ลิฟท์สกรูคืออะไร ทำไมถึงเป็นลิฟท์ที่ประหยัดพื้นที่ และมีความปลอดภัยสูง
ลิฟท์สกรู (Screw-driven Lift) คือ ลิฟท์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเกลียวสกรูและน็อต ทำให้ลิฟท์เคลื่อนที่ขึ้นลงได้โดยไม่ใช้สายสลิงและไม่ใช้ระบบไฮโดรลิค
จุดเด่นคือ ไม่ต้องขุดบ่อลิฟท์ (Lift Pit) ไม่ต้องมีห้องเครื่องลิฟท์ (Machine Room) ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย ติดตั้งง่าย และมีความปลอดภัยสูง เหมาะกับบ้านพักอาศัย ทาวน์โฮม อาคารขนาดเล็ก และบ้านที่มีผู้สูงอายุ และในบทความนี้ต้องขอบคุณข้อมูลจาก Cibes Lift ผู้นำด้านลิฟท์บ้านและลิฟท์ขนาดเล็กในประเทศไทย ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญของลิฟท์บ้านระบบสกรู เนื่องจาก Cibes Lift เปิดมาตั้งแต่ปี 2490 ประสบการณ์กว่า 79 ปี ที่ผลิตและจำหน่ายลิฟท์ระบบสกรู รวมถึงขยายสาขามาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 นับว่าเป็น 10 ปีในไทยที่ทั้งรู้จักตลาดและลูกค้าในไทยเป็นอย่างดี
ลิฟท์สกรูคืออะไร
ลิฟท์สกรู (Screw-driven Lift) คือ ลิฟท์ที่ใช้หลักการหมุนของสกรูเพื่อยกตัวลิฟท์ขึ้น-ลง โดยมีน็อตเป็นตัวขับเคลื่อนให้แพลตฟอร์มหรือห้องโดยสารเคลื่อนที่ไปตามแนวสกรู ตัวลิฟท์จะเคลื่อนที่ขึ้น-ลงไปตามแนวเกลียวอย่างนุ่มนวล ปลอดภัย ลิฟท์ระบบสกรูนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการตกของลิฟท์ เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านพักอาศัยโดยเฉพาะ
ลิฟท์ประเภทนี้มักถูกใช้ในรูปแบบลิฟท์แบบแพลตฟอร์ม (Platform Lift) หรือ ลิฟท์แบบตู้โดยสาร (Cabin Lift) สำหรับบ้านพักอาศัย ซึ่งเน้นความปลอดภัย ใช้งานง่าย โครงสร้างของลิฟท์มีความกะทัดรัดและใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า สามารถติดตั้งในบ้านได้โดยไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคาร
ทำไมลิฟท์สกรูจึงเป็นลิฟท์ที่ประหยัดพื้นที่

เวลาพูดถึงการประหยัดพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ขนาดกว้างคูณยาวตรงพื้นที่ติดตั้งเท่านั้น แต่ยังหมายถึงประหยัดพื้นที่ชั้นบนสุดของบ้าน กับการไม่ต้องเจาะพื้นบ้านเพื่อติดตั้งบัฟเฟอร์สำหรับลิฟท์สลิง หรือ ถังไฮโดรลิค (Fluid Tank) สำหรับลิฟท์ไฮโดรลิค ซึ่งตามภาพเป็นข้อมูลพื้นที่โดยประมาณ
- ลิฟท์ระบบสกรู (ลิฟท์ทางซ้ายสุด): จะเห็นได้ว่าใช้พื้นที่น้อยมาก เช่น
- ขนาดบ่อลิฟท์: เซาะพื้น 50 mm เพื่อให้ลิฟท์เสมอกับพื้น หรือ 0 mm กรณีติดทางลาด
- ระยะพื้นถึงฝ้าเพดาน: 2350 mm
- ลิฟท์ระบบไฮโดรลิค (ลิฟท์ตรงกลาง)
- ขนาดบ่อลิฟท์: 1400 mm เพื่อติดตั้งถังไฮโดรลิค
- ระยะพื้นถึงฝ้าเพดาน: 3400 mm
- ลิฟท์ระบบสลิง (ลิฟท์ทางขวาสุด)
- ขนาดบ่อลิฟท์: 1400 mm เพื่อติดตั้งบัฟเฟอร์ลิฟท์
- ระยะพื้นถึงฝ้าเพดาน: 3400 mm และยังไม่รวมห้องเครื่องลิฟท์ที่ต้องติดตั้งมอเตอร์เช่นกัน
เพราะปัญหาหลักที่สถาปนิกและเจ้าของบ้านมักพบเจอเมื่อต้องการติดตั้งลิฟท์ในบ้านพักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ที่มีพื้นที่จำกัด คือ ข้อกำหนดด้านโครงสร้างของลิฟท์ระบบเดิมทั้งแบบไฮโดรลิคและแบบสลิง ที่ต้องอาศัย “บ่อลิฟท์” และ “ห้องเครื่อง” ซึ่งมักจะกระทบกับโครงสร้างหลักของอาคาร แต่เทคโนโลยีลิฟท์ระบบสกรูได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการดังนี้
