ข่าวการเมือง

“หยก” สวนนักเขียนดัง ยันไม่ใช่แก๊งทะลุวัง ลั่นส้มไม่เคยโหน พวกที่โหนคุณนั่นแหละ!

ยาวหน่อยแต่ควรอ่านให้จบ หยก ธนลภย์ อดีตเยาวชนนักกิจกรรม โต้นักเขียน ปฏิพล อภิญญาณกุล หลังโพสต์ร่ายยาวมองว่าหลุดพ้นวงจรการเมืองสีส้ม ยันตนเองเป็นนักกิจกรรมอิสระ ไม่เคยถูกใครหลอกใช้ พร้อมเปิดแผนอนาคตมุ่งหน้าคว้าใบปริญญา

วงการนักเขียนและนักเคลื่อนไหวร้อนระอุรับต้นปี เมื่อ “หยก ธนลภย์” อดีตเด็กสาวผมสีชมพูที่เคยเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ออกมาฉะหน้าหงายใส่นักเขียนชื่อดังที่พยายามสวมบทผู้ใหญ่ใจดีเล่าเรื่องราวการ “กลับตัว” ของเธอเสียใหม่จนเจ้าตัวรับไม่ได้

เหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 69 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul โพสต์ข้อความร่ายยาวถึงอนาคตของ “หยก” เขาบรรยายว่าหยกเกือบจะพบความหายนะเพราะกลุ่มคนสีส้ม และยกย่องว่าปัจจุบันหยกพาตัวเองหลุดพ้นมาได้แล้ว เขาระบุว่าหยกกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากที่ผ่านมาเธอหลงเชื่อคำยุยงปลุกปั่นจนเกือบกลายเป็นอาวุธทางการเมืองให้กับผู้ใหญ่ในชุดสีส้ม

ปฏิพลยังขุดอดีตสมัยหยกอยู่ชั้นมัธยมปลาย เขาเปรียบเทียบพฤติกรรมของหยกกับกลุ่มเรดการ์ด ในประเทศจีนที่ถูกผู้ใหญ่หลอกใช้จนแผ่นดินวุ่นวาย เขาอ้างว่าหยกเคยเป็นเด็กเรียนดีแต่ต้องเสียคนเพราะเข้าแก๊ง “ทะลุวัง” จนต้องเผชิญคดี มาตรา 112 และเจ้าหน้าที่ส่งตัวไปอยู่ที่บ้านปรานีถึง 51 วัน นอกจากนี้เขายังเขียนเชิงจิกกัดไปถึงกลุ่มการเมืองที่หนุนหลังม็อบว่า ปล่อยให้เด็กติดคุกแต่ลูกหลานตัวเองกลับเดินเล่นอยู่ต่างประเทศ

ทว่า หนังคนละม้วนเริ่มขึ้นตรงนี้ เมื่อหยกตัวจริงเข้าไปคอมเมนต์โต้กลับนักเขียนดังแบบไม่ไว้หน้า เธอประกาศชัดเจนว่าสิ่งที่ปฏิพลเขียนนั้น “ไม่เป็นความจริง” หยกยืนยันว่าเธอไม่เคยเป็นสมาชิกแก๊งทะลุวังแต่อย่างใด หลังจากเธอออกจากกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ เธอก็ทำงานในฐานะนักกิจกรรมอิสระมาโดยตลอด หยกมองว่าสื่อต่างหากที่พยายามป้ายสีและยัดเยียดชื่อกลุ่มให้เธอเอง

เรื่องที่ปฏิพลอ้างว่า “พรรคส้ม” เข้ามาโหนกระแสเธอนั้น หยกซัดกลับอย่างเจ็บแสบ ! ฝ่ายที่พยายามเขียนถึงเธอนี่แหละที่เป็นคนโหนกระแสเสียเอง เธอปฏิเสธว่า ไม่มีใครหลอกใช้เธอได้ ปัจจุบันเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ด้วยการเรียนผ่านระบบ กศน. จนจบมัธยมปลาย และกำลังมุ่งมั่นกับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามที่ปรากฏในข่าว

หยกโต้กลับวาทกรรม "ถูกหลอกใช้" ยืนยันสถานะนักกิจกรรมอิสระ ท่ามกลางการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ภาพ @Facebook

ด้านปฏิพลรีบออกมาชี้แจงในเวลาต่อมา เขายืนยันว่าเขียนบทความนี้ด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจที่เห็นหยกเติบโตในเส้นทางที่ดี เขามองว่าหยกมีความคิดบริสุทธิ์แต่ถูกคนบางกลุ่มนำไปใช้เป็นเครื่องมือ และเขายินดีที่หยกจะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากชาวเน็ตไม่ให้เข้าไปคอมเมนต์ด่าทอเด็กสาวรายนี้

