เกิดอะไรขึ้น! กระแสคนรุ่นใหม่แห่ “วางมือถือ” เทรนด์ที่กำลังขยายตัวทั่วโลก
“เลิกจ้องจอ แล้วออกไปใช้ชีวิต” เมื่อหน้าจอฉกฉิงเวลาชีวิตไปมากกว่าที่คิด กลุ่มคนรุ่นใหม่ในนิวยอร์กและอัมสเตอร์ดัมจึงเริ่มรวมตัวทำ “Digital Detox” เพื่อทวงคืนสมาธิและปฏิสัมพันธ์ในโลกจริงภายใต้แนวคิดการปลดปล่อยความสนใจจากอำนาจ Big Tech
ในอพาร์ตเมนต์ย่านบรูคลิน นิวยอร์ก ภาพที่ปรากฏอาจดูแปลกตาสำหรับยุคดิจิทัล เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่นำโทรศัพท์มือถือของพวกเขาไปวางรวมกันไว้ใน “กระชอนเหล็ก” ก่อนจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็ม ไปกับการอ่านหนังสือ วาดเขียน และพูดคุยสบตากัน โดยไม่มีแสงไฟจากหน้าจอมาขัดจังหวะ
นี่คือส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “Attention Activism” หรือการเคลื่อนไหวเพื่อปลดปล่อยสมาธิ
การปฏิวัติต่อต้าน “การสูบเจาะมนุษย์”
เกือบ 2 ทศวรรษหลังจาก iPhone ถือกำเนิดขึ้น กลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z บางส่วนเริ่มรู้สึกว่าตนเองถูก “สูบเจาะ” สมาธิจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ แดน ฟ็อกซ์ (Dan Fox) ผู้จัดงานในบรูคลินเปรียบเทียบการที่แอปพลิเคชันต่าง ๆ ดึงดูดความสนใจเราตลอดเวลาว่าไม่ต่างจาก “การทำฟรักกิ้งมนุษย์” (Human Fracking) หรือการขุดเจาะทรัพยากรทางสมาธิเพื่อหาผลประโยชน์

แดนได้รับแรงบันดาลใจในการเข้าร่วมกระแสนี้หลังจากไปชมคอนเสิร์ตในปี 2015 แล้วพบว่าผู้ชมเกือบทุกคนมัวแต่ถ่ายวิดีโอผ่านหน้าจอ แทนที่จะดื่มด่ำกับดนตรีตรงหน้า เขาจึงตัดสินใจทวงคืนสิ่งที่เขารักด้วยการลดบทบาทของมือถือลง
จาก “Dumb Phones” ถึงคลับออฟไลน์ทั่วโลก
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในนิวยอร์ก แต่กำลังขยายตัวไปทั่วโลก
อัมสเตอร์ดัม – มีการก่อตั้ง “The Offline Club” ที่เชิญชวนผู้คนเข้าโบสถ์หรือพื้นที่ส่วนกลางเพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ต่อจิ๊กซอว์ หรือนั่งเงียบ ๆ เพื่อสะท้อนความคิดภายในใจ
สถาบันการศึกษา – ในวิทยาลัยโอเบอร์ลิน (Oberlin College) นักศึกษาบางกลุ่มเริ่มทดลองใช้ชีวิตโดยไม่มีอีเมลหรือสมาร์ทโฟนในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งทำให้พวกเขาพบว่าตนเองมีความสุขและผูกพันกันมากขึ้น
เทคโนโลยีทางเลือก – กระแสความนิยม “Dumb Phones” หรือโทรศัพท์ที่มีฟังก์ชันพื้นฐาน (โทรออก-รับสาย) กำลังเติบโตขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงข่าวคลิกเบตและฟีดโซเชียลมีเดียที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล


ทวงคืนสมาธิ = ทวงคืนความสัมพันธ์กับโลก
ดี. แกรแฮม เบอร์เนตต์ นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และผู้ร่วมเขียน “Attensity!” ระบุว่า เป้าหมายของกลุ่มนี้คือการโยนแอกของแอปพลิเคชันที่ดูดเวลาทิ้งไป เพื่อให้มนุษย์ได้ “Rewild” หรือสร้างความป่าเถื่อนให้สมาธิอีกครั้ง เพราะสมาธิคือความสมบูรณ์แบบในความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่อโลก

แม้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะพยายามออกฟีเจอร์ช่วยจำกัดเวลาใช้งาน แต่เหล่านักเคลื่อนไหวมองว่านั่นยังไม่เพียงพอ ตราบใดที่ระบบพื้นฐานของแอปยังถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจเราอย่างไม่สิ้นสุด
กระแสนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ตัวเลขผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะยังคงสูงลิ่ว แต่การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเล็ก ๆ กำลังเริ่มขึ้น เมื่อผู้คนเริ่มตระหนักว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในจอ แต่คือสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”.
ที่มา : AP



อ่านข่าวเพิ่มเติม
- หนุ่มสุดทน วอนเลิกใช้ พัดลมมือถือ ในรถไฟฟ้า โอดกลิ่นตัวฟุ้ง-ผมตีหน้า
- สาวจีนถูกแฟนหนุ่มบอกเลิก เพราะมือถือต่อ Wi-Fi โรงแรมเอง ทั้งที่ไปด้วยกันครั้งแรก
- เลิกซะ เล่นมือถือระหว่างอุจจาระ เสี่ยงเป็นริดสีดวง หนักถึงผ่าตัด
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



