การเงินเศรษฐกิจ

เงินฌาปนกิจ ไม่ใช่เงินออม จ่ายช่วยจัดงานศพ ไม่มีกำไร ไม่ตายไม่ได้คืน

ในสังคมไทย เวลาจัดงานศพ จะคุ้นเคยกับคำว่า “ฌาปนกิจสงเคราะห์” เรามักได้ยินพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่บอกว่าต้องเอาเงินไปจ่ายค่าฌาปนกิจศพทุกเดือน หรือบางครั้งก็มีการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนสำหรับข้าราชการ แต่ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเสมอคือ การมองว่าการจ่ายเงินส่วนนี้คือ “การออมเงิน” รูปแบบหนึ่ง เมื่อถึงเวลาหนึ่งจะได้เงินก้อนนั้นคืนมาพร้อมผลตอบแทน หรือคิดว่าเหมือนการทำประกันชีวิตที่บริษัทประกันดูแล

ความจริงแล้ว เงินฌาปนกิจ ไม่ใช่เงินออม

หลักการพื้นฐานที่สุดของฌาปนกิจสงเคราะห์คือแนวคิด “เพื่อนช่วยเพื่อน” หรือการ “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” ไม่ใช่การลงทุนเพื่อแสวงหากำไร มันคือการตกลงกันของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งว่าจะช่วยเหลือกันเรื่องงานศพเมื่อมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตลง

สมาชิกทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่จะช่วยกันออกเงินคนละเล็กละน้อย เพื่อรวบรวมเป็นเงินก้อนใหญ่มอบให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตสำหรับใช้จัดงานศพและเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียน

หัวใจสำคัญอยู่ที่คำว่า “สงเคราะห์” แปลว่าการช่วยเหลือเกื้อกูล เงินที่เราจ่ายไปในแต่ละเดือนหรือแต่ละปีนั้น ไม่ได้ถูกนำไปเก็บสะสมไว้ในบัญชีส่วนตัวของเราเหมือนเงินฝากธนาคาร

แต่มันถูกนำไปจ่ายทันที ให้กับทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิตในช่วงเวลานั้นๆ เงินก้อนนี้จึงเดินทางออกจากกระเป๋าเราไปสู่ครอบครัวผู้สูญเสียโดยตรง ผ่านตัวกลางคือสมาคมฌาปนกิจ

กลไกการเก็บเงินที่ต่างจากเบี้ยประกัน

ความแตกต่างสำคัญที่ต้องรู้คือ วิธีการคำนวณเงินที่ต้องจ่าย ในระบบประกันชีวิต บริษัทประกันจะคำนวณเบี้ยประกันคงที่ โดยประเมินความเสี่ยงจากอายุและเพศ แต่ระบบฌาปนกิจใช้วิธีเก็บตามจริง เรียกเก็บเมื่อมีคนตาย

ในอดีต เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต คณะกรรมการหมู่บ้านหรือสมาคมจะเดินเก็บเงินจากสมาชิกทีละบ้านตามจำนวนศพที่เกิดขึ้นจริง หากเดือนไหนไม่มีใครตาย สมาชิกก็ไม่ต้องจ่ายเงิน หากเดือนไหนมีคนตายมาก สมาชิกก็ต้องจ่ายมากตามไปด้วย

ปัจจุบัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ หลายสมาคมใช้วิธีเก็บเงินล่วงหน้าเป็นรายปี หรือหักผ่านบัญชีธนาคาร โดยประเมินตัวเลขคร่าวๆ ว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตกี่คน แล้วจึงมาคำนวณหักลบกันทีหลัง หากเงินเหลือก็จะยกยอดไปปีหน้า หรือหากเงินขาดก็จะเรียกเก็บเพิ่ม วิธีนี้ทำให้ดูเหมือนเราจ่ายเบี้ยประกันคงที่ แต่เนื้อแท้แล้วมันยังคงผันแปรตามจำนวนผู้เสียชีวิตจริงอยู่ดี

เงินฌาปนกิจ ไม่ใช่เงินออม ไม่งอกเงย ถ้าไม่ตาย ไม่ได้คืน

สาเหตุหลักที่ห้ามมองว่าเงินฌาปนกิจคือเงินออม เพราะเงินออมคือสินทรัพย์ที่เราเป็นเจ้าของ เงินต้นยังอยู่และอาจมีดอกเบี้ยงอกเงย แต่เงินฌาปนกิจคือ “ค่าใช้จ่าย” ที่จ่ายแล้วหายไปเลย แลกกับการได้รับความช่วยเหลือเมื่อถึงคราวที่เราเสียชีวิต

ถ้าคุณส่งเงินฌาปนกิจมานาน 20 ปี แล้ววันหนึ่งคุณตัดสินใจลาออก หรือขาดส่งเงินติดต่อกันจนพ้นสภาพสมาชิก เงินที่คุณจ่ายไปทั้งหมดตลอด 20 ปีนั้นจะกลายเป็นศูนย์ทันที คุณไม่มีสิทธิเรียกร้องขอคืนเงินที่จ่ายไปแล้ว เพราะเงินเหล่านั้นไม่ได้ถูกเก็บไว้รอคืนคุณ แต่มันถูกนำไปมอบให้ครอบครัวของคนที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นหมดแล้ว

นี่คือจุดที่ทำให้หลายคนเสียความรู้สึกเมื่อต้องลาออกจากสมาชิกภาพ เพราะคิดว่าตนเองกำลังถอนเงินออม แต่ความจริงคือคุณแค่หยุดจ่ายเงินช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น

จ่ายเงิน ฌาปนกิจสงเคราะห์ ทบ.
ตัวอย่าง การจ่ายเงิน ฌาปนกิจสงเคราะห์ ทบ.

