การเงินเศรษฐกิจ

น้ำมันขึ้น 6 บาท สินค้าอะไรจะขึ้นราคาบ้าง กระเป๋าเงินคนไทยฉีก

น้ำมันขึ้น 6 บาท สินค้าอะไรจะขึ้นราคาบ้าง ผ่าห่วงโซ่เศรษฐกิจที่กระทบกระเป๋าเงินทุกคน

วันที่ 26 มีนาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเลิกตรึงราคา ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิดปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรในคราวเดียว ราคาดีเซลขยับไปอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคาตลาดสิงคโปร์พุ่งสูง ทะลุ 242 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันนี้กระเทือนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ดึงเงินออกจากกระเป๋าคนไทยไปเยอะมาก

น้ำมันเปรียบเหมือนเลือดและหัวใจของเศรษฐกิจมหภาค ทุกการเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่มือผู้บริโภคต้องอาศัยพลังงาน การขยับขึ้นของราคาน้ำมัน คือจุดเริ่มต้นของปฏิกิริยาลูกโซ่ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับ

น้ำมันขึ้น 6 บาท สินค้าอะไรจะขึ้นราคาบ้าง กระเป๋าเงินคนไทยฉีก
(AP Photo/Nam Y. Huh)

แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกอย่างจะขึ้นพร้อมกันในเช้าวันเดียว เหตุผลเพราะต้นทุนในระบบเศรษฐกิจไม่ได้ส่งผ่านจากปั๊มน้ำมันไปยังชั้นวางสินค้าแบบเส้นตรง ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตกับดัชนีราคาผู้บริโภคมีความสัมพันธ์กันสูง ในอดีตราคาผู้ผลิตมักส่งสัญญาณนำราคาผู้บริโภคได้ภายในราว 4 เดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่กำลังซื้ออ่อนหรือรัฐเข้ามาคุมราคา ผู้ประกอบการจำนวนมากมักแบกรับต้นทุนไว้บางส่วนก่อน ไม่ได้ผลักขึ้นราคาได้เต็มทันที

โดมิโนตัวแรก ภาคการขนส่งแบกต้นทุนหนัก รถบรรทุก รถกระบะส่งของ ล้วนใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก ต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนมหาศาลของการวิ่งรถแต่ละเที่ยว ผู้ประกอบการขนส่งรายใหญ่ รายย่อย จะแบกรับภาระส่วนเพิ่มนี้ไว้ได้ไม่นาน จำเป็นต้องผลักภาระนี้ไปรวมกับค่าบริการขนส่งสินค้า ค่าระวางสินค้าจะขยับขึ้น ผู้ผลิตสินค้าที่ต้องจ้างรถขนส่งจะต้องจ่ายต้นทุนใหม่ที่แพงกว่าเดิม

สินค้าเกษตร ผักสด เนื้อสัตว์ เตรียมขยับราคา

พ่อ แม่ ที่ไปเดินตลาดสดจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อย่างชัดเจน เกษตรกรต้องใช้น้ำมันในการเดินเครื่องสูบน้ำเข้านา ใช้เติมรถไถเพื่อเตรียมดิน ใช้รถเกี่ยวข้าวเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต พ่อค้าคนกลางก็ต้องใช้รถกระบะขับตระเวนรับซื้อจากสวน นำมาส่งที่ตลาดศูนย์กลาง ไปจนถึงตลาดสดใกล้บ้านคุณ พ่อค้าแม่ค้าต้องบวกต้นทุนทุกขั้นตอนเข้าไปในราคาผักกาดหอม หมูสามชั้น ปลาทู ทุกกิโลกรัมที่คุณซื้อไปทำกับข้าวให้ลูกชาย ลูกสาว กินที่บ้าน

