
ปิดดีลประวัติศาสตร์! Netflix ถอนตัว ปล่อย Paramount คว้า Warner Bros. ไปครองด้วยมูลค่าทะลุแสนล้านดอลลาร์
ลอสแอนเจลิส – ศึกชิงนางแห่งวงการฮอลลีวูดได้บทสรุป สตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix ตัดสินใจโบกมือลาข้อเสนอซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery เปิดทางให้คู่แข่งอย่าง Paramount Skydance ปิดดีลประวัติศาสตร์นี้ไปได้ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 3.88 ล้านล้านบาท
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ (ตามเวลาท้องถิ่น) บอร์ดบริหารของ Warner Bros. ได้ตัดสินใจว่าข้อเสนอล่าสุดจาก Paramount ที่ราคา 31 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เป็นข้อเสนอที่เหนือกว่า อย่างชัดเจน ส่งผลให้ Netflix ต้องกลับมาทบทวนและออกแถลงการณ์ถอนตัวในที่สุด
“ดีลที่เราเจรจาไว้แต่แรกสามารถสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นและมีแนวทางที่ชัดเจนในการผ่านการอนุมัติจากรัฐ อย่างไรก็ตาม เรายึดมั่นในวินัยทางการเงินเสมอมา เมื่อพิจารณาจากราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อเกทับข้อเสนอล่าสุดของ Paramount Skydance ดีลนี้ก็ไม่ได้ดึงดูดใจในแง่ของการลงทุนอีกต่อไป เราจึงขอปฏิเสธที่จะเสนอราคาสู้” — แถลงการณ์จาก Netflix
ปฏิกิริยาของตลาด หุ้นของ Netflix พุ่งขึ้นถึง 13% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours) สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต่างพอใจที่บริษัทไม่ยอมจ่ายแพงเกินจริง ในขณะที่หุ้นของ Warner Bros. ร่วงลงเนื่องจากหมดหวังที่จะเห็นสงครามการเสนอราคา (Bidding War) ส่วนหุ้นของ Paramount ยังคงทรงตัว
ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม Netflix เคยบรรลุข้อตกลงซื้อสตูดิโอและธุรกิจสตรีมมิ่งของ Warner Bros. ในราคา 8.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมหนี้สิน) แต่ Paramount ภายใต้การนำของซีอีโอหนุ่ม เดวิด เอลลิสัน (David Ellison) ไม่ยอมแพ้ และเปิดฉากสู้ทุกวิถีทาง เอลลิสันบินตรงไปวอชิงตันหลายครั้งเพื่อล็อบบี้หน่วยงานกำกับดูแลและนักการเมือง รวมถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ข้อเสนอล่าสุดได้รับการค้ำประกันเงินทุนส่วนตัวกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์จาก แลร์รี เอลลิสัน (Larry Ellison) ผู้เป็นพ่อ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Oracle และเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก
Paramount ยอมจ่ายเงิน 2.8 พันล้านดอลลาร์ให้ Warner Bros. เพื่อนำไปชดเชยเป็นค่าฉีกสัญญาให้แก่ Netflix และเตรียมควักอีก 7 พันล้านดอลลาร์จ่ายชดเชย หากสุดท้ายดีลนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ
ดีลของ Paramount ในครั้งนี้เป็นการกว้านซื้อทั้งบริษัท รวมถึงเครือข่ายเคเบิลทีวีของ Warner Bros. อย่าง CNN และ TNT ด้วย ต่างจาก Netflix ที่สนใจเฉพาะธุรกิจสตูดิโอภาพยนตร์และสตรีมมิ่ง
แม้ค่ายหนังเก่าแก่อย่าง Paramount และ Warner Bros. จะพยายามปั้นบริการสตรีมมิ่งของตัวเองมาตลอด แต่ก็ยังขาดฐานสมาชิกจำนวนมากเมื่อเทียบกับ Netflix ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานจ่ายเงินทั่วโลกกว่า 325 ล้านราย การควบรวมกันครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ในการรวมพลังสู้เพื่อความอยู่รอด ในยุคที่สถานีโทรทัศน์แบบดั้งเดิมกำลังสูญเสียทั้งผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณาไปอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รีแมตช์หยุดโลก! ฟลอยด์ vs ปาเกียว ภาค 2 คอนเฟิร์มตะบันหน้า Netflix ยิงสด
- Netflix โพสต์ภาพ “ไททัน” ร่วมแซวโปสเตอร์ “ลิซ่า” อันใหม่ ททท.
- คิมซอนโฮ พูดได้กี่ภาษา? หลังรับบทล่ามอัจฉริยะในซีรีส์ใหม่ Netflix
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