หยกตอกกลับนักเขียนดัง ปมหลุดพ้นวงจรสีส้มและข้อหาถูกหลอกใช้
ภาพ @Facebook

บทสรุปของเรื่องนี้จึงกลายเป็นบทเรียนราคาแพงให้เหล่านักเขียนที่ชอบมโนเรื่องราวขึ้นเอง เพราะเจ้าของเรื่องเขายังมีตัวตนและพร้อมสวนหมัดกลับทุกเมื่อหากข้อมูลคลาดเคลื่อน แถมล่าสุดหยกออกมาตอกกลับแบบม้วนเดียวจบ สรุปสาระสำคัญ 12 ข้อที่พิสูจน์ว่ามุมมองของผู้ใหญ่คนดังนั้น “ผิดฝาผิดตัว” ดังนี้

  1. ไม่ได้หลุดพ้นเพราะไม่เคยติดบ่วง หยกยันว่าเธอไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเกือบ “ชิบหาย” และไม่เคยถูกใครหลอกใช้ ทุกอย่างที่ทำมาจากสมองและหัวใจของตัวเอง
  2. ไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง ปฏิเสธเรื่อง “ผู้ใหญ่ชุดสีส้ม” บงการ หยกย้ำว่าทุกการกระทำคือเจตนารมณ์ของเธอเองร้อยเปอร์เซ็นต์
  3. เป็นคนรั้นมาแต่เด็ก หยกเล่าว่าเธอเถียงกับครูเรื่องระเบียบรองเท้ามาตั้งนานแล้ว ความเอาแต่ใจนี้แหละที่ทำให้ไม่มีใครมาชักจูงเธอได้ง่าย ๆ พร้อมย้ำว่าไม่เคยเคลื่อนไหวในนาม “ทะลุวัง”
  4. ศึกษาประวัติศาสตร์เอง ความรู้เรื่องการเมืองมาจากการอ่านและคิดวิเคราะห์ ไม่ได้มาจากข้อมูลหลอกลวงของใคร ถ้าถูกหลอกจริงคงไม่ยอมติดคุกจนผิวพังและเสียอิสรภาพ
  5. เรียนดีด้วยตัวเอง ผลสอบเข้า ม.4 ติดอันดับ 8 ออกมาก่อนจะเข้าบ้านปรานี และเธอมีพื้นฐานการเรียนที่ดีมาตลอด ไม่ใช่เพิ่งมาเรียนเก่งเพราะ “กลับตัว”
  6. ปฏิบัติตามกฎมอบตัว หยกยืนยันว่าไปมอบตัวตามระเบียบ แต่โรงเรียนกลับเอาตำรวจมาเฝ้า พร้อมย้ำว่าไม่เคยอยากเป็นวีรสตรี และเพื่อนในห้องหลายคนก็อยากใส่ชุดไปรเวทเหมือนเธอ
  7. หยุดเพราะเบื่อความวุ่นวาย คำว่า “ยุติบทบาท” ไม่ได้แปลว่าสำนึกผิด แต่เป็นเพราะเบื่อที่คนเข้ามาวุ่นวายชีวิตส่วนตัว และอาจกลับมาทำกิจกรรมอีกเมื่อไรก็ได้
  8. ไม่เคยหลงผิด เมื่อไม่เคยหลงผิด จึงไม่มีคำว่า “กลับตัว” ในพจนานุกรมของเธอ
  9. พึ่งพาตัวเองเป็นหลัก หยกไม่กังวลเรื่องการจ้างงานในอนาคต เพราะเธอมั่นใจในไอเดียและมีครอบครัวที่ซัพพอร์ตให้มีความสุข ไม่ได้หวังให้เธอเป็นเสาหลักหาเงินเลี้ยงใคร
  10. ไม่เอาชีวิตไปเทียบกับใคร ใครจะไปเรียนต่างประเทศหรือดื่มไวน์ก็เรื่องของเขา หยกมีจุดยืนของตัวเองและไม่เคยรู้สึกสมเพชตัวเองตามที่นักเขียนคนนั้นมโน
  11. รู้จักตัวเองดีที่สุด ไม่ต้องใช้คำว่า “สำนึก” เพราะเธอรู้ดีว่าทำอะไรลงไปและต้องพัฒนาตรงไหน ไม่ต้องรอให้ใครมาสอนเรื่องอนาคต
  12. มีค่าในตัวเอง ไม่ใช่ดินเหนียว หยกฟาดทิ้งท้ายว่าเธอมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว ไม่ใช่ดินเหนียวที่ใครจะหยิบมาปั้นแต่งเรื่องราวให้เธอดู “พลาด” หรือ “ผิด” เพื่อสนองความเชื่อของตัวเอง

ปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง
แฟ้มภาพ
หยกเปิดศึกนักเขียนดัง ปมความสัมพันธ์ทางการเมืองและความทะเยอทะยานในอนาคต
ภาพ @TheThaiger

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button