1. นวัตกรรมลิฟท์แบบไม่มีห้องเครื่อง (Machine Room-Less: MRL)
ลิฟท์ระบบดั้งเดิมจำเป็นต้องมีห้องเครื่องขนาดใหญ่ไว้ที่ชั้นบนสุดหรือด้านข้างเพื่อเก็บมอเตอร์ ตู้คอนโทรล และรอกสลิง ซึ่งทำให้เจ้าของบ้านต้องเสียพื้นที่ใช้สอย หรือต้องออกแบบหลังคาให้สูงขึ้นจนเสียทัศนียภาพ
ส่วนลิฟท์สกรู ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดรวมถึงมอเตอร์และแผงควบคุม จะถูกติดตั้งไว้ภายในปล่องลิฟท์ (Lift Shaft) การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน แต่ยังช่วยลดความยุ่งยากในการก่อสร้างส่วนต่อเติมชั้นบนอีกด้วย
2. การติดตั้งแบบไม่ต้องขุดบ่อลิฟท์ (Pitless Lift)
การขุดบ่อลิฟท์ในบ้านที่สร้างเสร็จแล้วเป็นเรื่องอันตรายและซับซ้อน เพราะอาจกระทบต่อคานคอดิน ระบบท่อน้ำ หรือเสาเข็มของบ้าน
ลิฟท์ระบบสกรูต้องการพื้นที่ด้านล่างเพียง 5-12 เซนติเมตร เท่านั้น ซึ่งความลึกระดับนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงการสกัดพื้นผิวเดิมลงไปเล็กน้อย หรือในกรณีที่ไม่สามารถขุดได้เลย ก็สามารถติดตั้งลิฟท์วางบนพื้นชั้นล่างสุดได้ทันที แล้วใช้ทางลาดขนาดเล็กช่วยในการเข็นรถเข็นเข้าสู่ตัวลิฟท์ได้อย่างสะดวกสบาย
3. ดีไซน์ประหยัดพื้นที่ (Space-Saving Design)
ลิฟท์ระบบสกรูมีสัดส่วนขนาดพื้นที่ห้องโดยสาร หรือขนาดพื้นที่ใช้งานจริงภายในลิฟท์ (Platform Size) ต่อพื้นที่ติดตั้งทั้งหมดที่สูงมาก ทำให้สามารถติดตั้งลิฟท์ในพื้นที่จำกัด เช่น ช่องว่างกลางบันไดบ้าน หรือมุมเล็ก ๆ ของบ้านได้
ทำไมลิฟท์ระบบสกรูถึงเป็นลิฟท์ที่มีความปลอดภัยสูง
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของลิฟท์ทุกประเภท โดยเฉพาะลิฟท์ที่ใช้งานภายในบ้าน ซึ่งต้องรองรับการใช้งานของคนทุกวัยในครอบครัว ลิฟท์สกรูจึงถูกออกแบบโดยคำนึงถึงหลักความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งในด้านระบบขับเคลื่อน โครงสร้างลิฟท์ และระบบความปลอดภัยหลายชั้น
1. มาตรฐานความปลอดภัยลิฟท์ยุโรป EN 81-41
ลิฟท์บ้านประเภท Platform Lift ในยุโรปต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยลิฟท์ยุโรป (EN 81-41:2015) by Liftinstituut เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่สำคัญของกระบวนการผลิตลิฟท์ยุโรปสำหรับบ้านโดยเฉพาะ และเป็นมาตรฐานที่ได้รับการนิยมในการตรวจสอบในแถบประเทศยุโรปอีกด้วย มีลักษณะใกล้เคียงกับมาตรฐาน ASME 17.1 ของแถบประเทศสหรัฐอเมริกา
มาตรฐาน EN 81-41 ครอบคลุมอะไรบ้าง
- ความปลอดภัยของโครงสร้างลิฟท์
- ระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม
- ระบบประตูและระบบล็อก
- ระบบความปลอดภัยกรณีฉุกเฉิน
- การติดตั้ง และการทดสอบก่อนใช้งาน
การเลือกลิฟท์ที่ได้มาตรฐาน EN 81-41 จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับลิฟท์บ้านโดยเฉพาะ ไม่ใช่ลิฟท์อาคารสูง
2. ระบบแบตเตอรี่สำรอง (Battery Backup)
ในกรณีไฟฟ้าดับ ระบบแบตเตอรี่สำรองจะทำให้ลิฟท์สามารถเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างที่ใกล้ที่สุด และเปิดประตูให้ผู้โดยสารออกจากลิฟท์ได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการติดค้างภายในลิฟท์
3. ระบบความปลอดภัยภายในห้องโดยสารของลิฟท์ (Safety Device)