  • เนื้อหมู และเนื้อสัตว์: ปรับราคาขึ้นประมาณ 5-10% ตามต้นทุนอาหารสัตว์และสภาพอากาศ
  • ไข่ไก่: ปรับราคาแนะนำไข่คละหน้าฟาร์มขึ้นฟองละ 30 สตางค์ เป็น 3.80 บาท
  • ผักสด: ราคาขยับขึ้นตามระยะทางขนส่งจากแหล่งปลูกสู่ตลาด
  • ปุ๋ยเคมี: เริ่มมีราคาสูงขึ้นเนื่องจากอุปสรรคในการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนสินค้าเกษตรในระยะยาว
  • น้ำมันปาล์ม: ราคาตอนนี้อยู่ขวดละ 50-52 บาท
สินค้าอุปโภคบริโภคที่ “จ่อปรับขึ้น” เมษายน 2569)
ผู้ผลิตรายใหญ่ 5-9 ราย ส่งสัญญาณ อาจเตรียมปรับราคาสินค้าขึ้นยกแผงตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เนื่องจากแบกรับต้นทุนไม่ไหว
  • กลุ่มเครื่องดื่ม: น้ำดื่มบรรจุขวด, กาแฟกระป๋อง, นม UHT และนมข้นหวาน
  • กลุ่มอาหารสำเร็จรูป: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารกระป๋อง (โดยเฉพาะปลากระป๋อง) และซอสปรุงรส (มาม่า ผู้บริหารยืนยัน ยังไม่เตรียมปรับขึ้นราคาในช่วงนี้)
  • กลุ่มของใช้ส่วนตัวและครัวเรือน: ผงซักฟอก, น้ำยาล้างจาน, ยาสีฟัน, สบู่, แชมพู, กระดาษทิชชู และผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก
ภาพจาก : LAWSON108

อาหารตามสั่ง ข้าวแกงริมทาง ดิ้นรนเอาตัวรอด

เมื่อวัตถุดิบสดจากตลาดแพงขึ้น ร้านอาหารริมทาง ร้านข้าวแกง จะเผชิญต้นทุนสูงขึ้นตามมา แม่ค้าต้องจ่ายค่าหมู ค่าผัก ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าเดินทางไปจ่ายตลาดสูงขึ้นทั้งหมด จานข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวที่คุณเคยกินในราคา 50 บาท อาจจะขยับเป็น 55 หรือ 60 บาทในเวลาไม่ช้า พ่อค้าแม่ค้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับราคาอาหารจานเดียวเพื่อรักษาอัตรากำไรให้พอเลี้ยงปากท้องตัวเองได้ ค่าครองชีพรายวันของคนทำงานจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ปรับราคาตามค่าขนส่ง

อุตสาหกรรมก่อสร้างพึ่งพาเครื่องจักรกลหนัก รถแบ็กโฮ รถปูน รถบรรทุกหินทราย ล้วนซดน้ำมันดีเซลเป็นอาหารหลัก การปรับราคาน้ำมันรอบนี้จะกดดันให้ต้นทุนการผลิตปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น กระเบื้องหลังคา ขยับตัวสูงขึ้นตามค่าขนส่ง พลาสติกซึ่งเป็นอนุพันธ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ จะมีราคาสูงขึ้น ท่อพีวีซี สายไฟ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ทำจากพลาสติกจะมีราคาแพงขึ้นตามไปด้วย คนที่กำลังสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน จะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าวัสดุเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ผู้รับเหมาอาจจะต้องขอปรับแก้สัญญาหรือเสนอราคากลางใหม่ทั้งหมด

ค่าโดยสารสาธารณะ

แม้ผู้ประกอบการรถโดยสารจะเจอต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้นจริง แต่ค่าโดยสารสาธารณะเป็นเรื่องที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของภาครัฐ ไม่ใช่ใครอยากขึ้นก็แปะป้ายขึ้นได้เลย ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมก็ออกมาคุมเข้มค่าโดยสารในช่วงเตรียมรับสงกรานต์อยู่แล้ว สะท้อนว่ากลุ่มนี้มีแรงกดดันแน่ แต่การส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้โดยสารจะช้ากว่าสินค้าที่รัฐไม่กำกับราคาโดยตรง

