ดูชัดๆ 7 กตต.เป็นใคร มาจากไหน ? จากมรดกคสช. ไฮบริดขั้วน้ำเงิน
สำหรับ กกต. ยุคปัจจุบัน 3 ใน 7 คน หรือเกือบครึ่งของทั้งหมด ได้ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือที่ถูกมองว่า เสียงข้างมากอยู่ในฝ่ายที่เรียกว่า ‘สีน้ำเงิน’ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้รับเลือกเป็นประธาน กกต. คนใหม่
ผ่านวันปิดหีบมาได้เพียง 2 วัน แต่มหกรรมการหย่อนบัตรเลือกตั้งปี 2569 ของบ้านเราดูท่าว่า ฝุ่นจะยังไม่ทันจาง แต่กลับปรากฏเป็นควันไฟคุกรุ่นขึ้นมาแทนที่ หลังเกิดเสียงเรียกร้องให้ “นับคะแนนใหม่” ดังระงมไปทั่วทุกหัวระแหงบ้างก็ว่า คะแนนเขย่ง บ้างก็ว่า “บัตรดีกลายเป็นเสีย” บัตรเสียกลายเป็นดี
วันนี้ (10 ก.พ.69) เข้าสู่วันที่ 3 ของการรอนับผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ด้วยเหตุนี้จึงอยากชวนพี่น้องมาส่องกล้องดูหน้าค่าตาของ “7 เสือ กกต.” หรือที่เขาเรียกกันขลังๆ ว่า 7 อรหันต์ ผู้กุมชะตาบ้านเมืองชุดนี้เสียหน่อย ว่าท่านเป็นใคร มาจากไหน ทำไมลีลาการจัดการเลือกตั้งถึงได้สะดุดขาตัวเองจนหัวทิ่มหัวตำ ให้ชาวบ้านเขานินทาได้ขนาดนี้

ดูให้ชัดๆ นะครับ ในบรรดา 7 ท่านนี้ แบ่งออกเป็นก๊กเป็นเหล่าที่น่าสนใจเหลือเกิน
กลุ่มแรก “มรดกคสช.” ในชุดลายพรางจำแลง กลุ่มนี้มีอยู่ 4 หน่อ เป็นมรดกตกทอดมาจากยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ของท่านอดีตนายกฯ ลุงตู่ ผู้ซึ่งวางรากฐานไว้แน่นหนาราวกับลงเสาเข็ม
2 ท่านแรก คุณเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ คุณฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ สองท่านนี้ผ่านการประทับตรามาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นสภาที่แต่งตั้งมากับมือทหาร
เลิศวิโรจน์ นั้นอดีตเป็นปลัดเกษตรฯ เคยเป็น สปท. ที่ลุงตู่แกจิ้มเลือกมาเอง
ฐิติเชฏฐ์ นี่น่าสนใจ เพราะเคยเป็นที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นุรักษ์ ประณีต) ผู้ซึ่งมีผลงานโบแดงในการยุบพรรคขั้วตรงข้าม คสช. มานักต่อนัก ใครเห็นชื่อนี้ก็พาลให้นึกถึงประวัติศาสตร์การยุบพรรคที่ผ่านมาไม่ได้
อีกสองท่านต่อมาในกลุ่มนี้ คือ คุณชาย นครชัย และ คุณสิทธิโชติ อินทรวิเศษ มาจากการเลือกของ สว. ชุดแรก (250 สว.) ที่ คสช. แต่งตั้งมากับมือ เรียกว่าเป็นผลผลิตจากต้นไม้ต้นเดียวกัน ผลมันจะหล่นไปไกลต้นได้อย่างไร
กลุ่มสอง “เลือดใหม่ในเงาสีน้ำเงิน” ทีนี้มาดูของใหม่ที่เพิ่งเติมเข้ามา อีก 3 ท่าน ที่เหลือ นี่แหละครับที่เขาเรียกว่า “กกต. ไฮบริด” เพราะมาจากการเห็นชอบของ สว. ชุดปัจจุบัน (ชุดปี 2567)

สว.ชุดนี้มาจากการเลือกกันเองที่แสนจะพิสดาร ที่ชาวบ้านเขาลือกันให้แซ่ดว่า มีการจัดตั้ง มีการฮั้ว จนได้ สว. สาย “สีน้ำเงิน” เข้ามาครองสภา โดยเฉพาะจากบุรีรัมย์ที่แห่กันมาเป็นโขยง จนแทบจะเปิดสภาจังหวัดกันในวุฒิสภาได้
เมื่อที่มาของคนเลือกสว.ถูกครหาว่าอยู่ภายใต้ร่มเงาของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ที่กำลังเรืองอำนาจ แล้วคนที่ถูกเลือกมาเป็น กกต. จะปลอดจากมลทิน หรือพ้นจากข้อกังขาเรื่อง “ความเป็นกลาง” ได้อย่างไร?
เมื่อกรรมการห้ามมวย มาจากค่ายมวยเสียครึ่งค่อน และอีกส่วนก็มาจากผู้มีอุปการคุณที่กำลังหนุนหลังนักมวยฝ่ายหนึ่งอยู่บนเวที แล้วเราจะหวังให้การตัดสินมันบริสุทธิ์ยุติธรรม เหมือนผ้าพับไว้ได้อย่างไร?
ความผิดพลาดในการนับคะแนน ความล่าช้า หรือความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความประมาทเลินเล่อ” แต่มันชวนให้ตั้งคำถามไปถึง “ที่มา” และ “จุดยืน” ของท่านกรรมการทั้ง 7 ว่า ตกลงแล้ว พวกท่านยืนอยู่ข้างความถูกต้อง หรือยืนบังเงาให้ใครกันแน่?
หาก กกต. ชุดนี้ ยังไม่สามารถทำความกระจ่างให้เกิดขึ้น ไม่ยอมเปิดหีบนับคะแนนใหม่ให้สิ้นสงสัย ! ก็อย่าโทษประชาชนเลยที่จะมองการเลือกตั้ง69 นี้ เป็นเพียง “พิธีกรรม” เพื่อสืบทอดและแบ่งปันอำนาจของกลุ่มขั้วเดิม โดยมีท่านเป็นเพียงตรายางประทับรับรอง.
ขอบคุณข้อมูลจาก : ilaw


อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คลิปนาที รองกกต.ชนินทร์ ใบ้กิน เจอคนชลบุรี เขต 1 จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่
- อนุทิน สวน เพื่อไทย เวลาแพ้มีพิรุธทุกที ชี้เลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.
- ย้อนอดีตเลือกตั้งไทยสกปรกที่สุด อุจจาระป้ายหน้าบ้าน ดูผลลัพธ์ได้นับใหม่ไหม
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