ลิฟท์ระบบสกรูมีหลายแบรนด์แต่แบรนด์ที่เรายกตัวอย่างความปลอดภัยมาคือ แบรนด์ผู้นำด้านลิฟท์บ้านอย่าง Cibes Lift ซึ่งมีระบบความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารอย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น
- Safety Edge ระบบความปลอดภัยของลิฟท์แพลตฟอร์มที่เมื่อมีการเหยียบบริเวณขอบของห้องโดยสารลิฟท์ ลิฟท์จะหยุดทันที
- Safety Light Curtain ระบบจับเคลื่อนไหวด้วยแสง บริเวณประตูลิฟท์สำหรับลิฟท์แบบห้องโดยสาร (Cabin Lift)
- Safety Bar ระบบความปลอดภัยบริเวณแผงควบคุมของลิฟท์แบบแพลตฟอร์ม
- Emergency Button ปุ่มหยุดลิฟท์ฉุกเฉิน สำหรับเกิดเหตุภายในลิฟท์
- Emergency Dial-phone โทรศัพท์ฉุกเฉิน สามารถโทรออกไปยังข้างนอกลิฟท์ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ โดยเราจะมีทีมงาน After Service บริการ 24 ชั่วโมงทุกวัน
ระบบเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการใช้งาน โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง
4. ระบบป้องกันน้ำท่วมลิฟท์ (Flood Sensor)
ลิฟท์บ้านในไทย เช่น ลิฟท์บ้าน Cibes มี Flood Sensor ตรวจจับปริมาณน้ำในบริเวณชั้นล่างของลิฟท์ หากเกิดน้ำท่วมถึงความสูงที่กำหนด (สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ [EP1] CIBES TALK – ทำไมลิฟท์แพง? น้ำท่วมลิฟท์? รับเตรียมหน้างานไหม? ทำไมต้องลิฟท์สวีเดน?) ระบบจะไม่ให้ลิฟท์วิ่งลงไปยังชั้นที่มีน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานยิ่งขึ้น เทคโนโลยีนี้เหมาะกับบ้านในประเทศไทยมาก เนื่องจากบางพื้นที่อาจมีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมหรือน้ำรั่วภายในบ้าน
5. ไม่มีสายสลิง
ลิฟท์สกรูเป็นลิฟท์ที่ ไม่มีสายสลิง และไม่มีลูกตุ้มถ่วงน้ำหนัก ทำให้ลดความเสี่ยงจากการขาดของสลิง ซึ่งเป็นหนึ่งในความกังวลของผู้ใช้งานลิฟท์แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ การไม่มีสายสลิงยังช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องบำรุงรักษา ทำให้ค่าบำรุงรักษาในระยะยาวต่ำกว่า และลดโอกาสการสึกหรอของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบสลิง
6. ไม่มีน้ำมันไฮดรอลิก ลดความเสี่ยงการรั่วซึม
ลิฟท์สกรูทำงานด้วยระบบกลไกสกรูและมอเตอร์ไฟฟ้า จึง ไม่ต้องใช้น้ำมันไฮดรอลิก ในการขับเคลื่อนลิฟท์เหมือนลิฟท์ไฮดรอลิก ซึ่งข้อดีของลิฟท์ระบบสกรูคือ
- ไม่มีความเสี่ยงจากน้ำมันรั่ว
- ลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัย
- ไม่มีกลิ่นน้ำมัน
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ลดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
จึงเหมาะกับการติดตั้งภายในบ้านพักอาศัย ที่ต้องการทั้งความปลอดภัยและความสะอาดของพื้นที่ภายในบ้าน
ลิฟท์สกรูเหมาะกับใครบ้าง
การตัดสินใจติดตั้งลิฟท์ในบ้านหรืออาคารไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวกสบาย แต่คือการวางแผนเพื่ออนาคต ลิฟท์ระบบสกรูจึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและดีไซน์ที่ลงตัว
1. ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็น
เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การทำให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้จึงเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งลิฟท์สกรูคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงวัย เช่น
- ความนุ่มนวลในการเคลื่อนที่: ระบบสกรูให้การเริ่มต้นและหยุดที่นุ่มนวล ลดแรงกระแทกที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ
- อิสระในการใช้ชีวิต: ช่วยให้ผู้ใช้รถเข็น Wheelchair สามารถเคลื่อนที่ระหว่างชั้นได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เพิ่มความภูมิใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- ความปลอดภัยที่ไร้กังวล: ด้วยระบบเซนเซอร์นิรภัยรอบแพลตฟอร์ม และระบบช่วยเหลือฉุกเฉินที่ใช้งานง่าย ทำให้การอยู่บ้านเพียงลำพังไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป
2. เจ้าของบ้านพักอาศัยตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป แต่ไม่เกิน 8 ชั้น
สำหรับบ้านที่มีหลายชั้น การเดินขึ้น-ลงบันไดวันละหลายรอบอาจสะสมความเหนื่อยล้าและก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะในบ้านที่จัดพื้นที่ใช้สอยชั้นบนเป็นห้องนอนหลักหรือห้องทำงาน ซึ่งลิฟท์แบบสกรูมีเหมาะสำหรับเจ้าของบ้านด้วย 2 เหตุผลหลัก ๆ คือ
- ช่วยเรื่องการขนย้ายของ: เนื่องจากลิฟท์สกรูช่วยให้การขนย้ายสิ่งของหนัก ๆ เช่น ตะกร้าผ้า กระเป๋าเดินทาง หรือของใช้ในบ้าน เป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
- ติดตั้งง่ายโดยเฉพาะตอนรีโนเวทบ้าน: สำหรับบ้านเก่าที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับลิฟท์มาตั้งแต่ต้น ลิฟท์สกรูคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เพราะสามารถติดตั้งได้โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างฐานรากเดิมของบ้าน ซึ่งลิฟท์ของ Cibes นั้นสามารถติดตั้งได้สูงสุด 8 ชั้น (สำหรับบ้านที่มีความสูงไม่เกิน 20 เมตร)
3. สถาปนิก ดีไซเนอร์ และผู้รับเหมาก่อสร้าง
ในมุมมองของมืออาชีพด้านการออกแบบ ลิฟท์สกรูเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกที่ช่วยเสริมความโดดเด่นให้อาคาร เนื่องจาก
- ลิฟท์สกรูให้อิสระในการออกแบบ: เนื่องจากไม่ต้องมีห้องเครื่องและบ่อลิฟท์ สถาปนิกจึงสามารถวางตำแหน่งลิฟท์ไว้ที่ใดก็ได้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลางโถงบันได หรือแม้แต่พื้นที่นอกอาคารที่เป็นกระจกใส
- ลิฟท์สกรูสามารถมีสไตล์ที่ปรับแต่งได้: สามารถเลือกสีปล่องลิฟท์ รวมถึงการเลือกวัสดุตกแต่งผนัง พื้น และแสงไฟ เพื่อให้กลมกลืนกับสไตล์ Interior ได้อย่างลงตัว
- ลิฟท์ระบบสกรูลดความยุ่งยากในงานก่อสร้าง: ผู้รับเหมาไม่ต้องกังวลเรื่องการเตรียมบ่อลิฟท์ที่ต้องกันซึมอย่างดี หรือการทำคานรับน้ำหนักขนาดใหญ่ ช่วยลดระยะเวลาและงบประมาณในการก่อสร้าง
4. อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก
ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเสริมความงาม, สำนักงานบริษัท, โชว์รูมสินค้าพรีเมียม หรือร้านอาหารที่มีหลายชั้น การติดตั้งลิฟท์สกรูช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้ดังนี้
- ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: การมีลิฟท์ที่สวยงามและใช้งานง่ายช่วยสร้างความประทับใจ และความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ
