
สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์ แวดวงการเงินไม่น้อย หลังผลประกอบการปี 2568 ของแบรนด์บุฟเฟต์มหาชนอย่าง “สุกี้ตี๋น้อย” ถูกเปิดเผยออกมา แม้ตัวเลขยอดขายจะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่บรรทัดสุดท้ายที่ระบุกำไรสุทธิ กลับปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ล่าสุด (17 ก.พ. 2569) ทางเพจเฟซบุ๊กของสุกี้ตี๋น้อยได้ออกมาชี้แจงไขข้อข้องใจถึงตัวเลขงบการเงินดังกล่าวด้วยตัวเอง เพื่ออธิบายให้นักวิเคราะห์และบุคคลทั่วไปได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เม็ดเงินกำไรที่หายไปนั้น แท้จริงแล้วถูกนำไปใช้เป็น “กลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย” และคืนกำไรให้ลูกค้านั่นเอง
เปรียบเทียบผลประกอบการ สุกี้ตี๋น้อย ยอดขายพุ่ง แต่กำไรลดลง
หากกางตัวเลขผลประกอบการย้อนหลัง จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ดังนี้
-
ปี 2567: ยอดขาย 7,075 ล้านบาท | กำไร 1,169 ล้านบาท
-
ปี 2568: ยอดขาย 9,147 ล้านบาท (เติบโตขึ้น 30%) | กำไร 860 ล้านบาท (ลดลง 26%)

3 สาเหตุหลัก ที่ทำให้กำไรลดลง แต่มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด
ทางแบรนด์ได้กางตัวเลขค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนหลักในการจัดโปรโมชัน ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้สัดส่วนกำไรลดลง ประกอบด้วย:
1. ต้นทุนโปรโมชันน้ำรีฟิลฟรี
ทางร้านมีการจัดโปรโมชันให้ลูกค้ารับประทานน้ำรีฟิลฟรีรวมกว่า 5,766,730 หัว (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินต้นทุนที่แบรนด์อุดหนุนให้สูงถึง 223,014,873.90 บาท
2. เสิร์ฟเมนูพิเศษฟรีไม่อั้น
เพื่อดึงดูดลูกค้าและสู้ศึกในตลาดสุกี้ชาบู ตี๋น้อยได้เพิ่มเมนูพิเศษให้ทานฟรีโดยไม่บวกราคาเพิ่ม ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ได้แก่
-
กุ้งแก้วฟรี มูลค่า 63,712,914 บาท
-
หมูกรอบฟรี มูลค่า 48,615,372 บาท
-
เป็ด Tn ฟรี มูลค่า 33,003,327 บาท
3. คืนกำไรสู่สังคม
นอกจากการทำโปรโมชันแล้ว เม็ดเงินอีกส่วนหนึ่งยังถูกนำไปใช้ในหมวดหมู่ของการทำบุญและบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม
ผู้บริโภคต้องเข้าใจว่า กลยุทธ์การทำธุรกิจในสมรภูมิร้านอาหารดุเดือดสุกี้ตี๋น้อยเลือกที่จะยอมเฉือนกำไรต่อหัวลง เพื่อแลกกับการรักษาฐานลูกค้า รักษาอัตราการเข้ามาใช้บริการ (Traffic) และดันยอดขายรวมให้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพราะถ้าดูผลประกอบการหลายปีย้อนหลังจริง จะพบยอดเติบโตในทางบวก
ปี 2568 (คาดการณ์): รายได้ 9,147 ล้านบาท / กำไรสุทธิ 860 ล้านบาท (กำไรลดลง 26% ในรอบ 5 ปีแรก)
ปี 2567: รายได้ 7,075 ล้านบาท / กำไรสุทธิ 1,169 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้รวมประมาณ 5,100 ล้านบาท / กำไรสุทธิประมาณ 907 ล้านบาท
ปี 2565: กำไรสุทธิประมาณ 591 ล้านบาท
ปี 2564: กำไรสุทธิประมาณ 147 ล้านบาท
อ่านข่าวเศรษฐกิจที่น่าสนใจ
- ราคาทองวันนี้ 18 ก.พ. 69 ประกาศครั้งที่ 1 ขายออก 72,600 บาท เปิดตลาดร่วงแรง 350 บาท
- เช็กเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” ใครได้บ้าง หลังอนุทิน เป็นนายกฯ สมัยสอง
- ผู้ประกันตนใจหายวาบ “ประกันสังคม” ปรับระบบใหม่ ยอดเงินชราภาพเหลือ 15 บาท
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





