
อายุ 35 ไม่มีประสบการณ์ จะเริ่มเป็นเอเจนต์อสังหาฯ ทันไหม เบื้อหลังทำงานที่หลายคนยังไม่รู้ และทำไมแก่กว่าถึงได้เปรียบ ปิดการขายง่ายกว่า
ทำไมตลาดแรงงานไทยมักมีอคติกับตัวเลขอายุ 35 ปี
บริษัทไทยหลายแห่ง รับสมัครงานระดับปฏิบัติการ มักกำหนดเพดานอายุไว้สูงสุดที่ 35 ปี ทีมบริหารบุคคลมักประเมินว่าคนกลุ่มนี้เรียนรู้เร็ว ปรับตัวง่าย มีต้นทุนค่าจ้างต่ำกว่า คนวัย 35 ถ้าคิดเปลี่ยนงานใหม่ ถ้าไม่ขยับไปตำแหน่งผู้จัดการเลย ก็จะหางานยากขึ้น สมัครงานสายเดิมอาจโดนปฏิเสธเนื่องจากอายุเกินเกณฑ์
หลายคนที่ไม่อยากรับภาระตำแหน่งหัวหน้าทีม จึงเลือกเปลี่ยนไปทำฟรีแลนซ์ หรือไม่ก็ฉีกสายงานใหม่ ซึ่งอสังหารริมทรัพย์ มักเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนอยากกระโดดเข้ามา เพราะรายได้สูง แต่ก็หวั่นใจว่า ไม่มีประสบการณ์จะไปรอดหรือไม่
ความจริงเกี่ยวกับงานเอเจนต์อสังหาฯ ที่คนในไม่ค่อยอยากบอก
งานนายหน้าขายบ้าน คอนโด ลูกค้าไม่เคยถามเอเจนต์ว่า “อายุเท่าไหร่ จบจากที่ไหน เคยทำที่ไหนมาก่อน”
สิ่งที่ลูกค้าซื้อคอนโดราคา 5-10 ล้านบาทต้องการจริงๆ คือคนที่ดูน่าเชื่อถือ ฟังเป็น เข้าใจสถานการณ์เขา ตอบคำถามได้แม่นยำ ทั้งหมดนี้เป็นข้อได้เปรียบมากกับคนวัยผู้ใหญ่ ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้ว
ในตลาดอสังหาฯ ระดับกลางถึงสูง ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35-55 ปี เป็นวัยที่มีกำลังซื้อจริง กำลังเลือกซื้อบ้านหลังที่ 2 หรือลงทุนคอนโด เอเจนต์ที่อายุใกล้เคียงกันสร้าง จะสร้างความสนิทใจได้เร็วกว่ คุยเรื่องที่ลูกค้าใส่ใจได้ตรงกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนลูก ทำเลใกล้ที่ทำงาน หรือการวางแผนการเงินระยะยาว
ในแง่ของบริษัท เกณฑ์การรับเข้าก็ต่างจากงานประจำ บริษัทอสังหาฯ ที่ดีไม่ได้ดูว่าคุณอายุเท่าไหร่ แต่ดูว่าคุณตั้งใจขนาดไหน เรียนรู้ได้เร็วแค่ไหน พร้อมจะลุยขนาดไหน เพราะรายได้ของคุณคือรายได้ของบริษัท ทุกบาทที่คุณปิดได้ บริษัทได้ส่วนแบ่ง ทุกบาทที่คุณปิดไม่ได้ บริษัทไม่เสียอะไรนอกจากค่าฝึกอบรม
นี่ทำให้บริษัทมีแรงจูงใจที่จะเปิดประตูกว้างกว่าการมองแค่อายุ
สิ่งที่คุณมี ตอนอายุ 35 ที่เด็กจบใหม่ไม่มี
ก่อนจะคิดว่าอะไรคือข้อจำกัด ลองมองสิ่งที่คุณได้สะสมมา 10 ปีในตลาดแรงงานก่อน
คอนเนคชั่นมีพร้อมใช้ เพื่อนร่วมงานเก่า เพื่อนสมัยเรียน คนในแวดวงสังคม คนเหล่านี้กำลังอยู่ในวัยที่กำลังซื้อบ้าน ผ่อนคอนโด หรือมองหาที่ลงทุน เอเจนต์มือใหม่วัยเพิ่งเรียนจบ ต้องสร้างเครือข่ายตั้งแต่ศูนย์ แต่คุณเริ่มต้นด้วยเบอร์โทรคนนับสิบที่สามารถเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้
ความเข้าใจเรื่องเงิน การผ่อนบ้าน การคำนวณดอกเบี้ย การวางแผนภาษี รู้จักผลิตภัณฑ์ทางการเงิน คือสิ่งที่คนวัย 35 มีในระดับใช้งานได้จริง ลูกค้าที่ซื้ออสังหาฯ ต้องการคนที่อธิบายเรื่องพวกนี้ได้แบบเพื่อน ไม่ใช่แบบโฆษณา