ความเสี่ยงของระบบฌาปนกิจ

แม้เจตนาของฌาปนกิจสงเคราะห์จะดีงาม แต่ก็มีความเสี่ยงที่ผู้เข้าร่วมต้องพิจารณา

ความเสี่ยงแรกคือจำนวนสมาชิก หากสมาคมใดมีสมาชิกน้อยลงเรื่อยๆ หรือมีแต่สมาชิกผู้สูงอายุและไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสมัครเพิ่ม จะเกิดภาวะคนตายน่าจะมากกว่าคนจ่าย ทำให้เงินสงเคราะห์ศพที่ทายาทจะได้รับลดน้อยลงเรื่อยๆ จนไม่คุ้มกับเงินที่สมาชิกเดิมจ่ายไป มักเกิดขึ้นกับสมาคมฌาปนกิจในท้องถิ่นที่ลูกหลานย้ายถิ่นฐานออกไปทำงานที่อื่น

ความเสี่ยงต่อมาคือการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส เนื่องจากสมาคมฌาปนกิจมักบริหารโดยคณะบุคคลหรือกรรมการที่อาจไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินระดับมืออาชีพ หรือในบางกรณีอาจเกิดการทุจริต นำเงินสมาชิกไปหมุนเวียนใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิตกลับไม่มีเงินจ่ายให้ทายาทตามที่ตกลงกันไว้ ข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งต่างจากสถาบันการเงินหรือบริษัทประกันที่มีกฎหมายและหน่วยงานรัฐกำกับดูแลเข้มงวดกว่า

ใครบ้างที่เหมาะกับเงินฌาปนกิจ

แม้จะไม่ใช่เงินออมและมีความเสี่ยง แต่ฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ยังเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประโยชน์มากสำหรับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำประกันชีวิตได้

บริษัทประกันชีวิตมักมีเงื่อนไขเข้มงวดในการรับประกันผู้สูงอายุ หรือหากรับก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงมากจนสู้ราคาไม่ไหว แต่ฌาปนกิจสงเคราะห์ส่วนใหญ่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ง่ายกว่า และค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมมักถูกกว่าการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตในวงเงินความคุ้มครองที่เท่ากัน (แม้ความแน่นอนจะน้อยกว่า)

สำหรับคนในชุมชนที่ต้องการหลักประกันว่าเมื่อตนเองจากไป คนข้างหลังจะมีเงินก้อนหนึ่งไว้จัดการงานศพโดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน ฌาปนกิจสงเคราะห์คือทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด มันคือตาข่ายรองรับทางสังคมระดับรากหญ้าที่ช่วยพยุงไม่ให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องล้มละลายจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิกสมาคมฌาปนกิจใดๆ ให้ถามตัวเองก่อนว่าเข้าใจกฎกติกาของมันดีพอหรือยัง คุณยอมรับได้หรือไม่ว่าเงินที่จ่ายไปจะไม่ได้คืนหากคุณยังมีชีวิตอยู่และลาออกกลางคัน และคุณมั่นใจในความมั่นคงของสมาคมนั้นมากน้อยแค่ไหน

การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้รัดกุมขึ้น แยกแยะได้ว่าเงินก้อนไหนคือเงินออมเพื่ออนาคต เงินก้อนไหนคือการป้องกันความเสี่ยง และเงินก้อนไหนคือการช่วยเหลือสังคม เมื่อแยกแยะได้ชัดเจน เราก็จะไม่ต้องมานั่งเสียดายหรือรู้สึกผิดหวังในภายหลัง

เกิดอะไรขึ้น? ยกเลิกสมาคมฌาปนกิจ หลายแห่งทั่วไทย ชาวบ้านหวั่นเงินสูญเปล่า

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Aindravudh

นักเขียนประจำ Thaiger มีประสบการณ์เขียนข่าวมากกว่า 5 ปี จบการศึกษาด้านภาษาและประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความสนใจ ประเด็นความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เจาะประเด็นข่าวทางสังคม ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องแบบย่อยง่าย อย่างงานเขียนสร้างสรรค์ สั้น กระชับ จับทุกประเด็น หัวข้อที่เชียวชาญคือเรื่องไลฟ์สไตล์ เลขเด็ด หวยรัฐบาลไทย หวยลาว ช่องทางติดต่อ vajara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button