
โคจิ ซูซูกิ นักเขียนชาวญี่ปุ่นเจ้าของผลงานสยองขวัญ ระดับตำนาน เดอะริง (Ring) เสียชีวิตแล้วในวัย 68 ปีที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียว ปิดตำนานผู้บุกเบิกยุคทองของนิยายสยองขวัญญี่ปุ่น
โคจิ ซูซูกิ นักเขียนชาวญี่ปุ่นผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานนิยายสยองขวัญเรื่อง เดอะริง (Ring) เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยวัย 68 ปี
โคจิเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนด้วยนิยายเรื่องแรกชื่อ ราคุเอน (Rakuen) หรือ พาราไดซ์ (Paradise) คณะกรรมการเวทีประกวดนิยายแฟนตาซีญี่ปุ่นมอบรางวัลยอดเยี่ยมให้ผลงานชิ้นนี้เมื่อปี 2533
ผลงานสร้างชื่ออย่าง เดอะริง ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2534 ผู้สร้างภาพยนตร์ทั้งในประเทศญี่ปุ่นรวมถึงต่างประเทศนำนิยายเรื่องนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ภาพยนตร์ทำรายได้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แฟนคลับตลอดจนนักวิจารณ์จึงยกย่องโคจิให้เป็นผู้นำคนสำคัญในยุคทองของสื่อสยองขวัญญี่ปุ่น
ผลงานของโคจิได้รับเสียงชื่นชมจากผู้อ่านในประเทศไปจนถึงระดับนานาชาติ นิยายเรื่อง ราเซน (Rasen) หรือ สไปรัล (Spiral) ชนะรางวัลวรรณกรรมเอย์จิ โยชิคาวะ สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ในญี่ปุ่น คณะกรรมการในสหรัฐอเมริกามอบรางวัลเชอร์ลีย์ แจ็กสัน ให้นิยายเรื่อง เอดจ์ (Edge)
ผลงานสำคัญเรื่องอื่นของเขาประกอบด้วย โฮโนงูราอิ มิซุ โนะ โซโกะ คาระ (Dark Water) คามิงามิ โนะ พรอเมอนาด (Promenade of the Gods) ยูบิควิตัส (Ubiquitous)

ย้อนตำนานนิยาย เดอะริง สร้างผี ซาดาโกะ ให้โลกจำ
โคจิ ซูซูกิ เป็นที่รู้จักในฐานะ “บิดาของ J-Horror” แต่ตัวเขาเองมักยอมรับในสัมภาษณ์อย่างเปิดเผยว่าไม่ได้ชื่นชอบนิยายสยองขวัญเป็นการส่วนตัว
ซูซูกิเกิดในปี 2500 ที่เมืองฮามามัตสึ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว เขาเรียนวรรณคดีฝรั่งเศสที่มหาวิทยาลัยเคโอ ก่อนจะทำงานหลายอย่างรวมถึงเป็นครูติวเตอร์ หลังจากได้รับรางวัลนิยายแฟนตาซีญี่ปุ่น ด้วยผลงานเรื่องแรก “Rakuen” (สวรรค์) ในปี 2533
จากนั้น เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่บ้าน แล้วเริ่มเขียน ซูซูกิเขียนนิยายเรื่อง “Ring” พร้อมกับการอุ้มทารกไว้บนตัก
Ring เทปวิดีโอที่ฆ่าคนในเจ็ดวัน
Ring (リング, Ringu) คือนิยายสยองขวัญแนวลึกลับของโคจิ ซูซูกิ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2534 เนื้อเรื่องดำเนินในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน
เรื่องย่อว่าด้วย เทปวิดีโอลึกลับแผ่นหนึ่งซ่อนคำเตือนไว้ว่าผู้ชมจะเสียชีวิตภายในหนึ่งสัปดาห์ หากไม่ทำบางสิ่งที่ไม่ได้ระบุให้ชัดเจน หนึ่งสัปดาห์พอดีหลังชมเทปนั้น วัยรุ่นสี่คนตายพร้อมกันด้วยอาการหัวใจวาย
อาซากาวะ นักข่าวหนุ่มที่พิศวงกับการตายของหลานสาว ออกสืบสวนเป็นการส่วนตัว การตามล่าของเขาพาออกจากโตเกียวที่พลุกพล่านไปสู่ชนบทญี่ปุ่น รีสอร์ทบนภูเขา เกาะภูเขาไฟ และคลินิกในชนบท ซึ่งล้วนถูกหลอกหลอนด้วยความลับในอดีต
และที่ศูนย์กลางของทุกความลับ มีชื่อหนึ่งอยู่เสมอ คือ ซาดาโกะ ยามามูระ
ซาดาโกะถูกฆาตกรรมและโยนทิ้งลงในบ่อน้ำลึก ใต้รีสอร์ทแห่งนั้น วิญญาณของเธอถ่ายทอดตัวเองลงในเทปวิดีโอ กลายเป็นคำสาปที่แพร่กระจายผ่านการชม
ทำไมเดอะริงถึงน่ากลัวกว่านิยายผีทั่วไป?
