
ค่าเงินดอลลาร์วันนี้ 9 มี.ค. 69 ธนาคารกสิกรไทยคาดสัปดาห์ 9–13 มี.ค. บาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30–32.10 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลาง 4 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ราคาทองโลก และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ค่าเงินดอลลาร์วันนี้ 9 มีนาคม 2569 สัปดาห์ที่สองของมีนาคมเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ที่น่าจับตา หลังค่าเงินบาทอ่อนลงอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากแรงหนุนหลายทิศ ทั้งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย และราคาน้ำมันที่ยืนสูง ทำให้ตลาดต้องลุ้นกันว่าสัปดาห์นี้บาทจะยืนหยัดได้แค่ไหน
อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB วันที่ 9 มีนาคม 2569
- USD/THB (ตลาดกลาง): ~32.14 บาท/ดอลลาร์
- ราคา Bid / Ask: 31.750 / 31.910
- ช่วงราคาวันนี้: 31.635 – 32.010
- ปิดวันศุกร์ 6 มี.ค.: 31.94 บาท/ดอลลาร์
- ช่วง 52 สัปดาห์: 30.850 – 35.005
(อ้างอิง : Investing.com USD/THB — ข้อมูล real-time อาจเปลี่ยนแปลงระหว่างวัน)
ค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่อนค่าสุดรอบเกือบ 3 เดือน
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 31.95 บาทในระหว่างสัปดาห์ เทียบกับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ก.พ.) นั่นหมายความว่าเพียงสัปดาห์เดียว บาทอ่อนค่าไปแล้วกว่า 86 สตางค์
ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ระดับ 31.30–32.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน 4 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก
ดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ไหนตอนนี้ : มองผ่านดัชนี DXY
DXY คือดัชนีที่วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก ได้แก่ ยูโร เยน ปอนด์ ดอลลาร์แคนาดา โครนาสวีเดน และฟรังก์สวิส
ดอลลาร์สหรัฐมุ่งหน้าสู่ผลกำไรรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ขณะที่สกุลเงินในเอเชียส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มขาดทุนรายสัปดาห์จากความขัดแย้งอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.13% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 1.21% นับจากเดือนที่แล้ว
สงครามตะวันออกกลาง กดดันดอลลาร์อย่างไร?
เหตุการณ์ทางทหารในตะวันออกกลางส่งผลต่อดอลลาร์ใน 2 ทิศทางที่ขัดกัน ซึ่งนักลงทุนต้องทำความเข้าใจ เมื่อเกิดวิกฤติด้านภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนทั่วโลกมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือเงินสดสกุลดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสกุลเงินหลักของโลก
หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 7% ในขณะเดียวกัน ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วกลับเป็นแรงกดดันฝั่งตรงข้าม
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวผลักดันราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทบางส่วน
ราคาน้ำมันพุ่ง กระทบดอลลาร์และบาทอย่างไร?
นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสู่ระดับ 80–100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการเตือนห้ามเดินเรือจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
สำหรับประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมีผลกระทบ 2 ทาง คือเพิ่มต้นทุนการนำเข้า ทำให้ต้องซื้อดอลลาร์มากขึ้นเพื่อชำระค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นแรงกดดันให้บาทอ่อนค่า และยังส่งผ่านไปสู่เงินเฟ้อในประเทศด้วย
ความเสี่ยงจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอาจผลักดันราคาพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในฐานะประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ
ติดตามค่าเงินบาทแบบ real-time ได้ที่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สหรัฐฯ เพิ่ม “ไทย” เข้าบัญชีประเทศ “ต้องจับตามอง” เหตุอาจแทรกแซงค่าเงิน
- ราคาน้ำมันวันนี้ 6 มี.ค. 69 ลุ้นปั๊มประกาศปรับราคา หลังตลาดโลกพุ่งแรง ทะลุ 83 เหรียญ
- ราคาทองวันนี้ 9 มี.ค. 69 เปิดตลาดครั้งที่ 2 รูปพรรณ พุ่งแรง 78,100 บาท
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





