
ปูนซีเมนต์ขึ้น 5.6% อุปกรณ์ไฟฟ้าพุ่ง 2.3% ขณะรัฐปล่อยดีเซลทยอยขึ้นถึง 33 บาท/ลิตร ทำไมต้นทุนก่อสร้างบ้านในไทยกำลังเปลี่ยน มี.ค. 69
เคยสงสัยมั้ยครับ ว่าราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นอยู่ทุกวันนี้ มันไปเกี่ยวอะไรกับบ้านที่คุณอยากสร้าง วันที่ 18 มีนาคม 2569 ปตท. (OR) กับบางจากประกาศขึ้นราคาน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ 95-91 ขึ้น 1 บาทต่อลิตร ดีเซลขึ้น 50 สตางค์ หลังหมดมาตรการตรึงราคา 15 วันของรัฐบาล คนส่วนใหญ่ก็คิดแค่ว่า เติมน้ำมันแพงขึ้น จบ แต่ถ้าคุณกำลังคิดจะสร้างบ้านอยู่ มันไม่ได้จบแค่นั้นหรอกครับ
น้ำมันแพง ส่งแรงถึงบ้านอย่างไร?
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ รถบรรทุกที่ขนปูนซีเมนต์จากโรงงานมายังหน้างานก่อสร้างคุณ ใช้ดีเซล รถที่ขนเหล็กเส้นมาวางไว้ให้ช่าง ใช้ดีเซล เครื่องจักรที่ผสมคอนกรีต ใช้ดีเซล แม้แต่โรงงานที่ผลิตปูนซีเมนต์ ก็ใช้พลังงานในกระบวนการผลิตทั้งสิ้น
นั่นแปลว่าทุกครั้งที่น้ำมันขึ้น ต้นทุนก็วิ่งทะลุผ่านระบบทั้งหมด มันไม่ได้หยุดอยู่แค่ปั๊ม ผู้บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) บอกตรงๆ ว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นกระทบต่อปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักคิดเป็น 50% ของต้นทุนการผลิตรวม ปูนแพง ของทุกอย่างที่ใช้ปูนก็พลอยแพงไปด้วย
ดัชนีวัสดุก่อสร้าง ก.พ. 69 ตัวเลขจริงบอกอะไร
กระทรวงพาณิชย์ เพิ่งออกตัวเลขมาเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมาครับ ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 105.4 สูงขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ดูเหมือนเล็กน้อยก็จริงแต่ต้องแตกเป็นรายหมวดถึงจะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น หมวดซีเมนต์ขึ้นไป 5.6% จากปีก่อน อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาขึ้น 2.3% ตามราคาทองแดงและอลูมิเนียมในตลาดโลก ผลิตภัณฑ์คอนกรีตขึ้น 1.7% เพราะวัตถุดิบทั้งซีเมนต์ หิน ทรายล้วนแพงขึ้น
แล้วก็มีหมวดที่ถูกลงด้วยนะครับ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 1.6% เพราะจีน อินเดีย เวียดนามผลิตเหล็กเกินความต้องการโลก ทำให้ราคาถูกลง สุขภัณฑ์ลดลง 2.8% กระเบื้องลดลง 0.4% แต่ที่น่ากังวลไม่ใช่ตัวเลข ก.พ. 69 ครับ ที่น่ากังวลคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไตรมาส 2

ผู้ผลิตวัสดุกำลังจะปรับราคา มีเวลาอีกแค่ 2 เดือน
บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร บอกชัดเจนว่า ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ได้แจ้งปรับราคาขึ้น 40% ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 และคาดว่าราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างโดยรวมจะปรับขึ้น 5–20% โดยสต็อกในราคาเก่ารองรับได้อีกแค่ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น
ถ้าคุณยังไม่ได้เซ็นสัญญาก่อสร้าง หรือยังไม่ได้ล็อกราคาวัสดุ หมายความว่ายังมีเวลาอยู่บ้าง แต่ถ้าปล่อยผ่านไปเรื่อย ๆ สัญญาที่เซ็นหลังจากนั้น อาจใช้ราคาวัสดุชุดใหม่ที่แพงขึ้นไปแล้ว
นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) บอกว่าธุรกิจรับสร้างบ้านกำลังเผชิญภาวะช็อกต้นทุนจากสองทาง
ทางแรกคือวัตถุดิบในการผลิตวัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศเริ่มขาดแคลน หลังเส้นทางขนส่งบางส่วนได้รับผลกระทบจากพื้นที่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ทางที่สองคือค่าขนส่งโลจิสติกส์ที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ต้นทุนจากโรงงานมายังหน้างานก่อสร้างขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เองก็ประเมินว่าต้นทุนอาจพุ่งขึ้น 10–15% และตั้งเป้ามูลค่าตลาดรวมปีนี้ไว้ที่ 1.9 แสนล้านบาทเท่าปีก่อน ซึ่งถือว่าไม่ได้หวังเติบโตแล้ว แค่ประคองไม่ให้หดเท่านั้น
แล้วในฐานะคนที่อยากมีบ้าน สรุปแล้วควรทำอะไร?
สนค. ประเมินว่าดัชนีวัสดุก่อสร้างเดือน มี.ค. 69 น่าจะทรงตัว เพราะยังมีแรงหนุนจากโครงการภาครัฐและการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. เมื่อ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งอาจช่วยให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวในระยะสั้น
แต่ “ทรงตัว” ในเดือนนี้ ไม่ได้แปลว่าราคาบ้านไม่เปลี่ยน เพราะผู้ผลิตกำลังถือสต็อกวัสดุราคาเก่าไว้อยู่ พอหมดสต็อก ราคาใหม่ก็เข้ามาแทนทันที
ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชี้ว่าปัจจัย 3 ตัวจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาบ้านในช่วงที่เหลือของปีนี้ นั่นคือราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และต้นทุนพลังงาน ซึ่งทั้งสามตัวล้วนมีแนวโน้มปรับขึ้นพร้อมกัน
ในโลกการเงิน มีคำพูดหนึ่งที่ฟังดูธรรมดา แต่จริงมากครับ “ราคาที่ถูกที่สุดของวันพรุ่งนี้ คือราคาของวันนี้”
สำหรับคนที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน การล็อกราคาวัสดุและเซ็นสัญญาก่อนไตรมาส 2 อาจเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่ทำได้ตอนนี้ ไม่ใช่เพราะตื่นตระหนก แต่เพราะตัวเลขบอกแบบนั้นครับ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รายได้ เซลล์ขายบ้าน คอนโด เงินดีไหม เจาะค่าคอมอสังหาฯ ทักษะปั้นยอดทะลุเป้า
- ทองคำผันผวน นักลงทุนแห่ซบ ‘อสังหาฯ’ กินกำไรมั่นคงกว่าในระยะยาว
- ราคาน้ำมันวันนี้ 18 มี.ค.69 เช็ก 5 ปั๊มใหญ่ ขึ้นกี่บา
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





