม 2569 มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว 12 นักล่าฝัน : The Chosen 12 ณ centralwOrld ลาน EDEN ชั้น 1 ซึ่ง ปอนด์ กฤษดา ก็เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย พร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังเกิดเรื่องดรามาขึ้น โดยระบุว่า

“ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนทั้งผม ทั้งน้อง ทั้งคุณแม่ เล่าความจริงให้ทุกคนฟัง สัญญาว่าสิ่งที่จะได้ยินนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด คือน้องเฌนน์มาสมัครผ่านการออนไลน์ออดิชั่น แล้วเค้าก็ได้ fast track เข้ามาในรายการ อาจจะมีการเห็นฟุตเทจกันบ้าง แต่ต้องบอกว่าช่วงออดิชั่น ไม่มีการถ่ายทอดทั้งหมด มีแค่บางจุด และพอคนที่ได้ Fast track เข้ามา จะมีโอกาสได้มาพูดคุยขอคำแนะนำกับผมกับโอม ซึ่งมีเวลา 5 นาทีนะครับ ใน 5 นาทีนั้นก็มีโอมพูดไปประมาณนึงแล้ว ก็เหลือเวลานิดนึงให้ผมพูด

ซึ่งผมยอมรับว่าผมไม่เคยทำหน้าที่คอมเมนต์เตเตอร์ ในรายการนี้ผมมาเป็นผู้สร้างอยู่เบื้องหลัง แต่ผมเข้าใจว่าสิ่งนั้นทางรายการต้องการให้เราแนะนำเลย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้น้องทำโชว์สุดท้ายได้ดีมากๆ ซึ่งเราเห็นศักยภาพเขา เอาง่าย ๆ ว่ามันเกิดจากประสบการณ์ของเราเนาะ เราก็เลยรู้ว่ามันมีข้อจำกัดนะถ้าเราพูดไทยคำอังกฤษคำ เราก็เลยบอกเขาไป แต่วิธีการบอกของเรา เราคงคิดว่ามันเป็นพี่คุยกับน้อง บรรยากาศมันเป็นอย่างนั้น

ผมกลับมาย้อนดูก็ไม่น่าใช้คำแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วหลังจากนั้น คือเรื่องจริงคือน้องเขารับข้อมูลทั้งหมด แล้วเขาก็เปิดรับ และเขาก็รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาเลย เพราะหลังจากนั้นผมก็เดินไปคุยกับเขาต่อ ซึ่งก็เป็นจังหวะที่กล้องไม่ได้ตามแล้ว เราก็คุยและก็อธิบายในจุดอื่น ๆ

วันที่ผมเห็นคลิป ผมต้องบอกก่อนว่าหน้าที่ผมในรายการนี้คือดูแลฝั่งรายการ กับฝั่งปั้นศิลปิน เพื่อให้รายการสนุกและศิลปินไปต่อได้ ผมไม่ได้ดูแลฝั่งสื่อสังคมออนไลน์ของรายการ ผมไม่รู้เรื่องเลย

ซึ่งเรามีการพูดคุยกันบ้าง ก่อนจะไปถึงที่คลิปออกมา ผมต้องบอกก่อนว่าเฌนน์ในวันนั้น ถ้าใครได้ไปดูรอบไฟนอลออดิชั่น น้องทำได้ดีมากจริง ๆ เขาทิ้งความเจ็บปวดของเขา คือเค้าไม่สบายเนาะ กับความตื่นเต้นความกดดันของเขาออกไปหมดเลย ผมกับเขาเดินจับมือกัน มองตากันมีความสุขมาก นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

ถ้าอยากจะรู้ว่าจริงขนาดไหนให้ดูว่าหลังจากวันนั้น คือคลิปที่เห็นมันผ่านมาอาทิตย์กว่าถึงมาออก หลังจากวันนั้นเฌนน์เขาไลฟ์ตลอดเลย เขาไลฟ์ว่าถ้าเขามีโอกาสได้เข้าบ้าน โชว์แรกเขาจะใช้เพลงอะไร เขามีความสุขขนาดไหน เพราะเขามีความรู้สึกที่บวกกับสิ่งที่ผมกับโอมแนะนำไป แล้วเขาก็ได้เห็นผลงานเขาที่ออกมาดี

