“เต้” ชี้แจงต่อ “กกต.” ยันไม่ได้เพ้อเจ้อ สวนนโยบายแก้จนก็ทำไม่ได้

เต้ มงคลกิตติ์ เข้าชี้แจงต่อ กกต. ยันไม่ได้เพ้อเจ้อ เป็นพื้นฐานทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ โต้นโยบายแก้จนก็ทำไม่ได้ หากใช้มาตรฐานเดียวกัน พรรคอื่นควรโดนด้วย
จากกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ อาจจะงานเข้าหลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่านโยบายบางอย่างของพรรคที่มีการหาเสียงต่อสาธารณะอาจจะผิดกฎหมาย หรือเป็นไปไม่ได้ จึงมีหนังสือถึงพรรคต้นสังกัดคือพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานกกต.ไปตรวจสอบว่านโยบายใดบ้างเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
โดยนายมงคลกิตติ์ ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการเคลื่อนไหวของ กกต. พร้อมกล่าวว่า ตนตัดสิทธิ์ กกต. และลูกหลานญาติพี่น้องด้วย จะไม่ให้ไปอวกาศ และจูราสสิค พาร์ค ที่จะสร้าง 4 แห่ง พี่จะไม่ให้เข้าทั้งตระกูล ไปบอก กกต. ด้วย อย่าขัดขวางนโยบายไดโนเสาร์ และเดินทางเข้าชี้แจงกับทาง กกต. นั้น
ล่าสุด พี่เต้ ให้สัมภาษณ์ยืนยันหนักแน่นว่าทุกอย่างคิดบนพื้นฐานความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ พร้อมชี้แจงถึงกระบวนการยื่นนโยบายต่อ กกต. ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ทันกรอบเวลา 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อเลี่ยงโทษปรับวันละ 10,000 บาท ซึ่งขณะนี้มีหลายพรรคดำเนินการล่าช้า อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายละเอียดนโยบายนั้น กฎหมายกำหนดให้ระบุเพียงวงเงินงบประมาณที่จะใช้ แต่ไม่ได้บังคับให้แจกแจงที่มาของรายได้โดยละเอียดในขั้นตอนนี้ ทำให้นโยบายที่ต้องใช้งบประมาณสูงยังสามารถนำเสนอเข้าสู่ระบบได้
ส่วนประเด็นที่สังคมมองว่านโยบายมีความเป็นแฟนตาซีเกินจริง เช่น การไปอวกาศ หรือการแก้กฎหมายครอบครัว นายมงคลกิตติ์ ยกตรรกะในฐานะที่เคยเป็นครูสอนฟิสิกส์มาอธิบายว่า การนำเสนอวิสัยทัศน์ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หากเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องโกหก กกต. ย่อมต้องใช้อำนาจระงับยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นเอกสารแล้ว แต่การที่นโยบายผ่านการรับรองมาได้ แสดงให้เห็นว่าในทางเทคนิคและหลักการนั้นสามารถทำได้จริง ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังตั้งคำถามกลับไปยังพรรคการเมืองอื่นที่เคยบริหารประเทศ โดยยกตัวอย่างนโยบายในอดีต เช่น การประกาศจะทำให้คนไทยหายจน นโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หรือการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเจ้าตัวตั้งข้อสังเกตว่ามีการโฆษณาชวนเชื่อมานาน แต่ในทางปฏิบัติกลับทำได้ไม่ครบถ้วนหรือทำไม่ได้เลย หากใช้มาตรฐานเดียวกัน พรรคเหล่านั้นควรถูกดำเนินคดีฐานหลอกลวงประชาชนหรือไม่ แตกต่างจากนโยบายของตนที่เป็นการวางวิสัยทัศน์ระยะยาว
สำหรับนโยบายบุกอวกาศที่เป็นเป้าโจมตีหลัก นายมงคลกิตติ์ ขยายความว่า ไม่ใช่ความคิดที่เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นการสานต่อโครงการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ริเริ่มไว้ผ่านกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ในการสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ โดยตนเพียงมองไกลไปกว่านั้นคือการขยายเป้าหมายจากดวงจันทร์ไปสู่ดาวอังคารและดาวเคราะห์อื่นในระบบสุริยะ เพื่อสร้างเศรษฐกิจอวกาศ หารายได้จากการขายเทคโนโลยีดาวเทียมและการขนส่ง ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับมหาอำนาจโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย กำลังดำเนินการ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “พี่เต้” นัดชุมนุมที่ กกต. ท้าต่อย “แสวง” ต่อให้ใช้มือเดียว วิดพื้นให้ก่อนด้วย
- สรุปดราม่า “พี่เต้” ของขึ้น ท้าต่อย “คุณแสวง” กกต. ปมนโยบายซื้อแมนยู-ไดโนเสาร์
- “พี่เต้” ส่องานเข้า! กกต. ชี้นโยบายพรรค อาจฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