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ พัสดุออนไลน์

การสั่งของออนไลน์อาจยังไม่แพงขึ้นทันทีทุกแพลตฟอร์ม แต่บริษัทขนส่งเอกชนและผู้ขายจำนวนมากจะต้องทบทวนต้นทุนค่าจัดส่งใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางระยะไกลที่ใช้น้ำมันจำนวนมาก ผู้บริโภคอาจเริ่มเห็นผลในรูปแบบค่าส่งที่แพงขึ้น โปรโมชั่นส่งฟรีหายไป หรือผู้ขายบวกค่าขนส่งแทรกเข้าไปในราคาสินค้าแทน เรียกว่าไม่ได้ขึ้นตรง ๆ ให้ตกใจ แต่แอบหยิบเงินจากกระเป๋าเราทีละนิดแบบไม่ทันรู้ตัว

"เงินเดือนพนักงานแฟลช" 2566 ขนส่ง

สินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ประจำวัน ต้นทุนแฝงพุ่ง

สบู่ ยาสระผม น้ำยาล้างจาน ขนมขบเคี้ยว สินค้าเหล่านี้มีต้นทุนการผลิตที่ซ่อนอยู่สองส่วน ส่วนแรกคือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ผลิตมาจากปิโตรเคมี ส่วนที่สองคือค่ากระจายสินค้าจากโรงงานไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ทั่วประเทศ

ผู้ผลิตรายใหญ่อาจจะพยายามตรึงราคาไว้ช่วงแรกด้วยการทำโปรโมชั่นลดปริมาณสินค้าลง ท้ายที่สุดป้ายราคาสินค้าบนชั้นวางก็จะค่อยๆ ปรับตัวเลขเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนความเป็นจริง บริษัทเอกชนต้องรักษาส่วนต่างกำไรเพื่อรายงานผลประกอบการต่อผู้ถือหุ้น ภาระทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ผู้บริโภคคนสุดท้าย

แต่โชคดี ตอนนี้ภาครัฐกำลังขยายรายการสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคา จากเดิม 8 รายการ เป็น 21 รายการ และเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 รายการเป็น 71 รายการ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ และแชมพูด้วย ดังนั้นผู้บริโภคอาจยังไม่เห็นป้ายราคาเปลี่ยนทันทีในระยะสั้น แต่ผู้ผลิตและค้าปลีกก็จะเริ่มมองหาทางรับมือ เช่น ปรับโปรโมชัน ลดขนาดสินค้า หรือทยอยขยับเมื่อมาตรการรัฐเปิดทาง

ภาพรวมจึงไม่ใช่ “พรุ่งนี้ทุกอย่างแพงหมด” แต่เป็นการเริ่มต้นของแรงกดดันด้านต้นทุนที่ค่อย ๆ วิ่งผ่านห่วงโซ่เศรษฐกิจจากขนส่งไปยังวัตถุดิบ จากวัตถุดิบไปยังร้านค้า จากร้านค้าไปยังผู้บริโภค

ปัจจัยที่ต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้คือ ราคาน้ำมันจะยืนสูงนานแค่ไหน รัฐจะคุมราคาสินค้าได้มากเพียงใด และกำลังซื้อของประชาชนจะรับไหวหรือไม่ เพราะสุดท้ายผู้ประกอบการทุกฝ่ายก็อยู่ในสมการเดียวกัน จะขึ้นราคาก็กลัวลูกค้าหาย จะตรึงราคาก็เสี่ยงกำไรหดจนธุรกิจหอบ

สำหรับคนทั่วไป สัญญาณที่น่าจับตาก่อนใครคือ ค่าขนส่ง ของสดในตลาด อาหารจานเดียว และค่าพัสดุ ส่วนสินค้าควบคุมและค่าโดยสารสาธารณะยังต้องดูท่าทีรัฐอีกชั้น พูดง่าย ๆ คือ คลื่นมาแน่ แต่ไม่ได้ซัดทุกแผงพร้อมกัน

ใครดูงบรายเดือนอยู่ตอนนี้ อาจต้องเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดก่อน นั่นคือค่าเดินทาง ค่าอาหาร และการซื้อของจุกจิกที่เคยกดสั่งแบบไม่คิด ตอนนี้ระบบเศรษฐกิจกำลังคิดแทนเราให้แล้วทุกคลิก

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button