ซอฟต์สกิลจากชีวิตการทำงาน การเขียนอีเมลอย่างมืออาชีพ รู้วิธีการ follow-up ลูกค้าโดยไม่ให้รู้สึกว่าถูกตื๊อ การจัดการ ความคาดหวังผิดหวัง การประชุม การพรีเซนต์หัวหน้า ลูกค้า คุณทำสิ่งเหล่านี้มาเป็นพันครั้งแล้ว ในงานที่หลายคนไม่เคยให้คุณค่า แต่ในงานเอเจนต์ ทักษะเหล่านี้คือสิ่งที่แยกคนปิดดีลได้ออกจากคนที่ยังตามลูกค้าวนไปวนมา
ประสบการณ์ชีวิตช่วยอ่านคน คุณรู้แล้วว่าคนแบบไหนพูดอย่างหนึ่งหมายถึงอีกอย่างหนึ่ง คุณรู้ว่าคู่สามีภรรยาที่มาดูบ้านด้วยกัน ใครเป็นคนตัดสินใจจริง คุณอ่านบรรยากาศได้ คุณรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเงียบและฟัง ทักษะเหล่านี้พัฒนายากมากในเด็กจบใหม่
นี่คือเหตุผลที่บริษัทอสังหาฯ ที่ฉลาด ไม่มองคนวัย 35 ว่าเป็นภาระ แต่มองว่าเป็นคนที่ไปได้เร็วถ้าให้แนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเขา

ความจริงที่ต้องยอมรับ ก่อนเปลี่ยนสายมาทำอสังหา
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าจะกระโดดเข้าวงการนี้พรุ่งนี้เลย ขอให้รออ่าน 4 ข้อนี้ก่อน เพราะการเปลี่ยนสายในวัย 35 ต่างจากเด็กจบใหม่ในจุดที่ต้องพิจารณาดีๆ
- ในวงการนี้ ทุกอย่างต้องแลกมา
ในอุตสาหกรรมที่วัดด้วยผลงาน ความรู้ ลูกค้า เครือข่าย ความยืดหยุ่นในการบริหารเวลาตัวเอง ยอดคอมมิชชั่นหลักล้านไม่ใช่สิ่งที่ได้มาตั้งแต่วันแรก แต่ถูกแลกมาด้วยการมาเช้า-อยู่ดึก ในช่วงที่ยังไม่มีอะไร เด็กจบใหม่ที่เริ่มจากศูนย์อาจไม่มีอะไรต้องเสีย แต่คนวัย 35 ที่เคยมีตำแหน่งอาวุโสในงานเก่า ต้องยอมกลับไปเป็นน้องใหม่ในทีมที่ไม่มีใครรู้จักผลงานคุณมาก่อน
- รายได้ช่วงแรกจะน้อยกว่างานประจำ
ถ้าเริ่มจากศูนย์ในตำแหน่งเอเจนต์ใหม่ คุณจะใช้เวลาเรียนรู้โปรดัก เรียนตลาด สร้างขั้นตอนทำงาน ก่อนที่จะปิดดีลแรกได้ ในช่วงนี้คุณต้องมีเงินสดสะสมเพียงพอสำหรับช่วงโปรเบชั่น 3-6 เดือน โดยไม่กดดันตัวเองจนตัดสินใจผิด คนที่เปลี่ยนสายแล้วล้มเหลว ส่วนใหญ่ล้มเพราะใจร้อนเกินไป อยากปิดได้เร็วๆ ไม่มีเงินสำรอง ไม่ใช่เพราะทำงานไม่ได้
- รายได้ไม่คงที่
เอเจนต์ส่วนใหญ่ทำงานแบบรับค่าคอมมิสชั่น ไม่มีเงินเดือนคงที่หรือเงินเดือนต่ำมากบวกค่าคอม ถ้าคุณคุ้นกับการได้เงินเดือนทุกวันที่ 25 ของเดือน คุณต้องปรับมายด์เซตเรื่องการบริหารเงินใหม่ทั้งหมด แต่ในระยะยาว เพดานรายได้ของคุณจะสูงกว่างานประจำเดิมมาก ในระยะสั้น ต้องทำใจเรื่องเงินรายได้ผันผวนเอาไว้
- ต้องยอมเรียนรู้จากคนอายุน้อยกว่า
หัวหน้าทีมหรือเอเจนต์อาวุโส ที่จะสอนคุณ อาจอายุน้อยกว่าคุณ 5-10 ปี อีโก้เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ คนเปลี่ยนสายงานวัย 35 บางคนทนไม่ได้ที่จะให้คนอายุน้อยกว่ามาแก้งานหรือสอน บางคนทำได้ดี ความแตกต่างนี้คือตัวกำหนดว่าคุณจะรอดหรือไม่รอด
ถ้าคุณยอมรับ 4 ข้อนี้ได้ ส่วนที่เหลือคือเรื่องเทคนิคที่เรียนได้
เส้นทางสู่อิสรภาพในวงการอสังหาริมทรัพย์
วงการอสังหาฯ มีความก้าวหน้าที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของขั้นบันได 4 ขั้น
