ข่าวดาราบันเทิง

หม่ำ จ๊กมก เล่าวันทะเลาะ มิกซ์ ทำพ่อลูกไม่คุยกัน 4 ปี ก่อนถึงจุดเปลี่ยนเคลียร์ใจ

หม่ำ จ๊กมก เล่าปมทะเลาะ ‘มิกซ์’ ลูกชายน้อยใจหนักไม่ยอมคุยด้วยนาน 4 ปีเต็ม หลังสั่งห้ามเรียนภาพยนตร์ ก่อนเคลียร์ใจกัน เปิดจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลูกตาสว่าง

เปิดบ้านหลังใหญ่ที่หวงที่สุดแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ สำหรับตลกซุปตาร์ หม่ำ จ๊กมก ยอมเปิดบ้านให้รายการตีท้ายครัวเข้าไปถ่ายทำเป็นรายการต้อนรับข่าวดีของลูกชายสุดที่รัก มิกซ์ เพทาย วงษ์คำเหลา ที่กำลังจะสละโสดเข้าพิธีวิวาห์ในต้นเดือนมกราคมปีหน้า พร้อมตั้งโต๊ะเปิดใจเล่าทุกวีรกรรมสุดแสบ และเคลียร์ปมในใจเรื่องรอยร้าวที่ทำให้พ่อลูกคู่ซี้ไม่ยอมพูดคุยกันนานถึง 4 ปีเต็ม

เรื่องราวความบาดหมางเริ่มต้นขึ้นในวัยที่มิกซ์อายุ 20 ปี และต้องการเข้าศึกษาต่อด้านภาพยนตร์ แต่คุณพ่อหม่ำสั่งห้ามเด็ดขาด ในมุมของพ่อนั้นมองว่า ตนเองทำหนังอยู่แล้ว มิกซ์สามารถมาเรียนรู้ในกองถ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ แถม เอ็ม บุษราคัม พี่สาวก็เรียนจบด้านนี้มาแล้วจึงไม่อยากให้เรียนซ้ำทางกัน แต่อยากให้ไปเรียนสายอื่นเพื่อเป็นวิชาติดตัว เช่น การตลาด เศรษฐศาสตร์ หรือกฎหมาย

แต่ด้วยความที่เป็นคนมีนิสัยไม่ชอบอธิบาย เลือกที่จะใช้ความเงียบ และหวังให้ลูกคิดได้เอง เช่น “ถ้าxึงคิดไม่ได้ก็ 1 ก็ตายซะ 2 ก็อย่าอยู่เป็นผู้เป็นคนเลย” ทำให้มิกซ์ในวัยนั้นเกิดความไม่เข้าใจและน้อยใจอย่างหนักจนหลบหน้าและไม่พูดคุยกับพ่อนานถึง 4 ปี มิกซ์ยอมรับว่าตอนนั้นตนพยายามหลบหน้าและไม่อยากเจอพ่อเลย

จุดเปลี่ยนที่ทำให้มิกซ์ตาสว่าง เกิดจากคนขับรถเก่าที่ทำงานกับพ่อมานานไปถามหม่ำแทนมิกซ์ว่าทำไมถึงไม่ให้ลูกเรียนฟิล์ม หม่ำจึงตอบไปว่า “ถ้าวันนึงมันไม่ทำหนัง ไม่ทำอะไร ก็ยังมีใบปริญญาไปทำงานที่ออฟฟิศได้ไง” เมื่อมิกซ์ได้ยินเหตุผลนี้จากคนขับรถ จึงตระหนักได้ว่าพ่อมองการณ์ไกลเผื่ออนาคตของตนไว้กว้างมาก ทำให้เขารู้สึกแย่ที่โกรธและไม่ยอมคุยกับพ่อมาถึง 4 ปี

ปัจจุบันมิกซ์ได้เข้ามาเรียนรู้งานเบื้องหลังในฐานะโปรดิวเซอร์และคอยดูแลงานภาพยนตร์ร่วมกับพ่อ เช่น เรื่องเสือหอนมังกรหาว

จากความขัดแย้งเรื่องการเรียนทำให้มิกซ์ตัดสินใจประชดพ่อด้วยการหันเหจากความชอบดูหนังตั้งแต่เด็กไปทำเพลงแทน

อีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญคือการอยากหลุดพ้นจากเงาของพ่อ เพราะในอดีตคนมักจะจำชื่อเขาไม่ได้และเรียกเขาเพียงแค่ “ลูกหม่ำ”

มิกซ์จึงพยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักจนประสบความสำเร็จในฐานะแร็ปเปอร์ที่สามารถยึดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ทำให้เขาก้าวข้ามจุดที่ต้องกังวลว่าคนจะมองเขาเป็นแค่ลูกดาราดังไปได้อย่างภาคภูมิใจ

นอกจากนี้ มิกซ์ยังเล่าวีรกรรมความแสบในวัยเด็กว่า เขาเคยเป็นเด็กดื้อมาก ตอนเรียนโรงเรียนนานาชาติแบบอยู่หอพักที่ต่างจังหวัด พอช่วงเข้ามหาวิทยาลัยก็แอบหนีเที่ยว โดยใช้วิธีปีนหน้าต่างฝั่งขวาของคอนโดลงมาตอน 3-4 ทุ่ม แล้วค่อยโทรเรียกแม่บ้านให้มาเปิดล็อคให้ในตอนเช้า ซึ่งหม่ำก็รู้เรื่องนี้ทีหลังแต่เลือกที่จะเงียบและปล่อยให้ลูกคิดได้เอง

แม้จะดูเป็นคุณพ่อจอมโหดที่ห้ามลูกด้วยวิธีแปลก ๆ เช่น เอ็มเล่าว่าพ่อไม่เคยห้ามหนีเที่ยว แต่จะใช้วิธีฝากซื้อข้าวต้มแล้วนั่งรอพร้อมหน้าทั้งครอบครัวจนถึงตีหนึ่งตีสองเพื่อกดดันให้ลูกรีบกลับ และหม่ำเองก็เป็นคนปากแข็ง ไม่เคยเอ่ยปากชมลูกตรง ๆ ให้ได้ยิน แต่จะแสดงออกผ่านการกระทำ เช่น รู้ว่ามิกซ์ชอบกินหมูสามชั้นก็จะแอบเตรียมไว้ให้

ในตอนท้าย หม่ำได้เปิดความในใจถึงความรักที่มีต่อลูกแบบซึ้ง ๆ แกมหยอกว่า “คนเป็นพ่อไม่เคยอยากได้จากลูกหรอก มีแต่จะให้ ชีวิตก็ให้ได้ แต่ช่วงนี้อย่าเพิ่งเอาชีวิตพ่อไป”

สำหรับใครที่อยากติดตามบทสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ ของสองพ่อลูกสามารถติดตามได้ที่รายการตีท้ายครัว จากช่องยูทูบ เงาะ ทีวี ngoa tv

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

sukanlaya s.

นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button