- มาตรฐานอาคารสาธารณะ: ช่วยให้อาคารผ่านเกณฑ์มาตรฐานการเข้าถึงของผู้พิการและผู้สูงอายุ ตามกฎหมายอาคารพาณิชย์โดยไม่ต้องเสียพื้นที่ขายจำนวนมากไปกับทางลาดที่ยาวเกินไป
- การบำรุงรักษาต่ำ: ในเชิงธุรกิจ ความทนทานเป็นสิ่งสำคัญ ลิฟท์สกรูมีรอบการบำรุงรักษาที่ไม่บ่อยนัก ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอุปสรรค
5. ผู้นำเทรนด์ Smart Living
สำหรับกลุ่มเจ้าของบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตในระยะยาว ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการขึ้น-ลงระหว่างชั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Smart Living ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างลงตัว ยกตัวอย่างเช่น ลิฟท์สกรูจาก Cibes นั้นเป็นผู้นำนวัตกรรมหลายรูปแบบ เช่น
- เทคโนโลยี EcoSilent: ระบบขับเคลื่อนสกรูที่พัฒนาให้ทำงานได้อย่างเงียบ นุ่มนวล และประหยัดพลังงาน ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวบสนิทและประหยัดพลังงานระดับ Energy Label A ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดบ้านประหยัดพลังงาน (Eco-Friendly Home)
- Digital Connectivity: ลิฟท์บ้านรุ่นใหม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบสถานะการทำงานของลิฟท์ การแจ้งเตือนการบำรุงรักษา
- นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน: ลิฟท์บ้านเป็นการลงทุนระยะยาว เทคโนโลยีลิฟท์สกรูถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 30 ปี พร้อมการบำรุงรักษาที่ไม่ซับซ้อน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และตอบโจทย์เจ้าของบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตในอนาคต
ข้อดีของลิฟท์ระบบสกรูเมื่อเทียบกับความต้องการของบ้านยุคใหม่
บ้านยุคใหม่ในประเทศไทยมีแนวโน้มออกแบบเป็นบ้านแนวตั้งมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินในเมืองสูงขึ้น พื้นที่ใช้สอยมีจำกัด และหลายครอบครัวมีการอยู่อาศัยแบบหลายเจเนอเรชัน ทำให้การติดตั้งลิฟท์บ้านกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบบ้าน สอดคล้องกับมุมมองของคุณสคราญทิพย์ พึ่งทอง Country Manager ของ Cibes Lift Thailand ที่กล่าวว่า “ลิฟท์บ้านระบบสกรูกำลังกลายเป็นตัวเลือกหลักของบ้านยุคใหม่ เพราะตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย ฟังก์ชันการใช้งาน ดีไซน์ที่หลากหลาย และความยืดหยุ่นในการติดตั้ง แม้ในพื้นที่จำกัด”
ลิฟท์สกรูตอบโจทย์ความต้องการของบ้านยุคใหม่อย่างไร
| ความต้องการของบ้านยุคใหม่ | ลิฟท์สกรูตอบโจทย์อย่างไร |
|---|---|
| บ้านพื้นที่จำกัดแต่อยากติดลิฟท์ | บ้านยุคใหม่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะในเมือง การเลือกลิฟท์ที่ใช้พื้นที่น้อยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ลิฟท์สกรูใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย เริ่มต้นประมาณ 1 ตารางเมตรเท่านั้น จึงสามารถติดตั้งได้แม้ในบ้านขนาดเล็ก |
| บ้านสร้างเสร็จแล้วแต่อยากติดลิฟท์ | ติดตั้งเพิ่มได้ บ้านหลายหลังไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับลิฟท์ตั้งแต่แรก ลิฟท์สกรูมีน้ำหนักโครงสร้างไม่สูง และไม่ต้องขุดบ่อ จึงไม่กระทบโครงสร้างหลักของบ้านมาก ทำให้วิศวกรสามารถออกแบบการติดตั้งได้ง่าย |
