อิหร่าน ขู่จมเรือรบสหรัฐฯ กลางฮอร์มุซ ลั่นจับทหารเป็นตัวประกัน เรียกหัวละพันล้าน

อิหร่าน เดือดจัด ขู่ยิงขีปนาวุธจมเรือรบสหรัฐฯ กลางช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นหากบุกทางบกพร้อมจับตัวประกันเรียกค่าไถ่หัวละพันล้านดอลลาร์
โมห์เซน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านและที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุด แถลงผ่านโทรทัศน์แห่งรัฐข่มขู่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา โดยประกาศกร้าวพร้อมใช้ขีปนาวุธจมเรือรบอเมริกันที่เข้ามาลาดตระเวนในช่องแคบฮอร์มุซ โมห์เซน เรซาอี เย้ยหยันผู้นำสหรัฐฯ ที่พยายามเข้ามาทำหน้าที่เป็นตำรวจควบคุมเส้นทางน้ำทางทะเลในภูมิภาคตะวันออกกลาง
อดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน คุยโวถึงอานุภาพขีปนาวุธของกรุงเตหะรานว่า ขีปนาวุธเพียงลูกแรกก็สามารถจมเรือรบและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกองทัพสหรัฐฯ ได้อย่างแน่นอน โมห์เซน เรซาอี ตอบโต้กระแสข่าวที่ว่ากองทัพเรืออิหร่านพังพินาศ โดยท้าทายว่าหากเป็นเช่นนั้นเหตุใดทางการสหรัฐฯ จึงไม่กล้าส่งกองกำลังข้ามช่องแคบฮอร์มุซเข้ามา
ประเด็นที่สร้างความฮือฮาคือการที่นักการเมืองสายแข็งกร้าวผู้นี้ระบุว่า หากสหรัฐฯ ตัดสินใจบุกโจมตีทางบกจะถือเป็นเรื่องดีต่อรัฐบาลเตหะรานอย่างมาก กองกำลังอิหร่านจะทำการจับทหารอเมริกันเป็นตัวประกันหลายพันคน และจะเรียกเงินค่าไถ่สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อตัวประกันหนึ่งคน โมห์เซน เรซาอี ย้ำว่ากรุงเตหะรานจะไม่ยอมถอยออกจากช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลอิหร่านจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขการเจรจาเองทั้งหมด พร้อมเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นหลักและยืนยันว่าอิหร่านมีประสบการณ์พร้อมรับมือสงครามยืดเยื้อ
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานความเคลื่อนไหวฝั่งสหรัฐฯ ว่า กระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอน กำลังส่งทหารเพิ่มเติมกว่า 10,000 นาย เข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีทหารประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช (USS George H.W. Bush) และเรือรบคุ้มกัน จำนวน 6,000 นาย และทหารกำลังเสริมที่จะเดินทางไปสมทบภายในสิ้นเดือนนี้ จำนวน 4,200 นาย
กองเรือชุดใหม่จะเข้าไปสมทบกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) และเรือ ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด (USS Gerald Ford) ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางอยู่ก่อนแล้ว ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยพิจารณาแผนส่งทหารหลายพันนายลงปฏิบัติการภาคพื้นดิน เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เกาะคาร์ก รวมถึงภารกิจคุ้มกันคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน
การเสริมกำลังรบครั้งใหญ่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเตรียมเจรจาสันติภาพรอบที่สองในประเทศปากีสถาน หลังจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาการเจรจามาราธอนยาวนาน 21 ชั่วโมงจบลงโดยไร้ข้อสรุป ทำเนียบขาวระบุว่ารัฐบาลทรัมป์ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานถึง 7 สัปดาห์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าสงครามใกล้จะยุติลงแล้วจริงๆ
ที่มา: NEW YORK POST
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทรัมป์ เปิดปาก มั่นใจสงคราม ‘สหรัฐฯ-อิหร่าน’ ใกล้จบ เตรียมลุยเจรจาที่ปากีสถาน
- อิหร่าน ไม่กลัวทรัมป์ สั่งจมเรือเร็ว ชี้ผลกระทบราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูง
- สหรัฐอเมริกา ปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ดันราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด หลังเจรจาหยุดยิงล้มเหลว
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