ขั้นที่ 1 องค์ความรู้ ทำความเข้าใจทรัพย์, ตลาด, กฎหมาย, กระบวนการภายในของบริษัท ขั้นนี้ต้อง full commitment และมาออฟฟิศทุกวันในช่วงต้น
ขั้นที่ 2 ประสบการณ์ ลงมือทำงานจริง ปิดดีลจริง ความรู้กับประสบการณ์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คุณต้องมีทั้งสอง
ขั้นที่ 3 บันทึกการติดตาม สร้างผลงานจริงในบริษัทที่คุณอยู่ ความสำเร็จในที่อื่นไม่ทดแทนตรงนี้ได้ ความน่าเชื่อถือต้องสร้างที่นี่
ขั้นที่ 4 ความไว้วางใจกับอำนาจในการตัดสินใจ จะเกิดขึ้นเมื่อคุณมีความรู้ ประสบการณ์ พร้อมผลงานเป็นที่ประจักษ์ จากนั้นความยืดหยุ่น เสรีภาพ ตลอดจนความเป็นอิสระในการบริหารงานจึงจะตามมา คุณอาจไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน หรือทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกต่อไป ถ้าเปิดดีลได้เดือนละ 50 ล้านอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นบันไดนี้ให้คำตอบมาเผื่อ คนที่หวั่นๆ ว่า เปลี่ยนสายมาแล้วจะมี work-life balance ไหม ตอบให้อุ่นใจคือมี แต่ไม่ใช่ตั้งแต่ช่วงแรก เริ่มใหม่ต้องอดทนหน่อย
แล้วเริ่มใหม่ยังไงให้ไม่หลงทาง
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนวัย 35 ที่เริ่มจากศูนย์ คือ เริ่มจากตลาดเช่าก่อน ไม่ใช่ตลาดขาย
ตลาดเช่ามีกระบวนการสั้นกว่า ปิดดีลได้เร็วกว่า ค่าคอมต่อดีลน้อยกว่าตลาดขายก็จริง แต่คุณจะปิดดีลแรกได้ภายในเดือนแรกหรือเดือนที่สอง สร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้เร็ว สร้างพอร์ตสะสมงาน และเริ่มมีรายได้เข้ามาก่อน
ในช่วง 6-12 เดือนแรก ตลาดเช่าจะสอนคุณทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการอ่านลูกค้า ทั้งวิธีเจรจาต่อรอง การเดินเอกสาร พื้นฐานที่ได้จากตลาดเช่าจะติดตัวคุณไปตลอดอาชีพ
ขยับไปตลาดขาย เมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว หลังจาก 6-12 เดือนแรก คุณจะเข้าใจตลาดและสร้างคอนเนคชั่นได้มากพอที่จะเริ่มจับตลาดขาย ดีลขายมีกระบวนการยาวกว่า ใช้เวลาประมาณ 60 วันต่อดีล แต่ค่าคอมสูงกว่าหลายเท่า การมาถึงจุดนี้แล้วมีพื้นฐานพร้อมจะทำให้รอดได้ง่ายขึ้นมาก
เลือกบริษัทที่มีโครงสร้างบริหารชัดเจนไม่ใช่เป็นฟรีแลนซ์ตั้งแต่วันแรก หลายคนถูกชักชวนให้ทำงานแบบฟรีแลนซ์ เพราะ “ค่าคอมสูงกว่า” ความจริงคือฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีทีมซัพพอร์ต ไม่มีเทรนนิ่ง ไม่มี leads inbound แบบนี้มือใหม่มักจะลาออกภายใน 6 เดือน
บริษัทอสังหาฯ ระดับชั้นนำในไทย เช่น Fazwaz, Dot Property ลงทุนกับเอเจนต์แต่ละคนมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ในส่วนของ ลีดส์, การตลาด, รายการทรัพย์ฝากขาย, โครงสร้างพื้นฐาน, การฝึกอบรม, สนับสนุนด้านธุรกรรม (ทีมงานช่วยดูแลขั้นตอนเอกสารการซื้อขาย) และ เทคโนโลยี สวัสดิการเหล่านี้ไม่มีทางสร้างที่ฟรีแลนซ์จะสร้างเองได้ การแบ่งค่าคอมให้บริษัทแลกกับได้ทรัพยากรณ์ที่ทำให้คุณปิดดีลได้เร็วกว่าและบ่อยกว่า ถือว่าคุ้มมาก