สิ่งที่ทำให้ Ring แตกต่างจากนิยายสยองขวัญยุคเดียวกันไม่ใช่แค่ผีหรือการฆาตกรรม แต่คือ กลไกของคำสาปที่ทำงานเหมือนไวรัส
ซูซูกิสร้างภัยคุกคามที่แพร่กระจายผ่านการบริโภคสื่อ ผู้ที่รอดชีวิตต้องการผู้รับเทปต่อ ทำให้ผู้ชมกลายเป็นทั้งเหยื่อและพาหะในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นการทำนายล่วงหน้าถึงปรากฏการณ์ “ไวรัล” ในโซเชียลมีเดียได้อย่างน่าทึ่ง ก่อนที่ YouTube หรือสื่อสังคมออนไลน์จะถือกำเนิดด้วยซ้ำ
The Poltergeist คือแรงบันดาลใจให้ซูซูกิเขียนนิยาย Ring ส่วนชื่อ “Ring” นั้นมาจากวงจรคำสาปไม่สิ้นสุดของซาดาโกะ
ไตรภาคจากผีสู่วิทยาศาสตร์ ปรัชญาการดำรงอยู่
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ Ring ไม่ใช่แค่หนังสือเล่มเดียว แต่คือจุดเริ่มต้นของจักรวาลวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่และแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
Ring (2534) เรื่องราวหักมุมของนักข่าวที่ไขปริศนาคำสาป แต่ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงกว่าที่คาด
Spiral / Rasen (2538) ดร.อันโดะที่ยังไม่ฟื้นตัวจากการสูญเสียลูกชาย ทำการชันสูตรพลิกศพเพื่อนเก่าที่ตายในสภาพประหลาด และพบว่าไวรัสจากคำสาปของซาดาโกะกำลังแพร่ระบาดในโลกวิทยาศาสตร์ ซีรีส์เริ่มเปลี่ยนทิศจากสยองขวัญสู่นิยายวิทยาศาสตร์
Loop (2541) นิยายเปิดเผยว่าเหตุการณ์ในนิยายก่อนหน้าทั้งหมดเกิดขึ้นภายในซิมูเลชัน โลกเสมือน ซูซูกินำคำสาปของ Ring กลับมาทบทวนในเชิงปรัชญา ตั้งคำถามถึงธรรมชาติของจิตสำนึก ข้อมูล และเส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีกับชีววิทยา
Birthday (2542) รวมเรื่องสั้นที่เติมเต็มช่องว่างในจักรวาล รวมถึงชีวิตของซาดาโกะก่อนเธอจะกลายเป็นวิญญาณ
S (2555) ยี่สิบปีหลัง Ring ซูซูกิกลับมาอีกครั้งกับนักประมวลผลภาพ ทาคาโนริ อันโดะ ที่ได้รับ USB ที่บันทึกการฆ่าตัวตายสดที่ไม่อาจอธิบายได้ และยิ่งเล่นซ้ำมากเท่าไร ภาพในวิดีโอก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงไปทุกครั้ง
จากหน้ากระดาษสู่จอภาพยนตร์ทั่วโลก

นิยาย Ring เป็นพื้นฐานของภาพยนตร์โทรทัศน์ในปี 2538 ภาพยนตร์โรงในปี 2541 รวมถึงรีเมคเวอร์ชันเกาหลีใต้และภาษาอังกฤษ
ภาพยนตร์ปี 2541 กำกับโดย ฮิเดโอะ นากาตะ ประสบความสำเร็จทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ จุดชนวนให้เกิดปรากฏการณ์ “J-Horror” ฉากอมตะของซาดาโกะคลานออกมาจากหน้าจอโทรทัศน์กลายเป็นหนึ่งในภาพที่จดจำได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สยองขวัญ
ในปี 2545 ผู้กำกับ กอร์ วอร์บินสกี้ นำเรื่องราวนี้สร้างเป็นเวอร์ชันอเมริกัน “The Ring” นำแสดงโดยนาโอมิ วัตต์ส กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้โลกตะวันตกรู้จักสยองขวัญสไตล์ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก
ซาดาโกะในเวอร์ชันอเมริกันถูกเรียกว่า “ซามาร่า” แต่ความหวาดกลัวนั้นเหมือนกันทุกประการ
นิยาย Ring ฉบับดั้งเดิมขายได้ 500,000 เล่มในมกราคม 2541 และเพิ่มเป็น 1.5 ล้านเล่มในเดือนกรกฎาคม 2543
ซูซูกิมักได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็นสตีเฟน คิงแห่งญี่ปุ่น มีบทบาทสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือกระแสหลักให้กับนิยายสยองขวัญในประเทศ
สิ่งที่ทำให้ผลงานของซูซูกิโดดเด่นจาก J-Horror ทั่วไปคือการผสานความวิตกกังวลด้านเทคโนโลยีเข้ากับความสยองในเชิงอัตถิภาวนิยม ขณะที่นิยายสยองขวัญญี่ปุ่นส่วนใหญ่สำรวจผีหรือคำสาปแบบดั้งเดิม ซูซูกิหลอมรวมวิญญาณแก้แค้นแบบโบราณเข้ากับความกลัวสมัยใหม่เรื่องเทคโนโลยีและข้อมูล
การจากไปของโคจิ ซูซูกิ ปิดฉากยุคสมัยหนึ่งของวรรณกรรมสยองขวัญ แต่นิยายชุด Ring ยังคงถูกอ่านทั่วโลก และคนรุ่นใหม่ยังคงค้นพบคำสาปของซาดาโกะผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สิ้น ชูวงศ์ ฉายะจินดา ราชินีนวนิยายพาฝัน ผู้ประพันธ์ ‘จำเลยรัก’ จากไปด้วยโรคชรา วัย 96 ปี
- สิ้นเส้นหมีก “บินหลา สันกาลาคีรี” นักเขียนซีไรต์ เสียชีวิตแล้ว
- สิ้นแล้ว ผู้ประกาศข่าวระดับตำนาน ยืดหยัดตั้งแต่ 9/11 จนถึงวิกฤตโควิด-19
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