| ต้องการลิฟท์ความปลอดภัยสูง | ลิฟท์ไม่ตกเมื่อไฟดับ และมีระบบความปลอดภัยหลายชั้น |
| ระยะเวลาติดตั้งไว | ใช้เวลาติดตั้งลิฟท์บ้านค่อนข้างสั้น ประมาณ 7-14 วัน (ขึ้นอยู่กับหน้างานและความสูงของอาคาร) ไม่รบกวนการอยู่อาศัยของเจ้าของบ้านมาก |
| ดีไซน์สามารถปรับแต่งให้สไตล์เข้ากลมกลืนกับบ้านได้ | ลิฟท์สกรูมักมาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัย สามารถปรับแต่งส่วนประกอบต่าง ๆ ของลิฟท์ เช่น ผนัง พื้น สีปล่องลิฟท์ ให้เข้ากับสไตล์ของบ้านได้อย่างลงตัว |
| ลิฟท์ที่ประหยัดพลังงาน | ใช้ไฟบ้านทั่วไปได้ และใช้พลังงานน้อย เริ่มต้นเพียง 30 สตางค์ต่อครั้ง |
| ต้องการลิฟท์อัจฉริยะ (Smart Lift) ให้เข้ากับ Smart Home | แผงควบคุมในลิฟท์ แสดงสถานะการทำงานของลิฟท์ รอบการเข้าบำรุงรักษา และมีการแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นได้ |
| ลิฟท์ที่มีการบำรุงรักษาน้อย | เนื่องจากชิ้นส่วนเคลื่อนที่น้อยกว่าระบบลิฟท์แบบอื่น และไม่มีน้ำมันไฮดรอลิกที่ต้องเปลี่ยนถ่ายเป็นประจำ การบำรุงรักษาลิฟท์สกรูทำเพียง 1 ครั้งต่อปีเท่านั้น |
เมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการของบ้านยุคใหม่ ลิฟท์สกรูถือเป็นลิฟท์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพื้นที่ ความปลอดภัย ดีไซน์ การประหยัดพลังงาน และการใช้งานในระยะยาว จึงเหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยในปัจจุบันและอนาคต
ข้อจำกัดของลิฟท์สกรู
แม้ว่าลิฟท์บ้านระบบสกรูจะมีข้อดีหลายด้าน เช่น ใช้พื้นที่น้อย ติดตั้งง่าย และมีความปลอดภัยสูง แต่ลิฟท์ทุกระบบก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เลือกระบบลิฟท์ที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานของบ้านมากที่สุด
1. ความเร็วจำกัด
ลิฟท์สกรูมีความเร็วในการเคลื่อนที่ที่ ช้ากว่าลิฟท์โดยสารในอาคารสูง เนื่องจากลิฟท์สกรูถูกออกแบบมาสำหรับบ้านพักอาศัยที่มีจำนวนชั้นน้อย และเน้นความปลอดภัย ความนุ่มนวล และความเสถียรของระบบ มากกว่าความเร็ว
โดยทั่วไป ลิฟท์บ้านจะมีความเร็วประมาณ 0.15 เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วตามมาตรฐานความปลอดภัยลิฟท์ยุโรป EN 81-41 เหมาะสำหรับอาคารที่มีความสูงไม่มาก เช่น บ้าน 2-8 ชั้น
ดังนั้น ลิฟท์สกรูจึงเหมาะกับการใช้งานในบ้านพักอาศัย ที่ไม่ได้ต้องการความเร็วสูงเหมือนลิฟท์ในอาคารสำนักงาน โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า
2. ข้อจำกัดด้านความสูงของอาคาร
ลิฟท์บ้านระบบสกรูเหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยที่มีความสูงประมาณ 2-8 ชั้น (บ้านที่ความสูงไม่เกิน 20 เมตร) หรืออาคารที่มีความสูงไม่มาก เนื่องจากเป็นลิฟท์ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในบ้าน หากเป็นอาคารที่มีความสูงหลายชั้น เช่น อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงแรม หรืออาคารสาธารณะขนาดใหญ่ อาจเหมาะกับลิฟท์โดยสารแบบสลิงเนื่องจากจะตอบโจทย์ด้านความเร็วและความสูงได้มากกว่า
การเลือกติดตั้งลิฟท์สกรูควรพิจารณาอะไรบ้าง