จนอยู่ดี ๆ ผ่านมา ก็จะเห็นว่าเขาได้ไลฟ์กับเพื่อน ๆ นักล่าฝันหลาย ๆ คน อยู่ดี ๆ ผ่านมาคลิปตัวนั้น ผมก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะเอาคลิปตัวนั้นมาโปรโมต ผมไม่รู้ ผมก็เห็นแค่หัวว่ารักษาความเป็นเด็กไว้ เพราะเป็นสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเขา ผมก็กดแชร์เลยโดยที่ไม่รู้เรื่อง เพราะผมไม่มีการระวังเรื่องนี้ พอออกมาปุ๊บผมยอมรับว่าผมตกใจมาก ผมก็บอกไปทางทีมว่า ผมรู้สึกว่าอันนี้เราไม่น่าจะเอามาใช้นะ ผมก็รู้สึกว่ามันก็ค่อนข้างกังวลเหมือนกัน แล้วตอนนั้นผมก็รู้แล้วว่าเราโดนแน่ แต่ในมุมหนึ่งถ้ามันโดน เราเป็นส่วนหนึ่งในความจริงตรงนั้นก็ยอมรับ แต่จริง ๆ มันควรจะมีการอธิบายต่อว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง แล้วเรื่องมันก็ไปไกลมาก ผมว่าหลาย ๆ คนก็เห็น

เอาง่าย ๆ ผมก็ไม่เคยโดนถ่ายเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต จนคนก็เป็นห่วงไปหมด ผมก็เป็นห่วงตัวเองนะ แต่ผมก็พยายามมองในภาพรวมว่า ถ้าผมออกมาพูดก่อนหน้านี้มันจะกระทบใครบ้าง พยายามอดทน ผมอ่านทุกคอมเมนต์เพื่อมาเป็นบทเรียนทั้งตัวเองและตัวรายการ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ตัดเขามีวิธีคิดยังไง เราจะได้พูดคุยกับเขาในขั้นตอนต่อไป แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้คุยเลย”

ปอนด์ กฤษดา รับใช้คำ-ท่าทางไม่เหมาะสม ติงเด็กพูดอังกฤษ ยันไม่ได้สร้างดรามาโปรโมตรายการ-1

ต่อมานักข่าวถามว่าในคำวิจารณ์มันมีทั้งบวกและลบเราเลือกที่จะแบ่งออกอะไรยังไงบ้าง ทำยังไงบ้าง ทางด้าน ปอนด์ กฤษดา เผยว่า

“ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นผมรอที่จะเจอ คือผมมีความเป็นห่วงน้อง ต้องบอกก่อนว่าเราเลี้ยงน้องมา เราเข้าใจว่าเด็กต้องการความรู้สึกแบบไหน เด็กเขาต้องการให้คนสนใจในผลงานของเขา เพราะเค้าเป็นเด็กมีของ แต่สุดท้ายเขาไปถูกสนใจผ่านเรื่องราวดราม่า ก่อนรายการจะมาถึงวันนี้ด้วยซ้ำ เราต้องมองในจุดนี้

ผมก็เริ่มเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ตัวผมเองก็ช็อกด้วย แล้วก็ไม่เห็นน้องเค้ามาไลฟ์อะไรสนุกเหมือนเดิม คือผมตามดู เพราะเขากดติดตามผมตั้งแต่วันออดิชั่นวันนั้น แต่เราก็ไม่สามารถติดตามกลับหรือพูดคุยอะไรกับใครส่วนตัวได้ เพราะเราเป็นทีมบริหารรายการก็ต้องเว้นระยะ แต่พอยังจากวันนั้น พอเราเห็นเรารู้ว่ามันผิดปกติแน่เลย เค้าจะรับไหวไหม ต่อให้ส่วนมากคนจะด่าผม แต่เรารู้ว่าความสัมพันธ์เราเป็นยังไง เขาจะโอเคไหม จนผมก็ได้รับข่าวซึ่งมันเป็นเช้าของอีกวันนึง ได้รับข่าวว่าน้องเขาขอถอนตัว ขอสละสิทธิ์ ผมตกใจ แล้วผมมั่นใจว่าเหตุผลที่เขาขอสละสิทธิ์น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับผมที่ผ่านมาทั้งหมดว่าทำไมเราถึงไปอยู่ในดราม่านั้น ทั้งที่เรื่องราวทั้งหมดมีดีกว่านั้นเยอะ เพราะอะไร

