ประวัติ อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ตำนานโค้ชรถขนฝัน ผู้ไม่ยอมเกษียณจากฟุตบอลนักเรียน

ปิดตำนานรถขนฝันหมอนทองวิทยา ชวนทำความรู้จัก ประวัติ-เส้นทางอาฃีพของ อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ครูพลศึกษาผู้ไม่ยอมให้อายุมาพรากฟุตบอลไปจากชีวิต
ถ้าจะอธิบายภาพของ อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายที่สุด เขาคือครูพลศึกษารุ่นใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวไวรัล รถขนฝัน โค้ชผู้พาทีมฟุตบอลของโรงเรียนเล็ก ๆ อย่างโรงเรียนหมอนทองวิทยา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ไต่เต้าทะลุทะลวงจนถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD จนทำกระแสให้แฟนบอลเข้าไปเชียร์จนแน่นสนามศุภชลาศัย
จากเด็กสุพรรณบุรี สู่ยอดโค้ชลูกหนังขาสั้น
อ.สกล เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีความชื่นชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มฉายแววความสามารถในช่วงที่เรียนมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขาเป็นนักฟุตบอลที่มีระเบียบวินัย เล่นได้หลายตำแหน่ง และมักได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเพื่อดูแลรุ่นน้อง หลังจากจบมัธยม เขาเลือกเดินตามเส้นทางกีฬาโดยเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในเอกพลศึกษา
เมื่อเรียนจบ อ.สกล เริ่มต้นชีวิตข้าราชการครูพลศึกษา และก้าวเข้าสู่โลกของฟุตบอลนักเรียนอย่างเต็มตัว โรงเรียนแรกที่เขาเริ่มรับบทบาทโค้ชคือ โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ คลองเตย จากนั้นเขาย้ายไปคุมทีมโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ซึ่งสื่อมักขนานนามทีมนี้ว่า “สิงห์ปากน้ำ”
ต่อมาเขาสร้างผลงานชิ้นโบแดงที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี โดยพาทีมทะลุเข้าชิงชนะเลิศได้ถึง 5 ครั้ง และคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 3 สมัย จุดเด่นของเขาไม่ได้มีเพียงฝีมือการวางหมากคุมทีม แต่คนในวงการยังจดจำเขาในภาพลักษณ์ของ “ครูที่ทุ่มเทให้เด็ก” อย่างแท้จริง

วัยเกษียณที่ไม่ยอมพัก และกำเนิดตำนาน “รถขนฝัน”
คำว่า “วัยเกษียณ” ไม่ได้ทำให้ไฟในตัวของ อ.สกล มอดลง ช่วงก่อนเกษียณ เขาเคยถูกตั้งคำถามจากโรงเรียนเดิมว่าจะคุมทีมต่อหรือไม่ แต่เขาตัดสินใจว่าชีวิตหลังเกษียณขอเพียงแค่ได้ทำฟุตบอลต่อไป เขาเริ่มต้นก้าวใหม่ด้วยการไปเป็นโค้ชจิตอาสาที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 46 จังหวัดชัยนาท เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รับเงินเดือน ก่อนที่จะย้ายมารับตำแหน่งที่โรงเรียนหมอนทองวิทยา
โรงเรียนหมอนทองวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นทีมขวัญใจมหาชนจากเรื่องราวของ “รถขนฝัน” อ.สกล ใช้รถส่วนตัวซึ่งเป็นรถสองแถวแบบไม่มีแอร์ ขับพานักกีฬาเดินทางข้ามจังหวัดไปแข่งขันด้วยตัวเองท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณ ในวันแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระดับประเทศเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 อ.สกล รับหน้าที่เป็นคนขับรถ 6 ล้อขนฝันออกจากหน้าโรงเรียน โดยมีตำรวจทางหลวงช่วยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางเข้าสู่กรุงเทพฯ
แม้ผลการแข่งขันในวันนั้น อบจ.ชัยนาท จะเอาชนะ หมอนทองวิทยา ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 แต่ภาพลักษณ์ของโค้ชที่สวมบทบาทโชเฟอร์ขับรถพาลูกศิษย์ไปไล่ล่าความฝันได้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ศิลปินชื่อดังอย่าง แบงค์ ปรีติ ยังได้โพสต์เล่าย้อนความทรงจำว่า อ.สกล เป็นคนขับรถพาเด็กๆ ไปแข่งด้วยตัวเองมาตั้งแต่ยุคอดีตแล้ว ล่าสุดเขายังพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในรายการเมืองไทย มาดามคัพ 2026 อีกด้วย
สัญญาณอำลา และก้าวต่อไปของชายผู้มีฟุตบอลในหัวใจ
ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 อ.สกล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เซียนSports” ทางเพจ CH7 HD SPORT ว่าเขามีแนวโน้มที่จะอำลาทีมหมอนทองวิทยาหลังจบปีการศึกษานี้ เขาระบุเหตุผลว่าทำงานที่นี่มาครบ 3 ปีแล้ว และกำลังพูดคุยหารือกับโรงเรียนแห่งใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากสนามศุภชลาศัยราว 50 กิโลเมตร
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับการเปิดใจของเขาผ่านเพจ วันนี้ที่แปดริ้ว ซึ่งเขายืนยันว่าจะยุติสัญญากับชมรมกีฬาหมอนทองวิทยาอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมนี้ แต่เขายืนยันหนักแน่นว่าจะยังคงมุ่งมั่นทำทีมฟุตบอลนักเรียนส่งเข้าแข่งขันต่อไปอย่างแน่นอน ปัจจุบันเขากำลังพิจารณาข้อเสนอจากหลายสถาบันที่ทาบทามเข้ามา ทั้งทีมในต่างจังหวัดและในพื้นที่ฉะเชิงเทราเช่นเดิม ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีนักกีฬาย้ายสังกัดติดตามไปที่ใหม่ด้วยหรือไม่นั้น เขาปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของตัวเด็กและผู้ปกครอง
ในขณะเดียวกัน โลกโซเชียลมีเดียยังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า อ.สกล อาจกำลังเตรียมเบนเส้นทางไปสู่การคุมทีมระดับอาชีพ โดยอาจรับหน้าที่เป็นกุนซือให้กับทีมดังทีมหนึ่งในลีกอาชีพโซนตะวันออก
ไม่ว่าสถานีต่อไปของรถขนฝันคันนี้จะไปจอดที่ใด ตำนานของครูพลศึกษาผู้ทุ่มเทชีวิตให้วงการฟุตบอลนักเรียนไทย จะยังคงเป็นที่กล่าวขานและเป็นแรงบันดาลใจไปอีกนานแสนนาน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พารู้จัก หมอนทองวิทยา-อ.สกล โค้ชขับรถสองแถวมาแข่ง ล้มทีมยักษ์ ทะลุเข้ารอบชิง
- ไม่ถึงฝัน “หมอนทองวิทยา” โดนราชวินิตบางแก้วพลิกแซง ตกรอบรองฯ ทวารวดีเกมส์
- ชาวเน็ตส่งกำลังใจ “น้องแต๊งกิ้ว” แข้งเบอร์ 14 ทีมหมอนทอง ป่วยกะทันหัน ต้องนอนรพ.
ข้อมูลจาก : FB/วันนี้ที่แปดริ้ว, ไทยรัฐ, วาทะ ลูกหนัง -Football Quotes-
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