หลักง่ายๆ คือ บริษัทสร้างเครื่องยนต์ คุณคือคนขับ ไม่มีเครื่องยนต์ ก็ไม่มีปลายทาง
เลือกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มตั้งแต่ต้น เลือกกลุ่มเป้าหมายที่คุณมีข้อได้เปรียบในการเข้าถึง หากคุณทำงานบริษัทไอทีมา 10 ปี ลูกค้าเป้าหมายแรกควรเป็นคนในวงการไอทีที่กำลังหาคอนโด หากคุณเคยทำงานบริษัทข้ามชาติ ลูกค้าเป้าหมายแรกควรเป็นผู้บริหารชาวต่างชาติในย่านธุรกิจใจกลางเมือง หากคุณเคยทำธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม ลูกค้าเป้าหมายอาจเป็นเจ้าของร้านอาหารที่กำลังหาบ้านหลังที่สอง การเริ่มทำตลาดกับกลุ่มคนที่คุณเข้าใจดีอยู่แล้วช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้เร็วกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์

รายได้เซลล์ขายบ้าน คอนโด จริงๆ จะเป็นยังไง
ตัวเลขในวงการนี้ไม่มีค่ากลางตายตัว เพราะรายได้ขึ้นกับว่าคุณปิดดีลได้กี่ดีลและขนาดเท่าไหร่ แต่เพื่อให้เห็นภาพ
ค่าคอมมิชชั่นมาตรฐานของตลาดอสังหาฯ ไทย อยู่ที่ 3% จากราคาขาย ในกรณีตลาดเช่ามักคิดที่ค่าเช่า 1 เดือน สำหรับสัญญาเช่า 12 เดือนขึ้นไป
ถ้าคุณปิดคอนโดราคา 5 ล้านบาทได้ 1 ดีลในเดือนนั้น ค่าคอมรวมที่เข้าระบบคือ 150,000 บาท ส่วนแบ่งของเอเจนต์ขึ้นกับโครงสร้างของแต่ละบริษัท ในบริษัทอสังหาฯ ระดับชั้นนำที่มี direct owner inventory เอเจนต์มักจะ retain ส่วนใหญ่ของค่าคอมมิชชั่นไว้ โดยเฉพาะกรณีที่ทรัพย์มาจากความสัมพันธ์โดยตรงกับเจ้าของ
ลองเทียบกับเงินเดือนประจำที่ 35,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้คุ้มกับการเปลี่ยนสาย คุณต้องปิดดีลขายขนาดกลางได้เพียงเดือนละ 1 ดีล หรือดีลเช่าราว 3-4 ดีลต่อเดือน
ในปีแรก เอเจนต์ที่ทุ่มเทเต็มที่และเดินตามเส้นทางทรัพย์เช่า ก่อนแล้วค่อยขยับไปทรัพย์ขาย มักจะมีรายได้เฉลี่ยใกล้เคียงหรือเกินเงินเดือนประจำเดิมในช่วงเดือนที่ 7-12 ในปีที่ 2 ถ้าทำได้ดี รายได้ผ่านเพดานของงานประจำเดิมเป็นเรื่องปกติ ในปีที่ 3 และหลังจากนั้น เอเจนต์ที่จับทางของตัวเองได้แล้ว มีโอกาสทำรายได้สูงกว่างานประจำเดิมหลายเท่า
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่การการันตี แน่นอนว่ามีคนที่ทำไม่ได้ ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่อายุ พื้นฐาน หรือการศึกษา แต่อยู่ที่ว่าคน ๆ นั้นตั้งใจทุ่มเทมุ่งมั่น แค่ไหน เรียนรู้เร็วแค่ไหน และทนกับช่วง 6 เดือนแรกที่ยากที่สุดได้หรือเปล่า

ถามตัวเอง 5 ข้อก่อนตัดสินใจ ก้าววงการเอเจนต์อสังหาริมทรัพย์
1. คุณเป็นคนชอบการแข่งขันไหม
ไม่ใช่ในแง่กดคนอื่น แต่ในแง่อยากเป็นที่หนึ่งในห้อง ไม่ใช่แค่พอใช้ งานเอเจนต์ในวงการนี้แข่งกันทุกวัน คุณต้องชอบความรู้สึกของการได้ปิดดีลก่อนคนอื่น
2. คุณยินดีให้ผลลัพธ์ของลูกค้ามาก่อนผลประโยชน์ของตัวเองในทุกการตัดสินใจไหม
