ไล่ออก ปลัดจังหวัดสงขลา เซ่นคดีทุจริตสวนปาล์มฯ สมัยนั่งนายอำเภอ

กรมการปกครองมีคำสั่ง ไล่ออก ปลัดจังหวัดสงขลา เซ่นคดีทุจริตสวนปาล์มฯ สมัยนั่งนายอำเภอวังวิเศษ
กรมการปกครอง ได้มีคำสั่งลงโทษไล่ นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งปลัดจังหวัดสงขลา ออกจากราชการ อาศัยอำนาจตามมติคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568
สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายวรพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง (ก่อนจะย้ายมาดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดสงขลา) ในกรณีทุจริตเงินรายได้จากสวนปาล์มน้ำมันของอำเภอวังวิเศษ โดยนำเงินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
ภายหลังการชี้มูลความผิด สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัยตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำ จนนำไปสู่มติลงโทษไล่ออกจากราชการในที่สุด
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาจากการไต่สวนเบื้องต้นแล้วมีมติว่า พฤติการณ์ของนายวรพันธุ์ถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ในฐานความผิดดังต่อไปนี้:
-
ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
-
ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
-
ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ ด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
-
ฐานอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
-
ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต
-
ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ฉาวอีก ตำรวจใหญ่โดนไล่ออก ล่าแต้มลูกน้องหญิง บังคับมีเซ็กซ์ตอนทำงาน
การกระทำเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 82 (1) (2) และ (3) ประกอบมาตรา 85 (1) (4) และ (7) และมาตรา 83 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรณีทุจริตเงินรายได้จากสวนปาล์มน้ำมันของอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง โดยนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
สำหรับข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ปรากฏดังนี้: เดิมกรมธนารักษ์ได้อนุญาตให้กรมการปกครองครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ พื้นที่ตำบลวังมะปรางเหนือ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เนื้อที่รวม 154 ไร่ 1 งาน 74 ตารางวา เพื่อใช้เป็นศูนย์ราชการอำเภอวังวิเศษ ที่ว่าการอำเภอ และบ้านพักข้าราชการ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 นายอำเภอในขณะนั้นเล็งเห็นว่า พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณด้านข้างที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ ซึ่งติดกับบ้านพักนายอำเภอยาวไปจรดเทศบาลตำบลวังวิเศษ เนื้อที่ประมาณ 20 กว่าไร่ ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ จึงได้ปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงสาธิตเกษตรและปลูกต้นปาล์มน้ำมันจำนวนประมาณ 400 ต้น โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการและมิได้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ราชพัสดุ
กระทั่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ (ผู้ถูกกล่าวหา) ได้เดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอวังวิเศษ และเข้ามาบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว โดยมอบหมายให้อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อำเภอวังวิเศษ ซึ่งทำหน้าที่หน้าห้องนายอำเภอ เป็นผู้ดูแลจัดการ
กระบวนการคือ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและขายผลปาล์มน้ำมันได้แล้ว จะนำเงินรายได้มามอบให้กับนายวรพันธุ์ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงประมาณกลางปี 2560 มีการเก็บผลปาล์มเฉลี่ย 15–20 วันต่อครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 6,000–10,000 บาทต่อครั้ง เมื่อคำนวณรายได้รวมตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ปี จะมีวงเงินประมาณ 200,000–300,000 บาท
นายวรพันธุ์ ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า นำเงินรายได้ดังกล่าวไปใช้จ่ายในการดูแลสวนปาล์มน้ำมัน ได้แก่ ค่าปุ๋ยบำรุงต้น 39,000 บาท, ค่าคนงานใส่ปุ๋ย 1,500 บาท และค่าจ้างคนงานตัดหญ้า/ตัดทางปาล์ม 15,000 บาท รวมเป็นเงิน 55,500 บาท อีกทั้งยังนำไปใช้จัดกิจกรรมต่างๆ ของอำเภออีก 70,000 บาท รวมยอดเงินที่ชี้แจงได้ทั้งสิ้น 125,500 บาท
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเงินส่วนต่างคงเหลืออีกประมาณ 74,500–174,500 บาท ซึ่งไม่ปรากฏพยานหลักฐานแน่ชัดว่านายวรพันธุ์นำไปใช้จ่ายในกิจการใดของอำเภอหรือทางราชการ และไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้
พฤติการณ์พบว่า นายวรพันธุ์เป็นผู้เก็บเงินรายได้ไว้เพียงผู้เดียว โดยไม่มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หรือหลักฐานการเบิกจ่ายเพื่อให้ตรวจสอบได้ในภายหลัง นอกจากนี้ ในขณะที่นายวรพันธุ์ดำรงตำแหน่งนายอำเภอวังวิเศษ ได้มีหนังสือลงวันที่ 14 ธันวาคม 2558 แจ้งเวียนให้อำเภอตรวจสอบการใช้ที่ราชพัสดุว่ามีการจัดหาประโยชน์ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาต หรือใช้นอกเหนืออำนาจหน้าที่/ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หากไม่ถูกต้องให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ แต่ปรากฏว่านายวรพันธุ์กลับเพิกเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ ตามหนังสือสั่งการดังกล่าว
เปิดบทลงโทษวินัยครู กรณี “ชู้สาว” ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เสี่ยงโดนไล่ออก
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