การติดตั้งลิฟท์บ้านเป็นการลงทุนระยะยาว และเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบ้าน ความปลอดภัย และการใช้งานในระยะยาว ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกลิฟท์สกรู ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ขนาดลิฟท์ ราคา หรือดีไซน์เท่านั้น แต่ควรมองถึงมาตรฐานความปลอดภัย พื้นที่ติดตั้งจริง เทคโนโลยีของลิฟท์ รวมถึงบริการหลังการขายในระยะยาว
1. มาตรฐานความปลอดภัย
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกลิฟท์บ้านคือ “มาตรฐานความปลอดภัย” เนื่องจากลิฟท์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานทุกวันภายในบ้าน ลิฟท์บ้านที่ดีควรได้รับมาตรฐานความปลอดภัยลิฟท์ยุโรป เช่น EN 81-41 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับลิฟท์แบบ Platform Lift ที่ใช้ในอาคารพักอาศัยและอาคารสาธารณะในยุโรป
2. พื้นที่ติดตั้งจริง (Cut-out Size)
หนึ่งในเรื่องที่สำคัญมากแต่หลายคนมักมองข้าม คือ “พื้นที่ติดตั้งจริง” หรือ Cut-out Size เพราะในการติดตั้งลิฟท์บ้าน ไม่ได้ใช้เพียงพื้นที่ตัวลิฟท์เท่านั้น แต่ต้องเผื่อพื้นที่โครงสร้าง พื้นที่เจาะพื้น ประตู และพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ
ขนาดลิฟท์สำคัญที่ต้องรู้

- Cabin Size/ Platform Size ขนาดพื้นที่ห้องโดยสาร หรือขนาดพื้นที่ใช้งานจริงภายในลิฟท์
- Shaft Size ขนาดพื้นที่ปล่องลิฟท์ ซึ่งเป็นขอบเขตภายนอกของโครงลิฟท์ที่ติดตั้งเสร็จแล้ว
- Cut Out Size ขนาดพื้นที่ทั้งหมดที่ต้องเตรียมไว้สำหรับติดตั้งลิฟท์
จุดที่หลายคนมองข้าม คือ เตรียมพื้นที่ติดตั้งสำหรับ Shaft Size ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วต้องเตรียมสำหรับ Cut out Size ดังนั้นควรให้ทีมงานติดตั้งลิฟท์เข้ามาวัดพื้นที่จะแม่นยำที่สุด
Layout ของลิฟท์ระบบสกรู

การวาง Layout ของลิฟท์ระบบสกรู เราเรียกตำแหน่งแต่ละด้านของลิฟท์ ดังนี้
- ตำแหน่ง A ผนังลิฟท์ หรือ ประตูลิฟท์
- ตำแหน่ง B ผนังหรือประตูฝั่งตรงข้ามกับตำแหน่ง D
- ตำแหน่ง C ผนังลิฟท์ หรือ ประตูลิฟท์
- ตำแหน่ง D ตำแหน่งของชุดสกรูและมอเตอร์ ซึ่งจะเป็นด้านที่ต้องรับน้ำหนักและเป็นที่อยู่ของชุดขับเคลื่อน
หมายเหตุ: ตำแหน่ง A และ C จะพบในลิฟท์แบบ Platform Lift ที่สามารถทำทางเข้า-ออกได้สูงสุด 3 ทาง ซึ่งช่วยให้การออกแบบลิฟท์ยืดหยุ่นและเหมาะกับ Layout บ้านมากขึ้น
3. เทคโนโลยีของลิฟท์
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกติดตั้งลิฟท์บ้าน คือ “เทคโนโลยีของลิฟท์” เนื่องจากลิฟท์บ้านในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ขึ้น-ลงระหว่างชั้นเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านยุคใหม่ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการประหยัดพลังงาน ซึ่งลิฟท์บ้านระบบสกรูรุ่นใหม่ในปัจจุบัน มักมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและประสบการณ์การใช้งาน เช่น
เทคโนโลยี EcoSilent ของ Cibes Lift
EcoSilent คือ เทคโนโลยีที่ออกแบบมาให้ลิฟท์ทำงานได้อย่างเงียบ นุ่มนวล และประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับการติดตั้งในบ้านพักอาศัย เนื่องจากลดเสียงรบกวนภายในบ้าน และใช้พลังงานไฟฟ้าจากไฟบ้านทั่วไป
4. ความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ลิฟท์บ้านเป็นสิ่งที่ต้องใช้งานในระยะยาว ดังนั้นความน่าเชื่อถือของแบรนด์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์ด้านลิฟท์บ้านระบบสกรูโดยเฉพาะ มีโรงงานผลิตของตนเอง และมีเทคโนโลยีที่พัฒนาเฉพาะ นอกจากนี้ ควรพิจารณาผลงานติดตั้งจริง รีวิวจากลูกค้า และประสบการณ์ของบริษัทในตลาดลิฟท์บ้าน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพสินค้าและการบริการในระยะยาว
5. บริการหลังการขายและการบำรุงรักษา
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมาก แต่หลายคนมักมองข้าม คือ บริการหลังการขาย เพราะลิฟท์บ้านเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน หากเลือกแบรนด์ที่มีระบบดูแลหลังการขายดี ก็จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
- เลือกลิฟท์สกรูที่ออกแบบมาดีและไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย โดยปกติลิฟท์บ้านระบบสกรูถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างการทำงานที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีห้องเครื่อง และมีชิ้นส่วนหลักที่ต้องดูแลไม่มาก จึงช่วยลดความยุ่งยากในการบำรุงรักษาในระยะยาว เช่น Cibes Lift ที่โดยทั่วไปจะนัดตรวจเช็กประมาณปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน
- เลือกแบรนด์ที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง กรณีฉุกเฉิน ทีมช่างเข้าบริการได้รวดเร็ว หากเกิดเหตุขัดข้อง เช่น ลิฟท์หยุดทำงาน ไฟดับ หรือมีระบบบางส่วนทำงานผิดปกติ การเลือกลิฟท์ที่มีทีมช่างของแบรนด์เองในประเทศไทย จะช่วยให้สามารถประสานงานและเข้าตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาที่ลิฟท์ไม่สามารถใช้งานได้
- เลือกแบรนด์ที่มาเปิดสาขาเอง ช่วยให้มั่นใจเรื่องมาตรฐานและอะไหล่แท้ การเลือกบริษัทลิฟท์ที่แบรนด์เข้ามาเปิดสาขาเองในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงตัวแทนจำหน่ายทั่วไป จะช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้นทั้งเรื่องมาตรฐานการทำงานของช่าง การอบรมจากแบรนด์โดยตรง รวมถึงการจัดหาอะไหล่แท้เมื่อจำเป็นต้องซ่อมแซม ทำให้การดูแลหลังการขายมีความต่อเนื่องและน่าเชื่อถือมากขึ้น
ลิฟท์สกรู ทางเลือกของบ้านยุคใหม่ที่คิดถึงอนาคต
ลิฟท์สกรู คือ ลิฟท์บ้านที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเกลียวสกรู มีจุดเด่นเรื่อง การประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องขุดบ่อลึก ไม่มีห้องเครื่อง และมี ระบบความปลอดภัยที่เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน โดยเฉพาะบ้านยุคใหม่ บ้านที่มีผู้สูงอายุ บ้านพื้นที่จำกัด หรือบ้านที่ต้องการเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การเลือกติดตั้งลิฟท์สกรูไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ขนาด ราคา หรือดีไซน์เท่านั้น แต่ควรดูทั้ง มาตรฐานความปลอดภัย พื้นที่ติดตั้งจริง เทคโนโลยีของลิฟท์ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และบริการหลังการขาย เพราะลิฟท์บ้านไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวก แต่เป็น การลงทุนระยะยาวเพื่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และอนาคตของทุกคนในครอบครัว
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