เอเจนต์ที่อยู่ได้ในระยะยาว ทุกคนทำเรื่องนี้ ลูกค้ารู้สึกได้ว่าใครคิดถึงตัวเองจริง ใครแค่อยากปิดดีล
3. คุณวัดความสำเร็จของตัวเองด้วยผลงาน ไม่ใช่ความพยายามไหม
ในงานขายไม่มีรางวัลสำหรับ “คนทำงานหนักมาก” แต่ปิดไม่ได้ ผลลัพธ์คือสิ่งเดียวที่ถูกวัดค่า ถ้าคุณคุ้นกับการได้คำชมจากการทุ่มเท คุณต้องเปลี่ยนมาตรวัดการประเมินตัวเอง
4. คุณมองอาชีพนี้เป็นงานเต็มเวลา หรือเป็นแค่งานเสริม
เอเจนต์ที่ทำดีในวงการ ไม่มีใครทำเป็นงานอดิเรก ในช่วง 1-2 ปีแรก ต้องมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ คุณจะทำเป็นงานเสริมพร้อมกับงานประจำได้ก็ต่อเมื่อคุณมีคุณสมบัติทั้งหมดที่อ่านมาแล้ว
5. คุณมี growth mindset จริงไหม
ไม่ใช่แค่อยากพัฒนาตัวเอง แต่ในแง่ของการรับฟีดแบกตรงๆ ไม่มีน้ำผึ้งย้อมใจ การยอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้ การถามคนที่อายุน้อยกว่าได้โดยไม่รู้สึกแย่ คนที่ปิดประตูเรียนรู้ ไม่ผ่านขั้นที่ 1 ของวงการนี้
ถ้าคุณตอบ “ใช่” ได้ทั้ง 5 ข้อ อายุ 35 ไม่ใช่อุปสรรคของอาชีพนี้ มันคือต้นทุนที่เด็กจบใหม่ยังไม่มี
ถ้าคุณตอบ “ไม่” ในข้อใดข้อหนึ่ง ก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ แต่อาจต้องวางแผนเตรียมตัวก่อนกระโดด หรือพิจารณาว่าอสังหาริมทรัพย์เหมาะกับคุณจริงไหม
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วเริ่มอยากเป็นเอเจนต์ อยากหาที่สมัครงาน
ถ้าคุณยังอยากทำอาชีพนี้อยู่หลังจากอ่านจบ แสดงว่าคุณสนใจจริงๆ ไทยเกอร์ มีอีเวนต์ดีๆ แนะนำ
FazWaz เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยเปิดรับตัวแทนนายหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ องค์กรมีระบบการฝึกอบรมที่แข็งแกร่ง ผู้ไม่มีประสบการณ์จะได้เริ่มต้นเรียนรู้งานจากตลาดเช่าที่พักอาศัย มีระบบพี่เลี้ยงซึ่งเป็นนายหน้ารุ่นพี่คอยให้คำแนะนำ ช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถพัฒนาทักษะพร้อมก้าวสู่การทำงานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
หากสนใจมาดูว่าทางงานนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ FazWaz กำลังจะจัดงาน Agent Recruitment Event ในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30–16.30 น. ที่ Grande Centre Point Terminal 21 Asoke ห้องประชุม Asoke 2 ชั้น C
งานเปิดให้คนที่สนใจอาชีพเอเจนต์อสังหาฯ ทุกระดับเข้าร่วม ทั้งคนที่ยังไม่เคยสัมผัสวงการ คนที่กำลังคิดเปลี่ยนสาย และเอเจนต์ที่กำลังมองหาทีมใหม่ เป็นโอกาสที่จะได้พบทีมงาน เข้าใจว่าบริษัทเปิดรับคนแบบไหน และเห็นว่าเส้นทางในวงการนี้จะเหมาะกับคุณหรือไม่ ก่อนตัดสินใจกระโดด

อายุ 35 ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทางเลือก มันคือจุดเริ่มต้นที่คุณมีต้นทุนพร้อมกว่าตอนอายุ 24 จะใช้ต้นทุนนั้นทำอะไรต่อ คือคำถามที่คุณตอบเองได้คนเดียว
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





