ข่าว

ภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรืออุ้มลูกร้อเก้อ-ไม่ได้พบสามี จนท.ไม่แจ้งรายละเอียด

ภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรือมยุรีนารี อุ้มลูกรอเก้อ สุดท้ายไม่ได้พบสามี คาใจเกิดอะไรขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ไม่ยอมแจ้งรายละเอียด

จากกรณีลูกเรือมยุรีนารี 20 ชีวิตที่ถูกช่วยเหลือออกมาจากเรือหลังถูกโจมตี บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายทั้งยี่สิบรายออกจากเมืองคาซับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางไปยังกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน โดยมีสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ดูแลใกล้ชิด ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการเลี้ยงอาหารค่ำก่อนที่จะส่งตัวทั้ง 20 คน ขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกรุงมัสกัตเมื่อเวลา 22.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น และกำหนดถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 06.17 น. วันนี้ (16 มี.ค.) โดยมีรายงานว่า บริษัทเจ้าของเรือได้แจ้งว่าพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการเดินทางของลูกเรือทั้งหมด

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. บรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประตูที่ 8 อ้างอิงข้อมูลจากข่าวสด น.ส.เบส อายุ 32 ปี ภรรยานายนพดล ลูกเรือมยุรีนารี อุ้มลูกชาย วัย 1 ขวบ 3 เดือน มารอรับสามี แต่ปรากฏว่า เธอต้องรอเก้อเพราะไม่ทราบว่าสามีไปพักที่โรงแรมไหนซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ชี้แจงกับครอบครัวที่มารอรับเลย

น.ส.เบส เปิดเผยว่า เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 05.00 น. เพื่อมารอรับสามี เนื่องจากสามีบอกว่าต้องการพบหน้าลูก หากไม่พาลูกมาก็ไม่ต้องเดินทางมาที่สนามบิน อย่างไรก็ตามเมื่อเครื่องบินเดินทางมาถึงกลับไม่ได้พบสามีตามที่คาดไว้ และไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น

เธอมองว่า ทางเจ้าหน้าที่ควรมีการชี้แจงข้อมูลให้ญาติทราบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่ให้พบ หรือแผนการนำตัวลูกเรือไปยังสถานที่ใด เพื่อให้ครอบครัวสามารถเดินทางไปพบได้ พร้อมตั้งคำถามว่า “ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ให้เจอสามี สามีตัวเองไม่ใช่อาชญากร”

น.ส.เบสยังเล่าว่า เมื่อมาถึงสนามบินได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามารอรับสามี แต่กลับไม่มีการจัดสถานที่ให้รอหรือให้ข้อมูลใด ๆ

ต่อมามีเจ้าหน้าที่เข้ามาสอบถามว่า เป็นญาติของลูกเรือหรือไม่ โดยไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทหรือสนามบิน พร้อมแนะนำให้ไปยืนรอที่รถบัส เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสื่อมวลชนจำนวนมาก แต่ภรรยาของลูกเรือชี้แจงว่า เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงไม่สะดวกไปยืนรอที่รถบัส อีกทั้งยังมีครอบครัวอื่นที่มารอรับลูกเรือแต่ไม่ได้รับข้อมูลเช่นเดียวกัน

ต่อมาสามีได้ส่งข้อความสั้น ๆ มาว่า “ขึ้นรถบัสแล้วน่าจะไม่ได้ออกมาหาแล้ว” ก่อนจะขาดการติดต่อไป ทำให้ขณะนี้ไม่ทราบว่า จะต้องไปที่ใดต่อพร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ให้ลูกเรือได้พบครอบครัวทั้งที่ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ส่วนการเยียวยา ฝ่ายของภรรยาบอกว่า ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากทางบริษัท ก่อนหน้านี้สามีเคยทำงานไม่ครบสัญญาทำให้ได้รับค่าตอบแทนไม่ครบ ต้องนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และหวังว่าการไปทำงานครั้งนี้จะครบสัญญาและได้รับเงินเต็มจำนวน แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นก่อนจึงต้องการคำชี้แจงที่ชัดเจนจากบริษัท พร้อมย้ำว่า ครอบครัวของตนก็ถือเป็นผู้ประสบภัย ไม่ได้ต้องการเรียกร้องเกินเหตุ แต่ต้องการความชัดเจนในการดำเนินการต่อไป

น.ส.เบส ยอมรับไม่แน่ใจการออกมาให้สัมภาษณ์จะส่งผลกระทบต่อสามีหรือไม่ โดยสามีเพิ่งลงเรือเมื่อวันที่ 5 ก.พ. เพื่อไปรับสินค้าจากประเทศอินเดียไปส่งยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นสัญญาแรกของงานดังกล่าว และเมื่อไปถึงก็ทราบว่า มีสถานการณ์ไม่ปกติจึงได้พูดคุยกันว่าสามารถหยุดงานได้หรือไม่

สามีระบุว่า สามารถหยุดและขึ้นฝั่งไปพักโรงแรมได้แต่จะไม่ได้รับค่าตอบแทน ทั้งนี้ น.ส.เบส ผู้เป็นภรรยายืนยันว่า จะยังคงรออยู่ที่สนามบินจนกว่าจะทราบว่าสามีถูกพาตัวไปที่ใด เนื่องจากต้องการพาลูกชายไปพบพ่อ และหากยังไม่ได้รับความชัดเจน อาจเดินทางไปสอบถามที่บริษัทโดยตรงต่อไป

ขอบคุณคลิปจาก : ไทยพีบีเอส

ภาพเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกสินค้าเรียงรายอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ถ่ายจากเมืองคอร์ฟักกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2026
(AP Photo/Altaf Qadri)

เพิ่มเติมข้อมูลจาก เช้านี้ที่หมอชิตของช่อง 7 จนถึงวันนี้เข้าสู่วันที่ 5 หลังจากเรือมยุรี นารี ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจนถึงตอนนี้หลายฝ่ายกำลังพยายามช่วยเหลือ 3 ลูกเรือคนไทยที่ยังติดอยู่ภายใน และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับ นายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน

โดย นายสีหศักดิ์ฯ ได้ขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนภารกิจการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ “มยุรี นารี” พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ตอนนี้ครอบครัวของทั้ง 3 ชีวิต กำลังรอคอยข่าวดี ท่ามกลางกระแสข่าวในช่องแคบฮอร์มุซว่า ทางการอิหร่านประกาศบอกว่า เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดอยู่ และเรือที่เป็นมิตรกับอิหร่านสามารถแล่นได้ตามปกติ ส่วนเรือที่เป็นของศัตรูจะไม่ให้เดินทางผ่าน.

(AP Photo/Altaf Qadri)
เรือบรรทุกน้ำมัน Shenlong Suezmax ที่ติดธงชาติไลบีเรีย บรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ ถูกถ่ายภาพที่ท่าเรือมุมไบ ประเทศอินเดีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2026 (AP Photo/Rafiq Maqbool)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button