ข่าวอาชญากรรม

เห็นทะลุ 7 หมื่น คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองโคราช เจอพนง.ฮึดสู้! รีบยิงเปิดทางหนี

โจรชุดหมีชัก 9 มม. ขู่ชิงทองรับราคาพุ่งทะลุ 70,000 บาท พนักงานตั้งสติยื้อเวลาจนคนร้ายลนลานยิงทิ้งท้ายก่อนบิดมอเตอร์ไซค์หนี

วันนี้ (24 ม.ค.) เมื่อเวลา 12.10 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวพยายามชิงทรัพย์ร้านทอง บริเวณเยื้องสี่แยกตลาดหนองปรือ ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่เกิดเหตุเป็นห้างจำหน่ายทอง พบกระจกตู้โชว์แตกเสียหายและปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก

พนักงานขายทองเล่าเหตุการณ์ระทึกว่า คนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด สวมชุดหมีสีเข้ทและหมวกนิรภัยปิดบังใบหน้ามิดชิด เดินเข้ามาในร้านพร้อมชักปืนพกสั้นข่มขู่ โดยตะโกนก้องว่า “มาปล้น ต้องการแค่ทอง ไม่ต้องการทำร้ายใคร” ก่อนสั่งให้ยกถาดทองมาให้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม พนักงานตัดสินใจตั้งสติพูดคุยถ่วงเวลาแล้วอาศัยจังหวะคนร้ายเผลอ จึงได้รีบวิ่งไปกดสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน ! ทำให้คนร้ายเกิดอาการลนลานจนใช้อาวุธปืนยิงใส่ผนังโชว์ทอง 1 นัด เพื่อเปิดทางหนี ก่อนจะรีบวิ่งออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรอไว้หลังตลาดหลบหนีไปทันที โดยไม่ได้ทองคำติดมือไปแม้แต่บาทเดียว

พนักงานคนดังกล่าวยังยอมรับภายหลังด้วยว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่คิดว่า เป็นอาวุธของจริง กระทั่งคนร้ายยิงใส่ผนักหนึ่งนัดจึงรู้เป็นปืนจริง ไม่ใช่ปืนปลอมตามที่คิดในตอนแรก

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ระบุว่า คนร้ายเตรียมการมาอย่างดีทั้งการจอดรถรอและการแต่งกาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าใช้หลบหนี พร้อมเก็บหลักฐานรอยนิ้วมือแฝงเพื่อล่าตัวมาดำเนินคดีโดยมั่นใจว่าจะจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้

ปล้นร้านทองตลาดหนองปรือ โคราช
แฟ้มภาพ

อัปเดตล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ม.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง คุมตัว จ่าสิบเอกวิเชียร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ผู้ต้องหาบุกเดี่ยวพยายามชิงทรัพย์ร้านทอง ลงพื้นที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากมีมวลชนและชาวบ้านที่รู้จักผู้ต้องหาเดินทางมาดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก

ระหว่างการทำแผน จ่าสิบเอกวิเชียรมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พร้อมเปิดใจถึงชนวนเหตุว่า “ไม่มีทางออกจริงๆ” โดยอ้างว่า ประสบวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก มีภาระหนี้สินท่วมหัวและถูกแก๊งหนี้นอกระบบทามทวงดอกเบี้ยรายวันจนกดดันถึงขีดสุด ส่วนประเด็นเรื่องการยิงปืนนั้น เจ้าตัวยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่ได้ตั้งใจฆ่าใคร” แต่เกิดจากความลนลานจนนิ้วลั่นขณะพยายามข่มขู่พนักงาน

ด้านของพ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง โฆษก ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า กุญแจสำคัญที่ทำให้จับกุมได้รวดเร็วคือ พนักงานร้านทองจำลักษณะท่าทางและน้ำเสียงได้แม่นยำ เพราะผู้ต้องหาเคยเข้ามาสอดแนมก่อนหน้านี้ ขณะที่ชุดสืบสวนไล่เช็ก CCTV ตลอดเส้นทางหลบหนีจนระบุพิกัดที่กบดานได้ จากนั้นปฏิบัติการตรวจยึดทั้งรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ และอาวุธปืนที่ตรงกับปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ รวมถึงการเก็บ DNA ประกอบสำนวน

เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ พยายามชิงทรัพย์, ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ นอกจากนี้เตรียมเสนอเพิกถอนใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนทั้งหมด 4 กระบอกที่มีอยู่ในครอบครองทันที.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

ติดตาม The Thaiger บน Google News:

Pachara

นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to top button