Xiaomi ส่งหุ่นยนต์ทดลองงาน โรงงานรถยนต์ไฟฟ้า ปั๊มยอดผลิตทุก 76 วินาที
เสียวหมี่ (Xiaomi)ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากจีน เริ่มทดสอบการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่พัฒนาขึ้นเองในโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อยกระดับประสิทธิผลการผลิต เผยผลลัพธ์น่าทึ่ง หุ่นยนต์ 2 ตัวทำงานเสร็จถึง 90% ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง พร้อมย้ำเป้าหมายในอนาคตต้องการให้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ในบางส่วนและปฏิบัติภารกิจที่มนุษย์ทำไม่ได้
ลู่ เหว่ยปิง (Lu Weibing) ประธานบริษัทเสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดเผยในการสัมภาษณ์ที่งานโมบาย เวิลด์ คองเกรส ที่เมืองบาร์เซโลนาของสเปน ถึงความคืบหน้าในการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ในสายการผลิตจริง โดยพวกมันไม่ได้เข้ามาเพื่อเดินโชว์ตัว แต่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ทั้งการติดตั้งน็อตและการเคลื่อนย้ายวัสดุในโรงงานอีวี (EV)
สำหรับผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง ! เพราะหุ่นยนต์เพียง 2 ตัวสามารถจัดการเนื้องานที่ได้รับมอบหมายได้ถึง 90% ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การทำให้หุ่นยนต์ขยับได้เหมือนมนุษย์ แต่คือการทำให้มัน “เดินตามจังหวะ” ของสายพานการผลิตให้ทัน
รายงานจากซีเอ็นบีซี (CNBC) ของสหรัฐฯ ระบุ ในวันที่ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น “หุ่นยนต์เหล่านี้” คือ จิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาอุดช่องว่างและทำงานที่ยากลำบากเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ในระยะยาว แม้ปัจจุบันเสียวหมี่จะยังไม่เปิดขายหุ่นยนต์wไซเบอร์วัน (CyberOne) อย่างเป็นทางการ แต่นี่คือสัญญาณเตือนว่าค่ายเทคโนโลยีจากจีนกำลังเร่งเครื่องอย่างหนัก



สมรภูมิหุ่นยนต์ “จีนปะทะสหรัฐฯ”
ไม่ใช่แค่เสียวหมี่ เท่านั้น เพราะคู่แข่งอย่าง เอ็กซ์เผิง (XPeng) และออเนอร์ (Honor) ต่างก็กำลังซุ่มพัฒนาหุ่นยนต์ของตัวเองเพื่อชิงเค้กในตลาดที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยเหตุนี้สมรภูมิการผลิตรถยนต์ในอนาคตจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องยนต์หรือแบตเตอรี่ แต่คือการวัดกันที่ว่า “สมองกล” ของใครจะฉลาดและรวดเร็วกว่ากัน
และในฐานะเด็กฝึกงานรุ่นแรก หุ่นยนต์ของเสียวหมี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกมันพร้อมจะเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นพนักงานประจำในไม่ช้า
ขณะเดียวกันความคืบหน้าการใช้งานหุ่นยนต์ในสหรัฐฯ ข้อมูลปี 2569 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าพ่อเทสลา (Tesla) ประกาศใช้โรงงานในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นฐานการผลิตหุ่นยนต์ ออพติมัส (Optimus) โดยปัจจุบันหุ่นยนต์รุ่นนี้ได้ถูกส่งลงทำงานจริงในโรงงานของเทสลาเองเพื่อเรียนรู้ภารกิจพื้นฐานผ่านการสังเกตการณ์มนุษย์ และมีแผนจะเริ่มการผลิตจำนวนมาก ภายในปีนี้
เช่นเดียวกับ “หุ่นยนต์ Digit” ของ “Agility Robotics” บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับโลกจากเมืองลุงแซม ซึ่งถือเป็นฮิวแมนนอยด์รุ่นแรกที่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง โดยบริษัทชั้นนำอย่าง อเมซอน (Amazon), จีเอ็กซ์โอ โลจิสติกส์ (GXO Logistics) และล่าสุดบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง แคนาดา ได้ทำข้อตกลงนำ “Digit” ไปช่วยงานด้านโลจิสติกส์และคลังสินค้า เช่น การยกและเคลื่อนย้ายกล่องสินค้าแล้ว
ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกจะมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ และจีนจะเป็นสองมหาอำนาจหลักที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ ส่วนรูปแบบการให้บริการนั้น เริ่มเปลี่ยนไปสู่รูปแบบ “Robots-as-a-Service (RaaS)” โมเดลธุรกิจ “ให้เช่าหุ่นยนต์” หรือให้บริการหุ่นยนต์แบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการบำรุงรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์ ทำให้บริษัทต่างๆ สามารถนำหุ่นยนต์ไปใช้ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในครั้งเดียว.




อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิดคลิปอึ้ง จีนโชว์หุ่นยนต์กังฟู 2026 จัดกระบวนท่าครบชุด เคลื่อนไหวราวจอมยุทธ์จริง
- บริษัทจีน เปิดตัว Moya หุ่นยนต์สาวคลายเหงา ผิวสัมผัสเหมือนมนุษย์
- ข่าวดี รพ.ธรรมศาสตร์ ใช้หุ่นยนต์ Da Vinci XI ผ่าตัดหัวใจครั้งแรกในไทย
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



