ข่าว

เตือนผู้ใช้รถ! 31 มี.ค. สิ้นสุดมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” เริ่มกวดขัน ดีเดย์ 10 เม.ย.นี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนผู้ขับขี่ 31 มี.ค. 2569 สิ้นสุดมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ เตรียมบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด

วันที่ 25 มี.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 โดยในด้านการจราจร ให้มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน บังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชนเป็นสำคัญ

ซึ่งปัจจุบัน ศจร.ตร.ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 “เตือนก่อนปรับ” ที่กำลังใช้ปฏิบัติจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ ช่วงนี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของมาตรการดังกล่าว หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่ 2 มีการบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มงวดขึ้น

มาตรการ “เตือนก่อนปรับ” มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และตักเตือนเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องกฎหมายและวินัยจราจร โดยพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM จำนวน 196,028 ครั้ง ซึ่งหลังพ้นระยะตักเตือนในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ตำรวจจราจรจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

พล.ต.อ.สำราญฯ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยร่วมกัน

โพสต์ข้อความจากเพจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
FB/ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

10 ข้อหาหลัก สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

  1. ขับขี่ขณะเมาสุรา
  2. ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
  3. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร
  4. แซงในที่คับขัน
  5. ขับรถย้อนศร
  6. ไม่พกพาใบขับขี่
  7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
  8. ไม่สวมหมวกกันน็อก
  9. ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย
  10. ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Suriyen J.

นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button