ด่วน อิหร่านทะเลเพลิง ถล่มคลังน้ำมันเตหะราน ควันดำพิษปกคลุมเมือง

ระทึกตะวันออกกลาง! อิหร่านจ่อตั้ง “ผู้นำสูงสุด” คนใหม่ ท่ามกลางทะเลเพลิงคลังน้ำมันเตหะราน ขณะที่สงครามลามทั่วภูมิภาค
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ขยายวงกว้างจนส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ทั้งเลบานอน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองภายในของอิหร่านที่กำลังเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งสำคัญ
อิหร่านเคาะชื่อ “ผู้นำสูงสุด” คนใหม่ ท้าทายคำขู่อิสราเอล
มีรายงานว่า สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลงในการเลือกบุคคลที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้นำสูงสุด” คนใหม่ แทนที่อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
สมาชิกสภาฯ ระบุว่าขณะนี้รอเพียงการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้กองทัพอิสราเอลจะออกมาขู่กวาดล้างและพุ่งเป้าโจมตีผู้สืบทอดตำแหน่งทุกคนก็ตาม
คลังน้ำมันเตหะรานถูกถล่ม ควันดำพิษปกคลุมเมือง
ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงของสหรัฐฯ และอิสราเอล มุ่งเป้าไปที่คลังน้ำมันในจังหวัดเตหะรานและอัลบอร์ซ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรงและมีควันดำทะมึนปกคลุมทั่วท้องฟ้ากรุงเตหะรานจนชาวเมืองระบุว่า “เหมือนดวงอาทิตย์หายไป”
นอกจากความหวาดกลัวต่อเสียงระเบิดแล้ว ประชาชนยังกังวลเรื่องสารเคมีปนเปื้อนในอากาศและฝุ่นผงสีดำที่ตกลงมาพร้อมกับฝน ทำให้มีการส่งต่อคำแนะนำให้สวมหน้ากาก N95 และหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน ขณะเดียวกัน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศก็ถูกจำกัดอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตนี้ ชาวเมืองเตหะรานบางส่วนระบุว่า พวกเขายอมเสี่ยงตายจากลูกระเบิด ดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกปราบปรามในเรือนจำของรัฐบาล
ต่อมาอิหร่านเอาคืน ถล่มโรงผลิตน้ำจืดในอ่าวอาหรับ ยิงขีปนาวุธโจมตีข้ามประเทศ โดยพุ่งเป้าไปที่ “โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล” ในประเทศบาห์เรน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับล้านในภูมิภาคทะเลทราย โดย รมว.ต่างประเทศอิหร่านอ้างความชอบธรรมว่า สหรัฐฯ เป็นผู้สร้างบรรทัดฐานนี้ก่อน จากการทิ้งระเบิดใส่โรงผลิตน้ำจืดของอิหร่านบนเกาะเกชม

ไฟสงครามลาม “คูเวต-ยูเออี-เลบานอน”
ผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอิหร่าน แต่ยังลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไ
-
เลบานอน
การปะทะระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรง กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 394 ราย (รวมถึงเด็ก 83 ราย และผู้หญิง 42 ราย) โรงพยาบาลในพื้นที่ตอนใต้ต้องรับมือกับผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ท่ามกลางคำสั่งอพยพของกองทัพอิสราเอล
-
คูเวต
เกิดเหตุโดรนอิหร่านพุ่งชนอาคารสถาบันประกันสังคมใจกลางคูเวตซิตี้ในช่วงข้ามคืน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่บนตึกระฟ้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงไว้ได้
-
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
กระทรวงมหาดไทยประกาศเตือนภัยภัยคุกคามจากขีปนาวุธและสั่งให้ประชาชนหาที่หลบภัย แม้ถนนหนทางในดูไบจะยังคงมีการสัญจร แต่ก็เงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเมื่อวันก่อนมีโดรนตกใกล้สนามบินดูไบ และมีเศษซากขีปนาวุธตกใส่รถยนต์จนทำให้ชาวปากีสถานเสียชีวิต 1 ราย ส่งผลให้สายการบิน Oman Air ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังหลายประเทศในอ่าวอาหรับจนถึงวันที่ 15 มีนาคม

อิสราเอลอ้างความชอบธรรม – ทูตอิหร่านเตือนอังกฤษ
ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซอก ของอิสราเอล ออกมาปกป้องปฏิบัติการทางทหาร โดยอ้างว่าอิหร่านกำลังเร่งซ่องสุมขีปนาวุธวิถีโค้งกว่า 20,000 ลูก และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อิสราเอลจึงมี “ความชอบธรรมอย่างเต็มที่” ในการป้องกันตนเอง
ด้าน นายซาอิด อาลี มูซาวี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหราชอาณาจักร ได้ออกมาเตือนรัฐบาลอังกฤษให้ระมัดระวังอย่างยิ่งยวด และอย่าเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านโดยตรง มิฉะนั้นอิหร่านจะใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตอบโต้เช่นกัน
นอกจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางแล้ว ยังมีรายงานเหตุลอบวางระเบิดขนาดเล็กบริเวณด้านหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งแม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ตำรวจคาดว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





