ปคบ. บุกรวบแม่ค้าเพจดัง ไลฟ์สดตุ๋นขาย เพชรปลอม เหยื่อสูญเงินกว่า 4 ล้าน

ปคบ. บุกจับสาววัย 45 ปี แม่ค้าเพจดัง ไลฟ์สดหลอกขายเพชรปลอม อ้างของแท้มูลค่าสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนซื้อ สูญเงินรวมกว่า 4 ล้านบาท
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โดย กก.1 บก.ปคบ. เดินหน้าปราบปรามขบวนการหลอกลวงผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ หลังสืบสวนขยายผลจากพฤติการณ์ของเพจชื่อดังที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งใช้ช่องทางไลฟ์สดโฆษณาจำหน่ายสินค้าประเภทอัญมณี โดยกล่าวอ้างว่าเป็น “เพชรแท้” และมีมูลค่าสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อสั่งซื้อสินค้า
ผลจากการสืบสวนพบว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นการโฆษณาเกินจริงและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสินค้า ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นของแท้ มีคุณภาพ และคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป แต่เมื่อได้รับสินค้าแล้วกลับพบว่าไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ จนก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท
ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับการ ปคบ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง สมวดี โพธิ์วัฒ สว.กก.1 บก.ปคบ. พร้อมพวก เร่งสืบสวนติดตามผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้สำเร็จ

โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด กระทั่งพบตัวผู้ต้องหาหญิงซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ บริเวณลานจอดรถตลาดสินทรัพย์ปทุม ตำบลบางหลวง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ต้องหาคือ นางสาวณิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญของสินค้า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายดังกล่าวมาก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลอกลวงผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการซื้อขายในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียและการไลฟ์สดเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า แม้จะมีผู้ติดตามจำนวนมากหรือมีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือเพียงใด ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าสินค้านั้นจะเป็นของแท้หรือมีคุณภาพตามที่กล่าวอ้างเสมอไป ผู้บริโภคจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ อัญมณี หรือสินค้าที่อ้างเอกสารรับรองความแท้
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอฝากเตือนไปยังประชาชนว่า การซื้อสินค้าออนไลน์ควรตรวจสอบผู้ขายให้รอบคอบ ตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า รีวิวจากผู้ซื้อจริง เอกสารรับรอง และเงื่อนไขการซื้อขายให้ชัดเจน หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัย หรือเชื่อว่าตนเองตกเป็นผู้เสียหายจากการซื้อขายออนไลน์ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือประสานข้อมูลมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อำมหิต! จับแม่แท้ๆ-พ่อเลี้ยง ตบลูกขวบครึ่งสลบคามือ เครื่องช็อตปลาจี้อ้างกู้ชีพ สุดท้ายดับอนาถ
- หญิงสาดน้ำมันร้อนใส่เพื่อนร่วมงาน โดนหมายจับข้อหา ‘พยายามฆ่า’ เปิดไทม์ไลน์-พยานหลักฐาน
- ศาลสั่งปรับ! ชายวัยกลางคน บุกโดดบ่อ “หมูเด้ง” ฮิปโปฯแคระ เผยมีความผิดจริง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





