วงจรปิดนาที ครูปอ เข้าห้องการเงิน ใช้ผ้าบัง-เอกสารหาย ก่อนจบชีวิตตัวเอง

พบพิรุธ! ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยนาที ครูปอ ย่องเข้าห้องการเงิน ใช้ผ้าบังกล้อง-เอกสารการเงินหาย ก่อนจบชีวิตตัวเอง
ความคืบหน้า กรณีสามีร้องสื่อ หลังภรรยาซึ่งมีอาชีพเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังถูกผู้อำนวยการเรียกพบ คาดโดนเรียกสอบทุจริตเงินหลักล้านบาท
ล่าสุด 6 ก.พ. 69 สำนักข่าว อมรินทร์ทีวี ได้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดของห้องการเงินภายในโรงเรียน บันทึกภาพเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 69 คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นนาที ครูปอ ย่องเข้าห้องการเงิน ก่อนจะใช้ผ้าที่พกมาด้วยคลุมปิดบังกล้องวงจรปิด หลังจากนั้นพบว่าเอกสารทางการเงินซึ่งเป็นต้นขั้วทะเบียนใบเสร็จรับเงินหายไป

ต่อมา อมรินทร์ทีวี มีรายงานเพิ่มเติมต่อกรณีดังกล่าวว่า “ในวันที่ 26 ม.ค. 69 ผอ.โรงเรียนได้มีเรียกครูปอเข้ามาพบ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าโรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้ครูปอหยุดปฏิบัติติหน้าที่การเงินของโรงเรียน เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเพื่อป้องกันข้อครหาได้มีการเชิญบุคคลภายนอกร่วมสังเกตการณ์ 2 ท่าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งทาง ผอ.โรงเรียนยืนยันว่า ไม่ได้สร้างความกดดัน หรือข่มขู่ ทั้งยังจะช่วยหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน หลังจากนั้น ผอ.โรงเรียนก็ไม่พบครูปออีกเลย
กระทั่งมาทราบข่าวในช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. 69 ว่า ครูปอเสียชีวิตจึงได้รายงานให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ทราบด้วยวาจาก่อน เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นกลายมาเป็นกระแสในโซเชียล หลังจากสารวัตรต้นใช้เฟซบุ๊กของครูปอ และของตนเองโพสต์ข้อความขอความเป็นธรรม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และทัวร์ต่างพากันไปลงที่ ผอ.โรงเรียน”

ขณะที่ทางผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้มีการสอบถามไปยังแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ให้สัมภาษณ์ว่า “ผอ.โรงเรียนคนนี้เพิ่งมารับตำแหน่งได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งระหว่างรับตำแหน่งได้มีผู้ปกครองของนักเรียนได้มาร้องเรียนจ่ายค่าเทอมลูก แต่ไม่ได้รับใบเสร็จ ผอ.โรงเรียนจึงได้มีการตรวจสอบระบบ ซึ่งไม่ปรากฎการชำระเงิน ทางผู้ปกครองยืนยันพร้อมสลิปโอนเงินว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวครูปอไปแล้ว จึงเป็นที่มาของตรวจสอบทั้งหมด
รวมทั้งมีการตรวจสอบย้อนหลังไปด้วยพบว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่การเงินจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาแบบเงินสด ไม่เขียนใบเสร็จรับเงินให้กับนักเรียนในทันทีในวันที่ชำระเงิน เจ้าหน้าที่การเงินจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษา และเงินอื่นๆ แบบเงินสดไว้ในมือ ไม่นำฝากธนาคาร ไม่นำเข้าเซฟ และไม่นำเข้าระบบ จึงทำให้มียอดเงินสะสมค่อนข้างมาก
เจ้าหน้าที่การเงินอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน และผู้ปกครองในการรับชำระค่าบำรุงการศึกษาผ่านธนาคารของตนเอง และไม่มานำส่งเงินต่อวัน มีการใช้ใบเสร็จข้ามเล่มไม่เรียงเลข ประกอบกับการลงวันที่ในใบเสร็จฉบับจริง และสำเนาไม่ตรงกัน และไม่ติดตามนักเรียนที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา และเงินอื่นๆ นำเงินส่งเข้าระบบล่าช้า ทำให้ระบบการบัญชีล่าช้าไม่เป็นปัจจุบัน
ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้มีหนังสือคำสั่งลงวันที่ 26 ม.ค. 69 ให้มีการเปลี่ยนแปลงครูปฏิบัติติหน้าที่การเงิน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบเงินบำรุงการศึกษาของทางโรงเรียนจนถึงปัจจุบัน รวม 3 ปีการศึกษา พบว่าเงินหายไปทั้งหมด 5 ล้านบาท”
เบื้องต้นทาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ กำลังทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อยู่ ในส่วนของผอ.โรงเรียนนั้น ถูกเด้งออกจากตำแหน่งแล้วตามที่ได้มีข่าวนำเสนอไป เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้สอบสวนข้อเท็จจริงเต็มที่จนกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ ผอ.จึงมีสิทธิ์ในการลาได้ในช่วงนี้
สรุปดราม่า “ครูปอ” จบชีวิต แฟนแฉถูกบีบเรื่องเงิน-ผอ.โต้ “กลัวความผิด” สั่งย้ายแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สามีร้องสื่อ “ครูปอ” จบชีวิตตัวเอง อ้างถูก ผอ. บีบงานทางการเงิน
- ผอ.โรงเรียนเชียงใหม่ อ้าง “ครูปอ” น้อยใจ-กลัวความผิด เลือกจบชีวิตตัวเอง
- สรุปดราม่า “ครูปอ” จบชีวิต แฟนแฉถูกบีบเรื่องเงิน-ผอ.โต้ “กลัวความผิด” สั่งย้ายแล้ว
อ้างอิงจาก : amarintv
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





