นางแบบดัง หย่าสามีเพราะ “เจ้าโลกใหญ่เท่าโค้ก 3 กระป๋องต่อกัน” ฝ่ายชายฉุนขาดฟ้องกลับกู้ชื่อเสียง

อินฟลูฯ สาว เปิดใจหลังหย่าสามี เพราะ “เจ้าโลกใหญ่เท่าโค้ก 3 กระป๋องต่อกัน” ทำชีวิตคู่ 7 ปีพังลาย ฝ่ายชายฉุนขาดฟ้องกลับฐานทำลายชื่อเสียง
กำลังเป็นคดีความที่ทำวงการบันเทิงและกีฬาต้องสะเทือน เมื่อ เฮลีย์ เบย์ลี อินฟลูเอนเซอร์สาวระดับโกลบอลที่มีฐานแฟนคลับกว่า 30 ล้านคน ออกมาเปิดใจแฉสาเหตุที่ตัดสินใจหย่าร้างกับ แม็ตต์ คาลิล อดีตผู้เล่น NFL ร่างยักษ์ ทั้งที่แต่งงานอยู่กินกันมานานถึง 7 ปี
เฮลีย์ เบย์ลี เผยว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับสามีต้องเดินมาถึงทางตัน มาจากขนาด ‘เจ้าโลกอันมหึมา’ ของอดีตสามี แม็ตต์ คาลิล ที่มันใหญ่โตชนิดที่ว่า ‘เหมือนเอากระป๋องน้ำอัดลมมาวางต่อกัน 2-3 กระป๋อง’ ด้วยขนาดอันมโหฬารนั้นเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อชีวิตคู่ ทำให้เธอตัดสินใจขอแยกทางในปี 2022
อย่างไรก็ตาม ทางด้านอดีตสามีร่างยักษ์ แม็ตต์ คาลิล ไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกเปิดโปงความลับอยู่ฝ่ายเดียว ล่าสุดเขาได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีกับอดีตภรรยา เฮลีย์ เบย์ลี เรียบร้อยแล้ว โดยแม็ตต์มองว่า การนำเรื่องราวส่วนตัวที่มีความล่อแหลมและละเอียดอ่อนมาป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ เป็นการเจตนาทำลายภาพลักษณ์และเกียรติยศของเขาอย่างรุนแรง และเรียกร้องค่าเสียหายจากอดีตภรรยาเป็นเงินมากถึง 75,000 ดอลลาร์ หรือราว 2,300,000 บาท

ขณะเดียวกัน ทีมทนายของ เฮลีย์ เบย์ลี ออกมาโต้แย้งในทันทีหลัง อดีตสามียื่นฟ้อง โดยระบุว่า คำพูดของเบย์ลีซึ่งเป็นลูกความของพวกเขานั้นไม่ใช่การหมิ่นประมาท แต่เป็นการ ‘แสดงความชื่นชมในความยิ่งใหญ่’ เท่านั้น พร้อมทั้งร้องขอให้ศาลยกฟ้อง โดยอ้างสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามกฎหมาย
ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ท่ามกลางการเฝ้าจับตาของคนทั่วโลกว่า บทสรุปของคดีที่คาบเกี่ยวระหว่างเสรีภาพในการพูดและความเป็นส่วนตัวบนเตียงนอนจะจบลงอย่างไร หากมีความคืบหน้าทีมข่าว เดอะไทยเกอร์ จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หนุ่มกระซวกแทง “เจ้าโลก” คู่ขาจนขาดเละ แค้นข่มขืนลูกสาว รุนแรงจนเลือดออก
- หนุ่มอังกฤษ “เจ้าโลกใหญ่ที่สุดในโลก” เปิดใจคืนเสียพรหมจรรย์สุดโหด ต้องเข้าโรงพยาบาลทันที
- หนุ่มสุดช้ำ เจ้าโลกบวม ไม่แข็งตัว เหตุเพราะมีเซ็กซ์ผิดท่า ต้องผ่าตัดห้ามใช้งาน 3 เดือน
อ้างอิงจาก : siamsport, complex, IG nypostsports
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