ผมก็เลยขอเบอร์จากทีมงาน อยากให้รอผมแป๊บนึง อยากจะโทรไปคุยกับคุณแม่กับน้อง ซึ่งกว่าจะได้เบอร์ก็เย็นแล้ว ผมก็เลยรีบโทรไปเลย คำถามแรกเค้าก็อยากรู้แหละว่าพี่ปอนด์โพสต์หรือเปล่า เพราะเขาน่าจะตกใจไหม ผมก็บอกเขาตรง ๆ ว่าไม่รู้เรื่องเหมือนกัน พี่เองก็ตกใจเหมือนกัน แต่พี่เองไม่สามารถขยับตัวอะไรมาก เพราะตอนนั้นกระแสสังคม ใครเห็นก็ต้องว่า ว่าถ้าแบบนี้ไม่ถูกพูดจาอะไร

ซึ่งผมยอมรับว่าสิ่งนี้เราต้องปรับปรุง เราต้องฝึกทักษะการสื่อสารให้ดี ก็มีการพูดคุยกับน้อง ซึ่งทางฝั่งน้องกับคุณแม่ก็เข้าใจ ก็เลยพยายามจะคุยกับทางรายการว่าให้ยกเลิกการถอนตัว แต่ผมก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของรายการ ผมไม่ใช่ทั้งหมดของรายการ เค้ามีระบบขั้นตอนเอกสาร เราก็พยายามติดต่อจนได้รับข้อมูลว่าไม่ทันแล้ว

ผมในฐานะผู้สร้างมุมนึงผมเข้าใจระบบ แต่ในฐานะที่เอ็นดูน้องผมเสียใจมากเหมือนกัน แต่กลายเป็นเขาที่เข้าใจโลก และบอกว่าโอเคผมยอมรับ แล้วผมจะหาทางไปต่อการเป็นศิลปินต่อไป ทุกอย่างที่พูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ถ้าสมมติว่าหลายคนคิดว่านี่คือการสร้างดราม่าผมบอกเลยว่าไม่ใช่เลย แม้กระทั่งทางทรูก็ไม่อยากได้ดราม่าแบบนี้ มันหมดยุคแล้วที่จะมาทำอะไรแบบนี้ ผมว่าไม่ใช่ แต่ถ้าเราต้องไปนั่งหาคนผิดว่าคนตัดเป็นใคร ผมก็รู้สึกว่าเขาคงคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะรุนแรงขนาดนี้ วันนี้ก็นั่งคุยกันกับทีมทุกคนก็จะใช้อันนี้เป็นบทเรียนที่จะต้องระวังมากขึ้น เพราะต่อไปคือ 24 ชั่วโมง ไม่มีสคริปต์ แปลว่าอะไรก็สามารถออกไปได้”

ปอนด์ กฤษดา ยืนยันว่าตนไม่รู้เรื่องคลิปดราม่าที่ถูกปล่อยออกไปเพื่อโปรโมต “ไม่รู้จริง ๆ สาบานเลย ถามหน่อยว่าสมมุติว่าเป็นใครก็ตามก็คงไม่อยากเห็นคลิปแบบนี้ออกมา คือผมสีหน้าท่าทางมันผิดไปหมดเท่าช่วงนั้นมา แต่ผมก็รู้สึกว่าเราต้องปรับปรุงนะ แต่ยอมรับว่าตอนนั้นคิดไม่ทันจริง ๆ ครับ แต่น้องเขาด้วยความที่เขาเป็นเด็กเปิดเขาไม่เทคอะไรแย่เลยนะ”

ปอนด์ กฤษดา รับใช้คำ-ท่าทางไม่เหมาะสม ติงเด็กพูดอังกฤษ ยันไม่ได้สร้างดรามาโปรโมตรายการ-2

นักข่าวถาม ปอนด์ ต่อว่า ตอนรู้ว่าน้องจะขอสละสิทธิ์ ทางเอเอฟให้เหตุผลอะไรหรือไม่ว่าทำไมน้องกลับมาไม่ได้?

