ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งอากาศยานอีก 2 ลำ ทำฝนหลวง ช่วยดับไฟป่าภาคเหนือ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งอากาศยานเพิ่มอีก 2 ลำ รวมแล้ว 7 ลำ ทำฝนหลวง ช่วยดับไฟป่าภาคเหนือ แก้วิกฤติฝุ่น PM 2.5
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ด้วยการปฏิบัติการฝนหลวงโดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการปฏิบัติการฝนหลวงที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย
พบว่าในปัจจุบันนักบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ใช้อากาศยานจำนวน 5 ลำ ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 4 เม.ย.สามารถปฏิบัติการได้จำนวน 12 เที่ยวบิน พบว่าในบางพื้นที่ เช่น อ.อมก๋อยได้มีฝนตกลงมาบรรเทาสถานการณ์พอสมควร
แต่เนื่องจากสภาพปัญหาอุปสรรคด้านสภาพอากาศในหลายพื้นที่ยังคงมีความแห้งแล้งสูง จึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการทำฝนหลวง โดยนักบินได้เร่งโปรยน้ำแข็งแห้งและสเปรย์น้ำเย็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลดอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศที่เกิดสภาวะอุณหภูมิผกผัน ช่วยเร่งการระบายฝุ่นละอองในพื้นที่
ล่าสุดทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สนับสนุนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติมอีก 2 ลำ ทำให้มีฝูงบินรวม 7 ลำ ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งในแต่ละลำสามารถปฏิบัติการได้วันละประมาณ 2-3 เที่ยวบิน คาดการณ์ว่าจะสามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 15-20 เที่ยวบินต่อวัน
ตนได้เน้นย้ำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบูรณาการร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริหารจัดการส่งอากาศยานขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดเมฆฝนตกลงมาเพิ่มความชุ่มชื้นโดยเร็ว โดยปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก
ควบคู่การปฏิบัติการด้วยชุดปฏิบัติการดับไฟภาคพื้นดินของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะกรรมการหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. ร่วมกับชุดเหยี่ยวไฟ กรมป่าไม้ และชุดเสือไฟ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดับไฟป่า
ตนได้กำชับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ยึดถือความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ และให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ ทหาร บังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบฝ่าฝืนประกาศจังหวัด
ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดได้ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ป่าถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้อย่างเด็ดขาด และสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชนทั้งหอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน และในทุกช่องทางสื่อสาร เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้ทราบถึงการดำเนินการของภาครัฐและสร้างความร่วมมือในการฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ ให้บรรเทาลงและหมดไปโดยเร็ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เชียงใหม่วิกฤต! ไฟป่าดอยสุเทพโหมหนัก กระทบควันคลุมรันเวย์สนามบิน
- วิกฤตหนัก! เชียงใหม่ ประกาศ 2 อำเภอ “สะเมิง-ฮอด” เป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินไฟป่า
- ผู้ป่วยเชียงรายแอดมิตด่วน! พิษ PM2.5 ทำหลอดลมอักเสบ เตือนแอร์ไม่กรองฝุ่น
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





