“ตรีนุช” เผยแรงงานในตะวันออกกลางขอกลับประเทศน้อย บินกลับ 7-11 มี.ค.

ตรีนุช เผยแรงงานในตะวันออกกลางขอกลับประเทศไทยน้อย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ กำหนดบินกลับช่วงวันที่ 7-11 มี.ค.
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์แรงงานไทยในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่กำลังเกิดความไม่สงบและมีการสู้รบอย่างต่อเนื่อง ว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทย และคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
จากการประสานข้อมูลเบื้องต้น ขณะนี้มีแรงงานไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยจากหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในส่วนของประเทศอิหร่าน มีผู้แสดงความประสงค์เดินทางกลับประมาณ 50–55 คน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางในช่วงวันที่ 7–11 มีนาคม
ขณะที่แรงงานไทยในประเทศซาอุดีอาระเบีย มีประมาณ 10 คน ที่มีกำหนดเดินทางกลับในช่วงวันที่ 6–11 มีนาคม ส่วนในประเทศอิสราเอล ได้รับแจ้งว่า มีแรงงานไทยประมาณ 23 คน แสดงความประสงค์เดินทางกลับ โดยคาดว่า จะเดินทางในช่วงวันที่ 10 มีนาคม
“การเดินทางกลับของแรงงานไทย จากอิสราเอลในเบื้องต้น คาดว่า จะไม่ได้เดินทางแยกกัน แต่จะเป็นการเดินทางร่วมกับการประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การอพยพกลับประเทศเป็นไปอย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นล็อตแรกที่มีความเร่งด่วน” น.ส.ตรีนุช กล่าว
น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับกรณีที่แรงงานไทยหรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย หากแรงงานไทยหรือคนไทย ในพื้นที่ตะวันออกกลาง มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย รัฐบาล พร้อมให้การสนับสนุน และประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
ซึ่งกระทรวงแรงงาน ได้ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานงานกับทูตแรงงานในพื้นที่ และหน่วยงานด้านแรงงานของไทยในต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ และดูแลแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า กระทรวงแรงงานยังได้มอบหมายให้สำนักงานแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายเจ้าหน้าที่แรงงานในพื้นที่ ทำหน้าที่ประสานงานกับครอบครัวของแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว
เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร ให้ข้อมูลข่าวสาร และสร้างความมั่นใจแก่ครอบครัวของแรงงานได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการดำเนินการในลักษณะ 2 ทาง คือ การประสานงานกับแรงงานไทยในต่างประเทศผ่านทูตแรงงาน และการประสานกับครอบครัวในประเทศไทยผ่านสำนักงานแรงงานจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
เมื่อถามถึงสาเหตุที่แรงงานประสงค์กลับประเทศน้อย น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า แรงงานไทยส่วนใหญ่ที่ไปทำงานในประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะใน อิสราเอล มักทำงานในภาคเกษตรและก่อสร้าง ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ที่มีการสู้รบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางทหาร จึงทำให้แรงงานไทยยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากนัก และจำนวนผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับยังอยู่ในระดับไม่สูง
กระทรวงแรงงาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้ กรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือแรงงานไทยได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “ตรีนุช” แสดงความเสียใจแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล เตรียมนำร่างกลับ
- แรงงานไทยในอิสราเอล อาบน้ำยังไม่เสร็จ ใส่ผ้าถุงวิ่งหนีตายเข้าบังเกอร์
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