ปอนด์ กฤษดา ตอบเรื่องนี้ว่า “คือเขามีระบบการประชุมหลายคน กรรมการเขามีหลายท่านมาก ผมเป็นแค่ส่วนนึง และเอกสารมันถูกยื่นไปล่วงหน้า 1 วัน กว่าผมจะได้คุยมันก็เย็นอีกวันหนึ่ง มันก็อาจจะเลทไปนิดนึง และระหว่างที่ผมกำลังคุยกับน้องอยู่ ผมบอกทีมงานว่าอย่าเพิ่งโพสต์นะครับเรื่องการถอน ผมกับน้องและคุณแม่ก็เห็นเวลาเดียวกัน ผมก็เข้าใจว่ามันคงมีกฎระเบียบของเขา คือรายการเขาอยู่มานาน ซึ่งผมเข้าไปก้าวล่วงไม่ได้ แต่ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ แต่พอไปพูดมันไม่ได้มีผมคนเดียวมันมีหลายท่าน แล้วเพราะเอกสารมันเซ็นไปแล้วก็ต้องจัดการให้มันเป็นต่อไปอย่างนั้น”

ด้านนักข่าวย้อนกลับไปถามเรื่องที่คุยกับน้องต่อในวันนั้นหลังจากกล้องไม่ได้ถ่าย มีการพูดคุยอะไรกันบ้างหรือไม่ ปอนด์ กล่าวว่า “คุยครับ ผมก็ให้กำลังใจเขา แล้วบอกว่าให้เป็นธรรมชาติเลยสิ่งที่พูด อย่างที่บอกว่าผมเคยเห็นสิ่งพวกนี้ถ้าเราพูดภาษาอังกฤษชัดโอเคดีเลยพูดไปเลย แต่เวลาฝึกพูดภาษาไทยขอภาษาไทยล้วน ๆ แต่ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรค่อย ๆ นะ แต่อันนี้เป็นเรื่องที่เราคุยกันต่อเพราะเราได้รับรู้แล้ว”

นักข่าวถามต่อว่า แสดงว่าน้องก็ไม่ได้ติดใจอะไร? กับคำที่เราใช้ในวันนั้นและสิ่งที่เกิดขึ้น

ปอนด์ เผยว่า “อันนี้เค้าบอกว่าเขาไม่รู้สึกอะไรนะ ผมก็พูดว่าความสัมพันธ์กักของน้องกับผมมันดีมาก ๆ จนเราประทับใจเขามาก ๆ และเค้าประทับใจเรามาก ๆ จนถึงวันที่คลิปออกมาเค้าเลยเสียใจไงครับ เขาเลยคิดว่านี่คือเรียลลิตี้หรอ หรือพี่เป็นคนพลิกไปพลิกมา เอาเรื่องแบบนี้มาทำให้มันไวรัลเอาง่าย ๆ”

นักข่าวยิงคำถามต่อว่าแสดงว่าคลิปนั้นทำลายทั้งน้องและพี่ปอนด์มาก ๆ เลยใช่ไหม

ปอนด์ กฤษดา ยอมรับตรง ๆ ว่า “ทำลายมา กๆ และทำลายรายการด้วย”

เมื่อนักข่าวถามว่า หลายคนมองว่าเป็นการโปรโมตหรือเปล่า เพราะคลิปถ่ายเอาไว้ตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจะนำออกมาโพสต์ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศ

ปอนด์ กฤษดา ตอบประเด็นนี้ว่า “ผมก็ถามคำถามนี้เหมือนกัน ผมทำงานตรงนี้ผมไม่เคยใช้วิธีแบบนี้เลยนะ เพราะผมรู้สึกว่าไม่สร้างสรรค์ แล้ววันนี้ผมได้คุยกับทีมบริหารไม่มีใครรู้สึกว่า การทำสิ่งให้มันเป็นดราม่าแบบนี้มันคือสิ่งที่สร้างสรรค์ ผมก็ไม่อยากไปตามล่าแล้วแหละ แต่เค้าก็คงคิดไม่ถึง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

GIFT T.

Rewriter สาวจากรั้วสวนดุสิต เก็บเกี่ยวประสบการณ์งานข่าวมากว่า 5 ปี ชื่นชอบการส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์ หวย และข่าวบันเทิง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้นักอ่านได้เห็นประเด็นรอบด้านมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button